Rock N’Roll Dream Come Throug
…๒๑…
“เข้าไปตั้งนานแล้วนะครับ ไม่รู้ผลจะออกมาเป็นยังไงบ้าง” ผู้หมวดวีระศักดิ์ที่นั่งอยู่หน้าห้องกับผู้กองพลวัฒน์ รำพึงรำพันกับการเฝ้ารอผลการตรวจอะไรสักอย่างอยู่ที่หน้าห้องแล็ปของโรงพยาบาล
“ผมเองก็จะอยากรู้เหมือนกัน ว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไง” สิ้นเสียงของผู้กองพลวัฒน์ สักพักบานประตูห้องที่อยู่ตรงหน้าของชายทั้งสองคน ก็ขยับเขยือนเปิดออกคนทั้งสองเห็นดังนั้นถึงกับลุกขึ้นยืนทันที ด้วยอาการที่ร้อนรน สายตายังคงจับจ้องอยู่กับความเป็นไปที่อยู่ตรงหน้า ว่าใครที่กำลังจะออกมาจากห้องนั้น เมื่อประตูถูกเปิดออกปรากฏภาพของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ในวงแขนข้างซ้ายของเธอมีแฟ้มเอกสารที่ทำจากกระดาษสีชมพูประคองอยู่และขวดแก้วน้ำใส ๆ เล็ก ๆ ขวดหนึ่งอยู่ครึ่งขวดปิดฝาอย่างมิดชิด กำลังถืออยู่ในมือขวา ชายทั้งสองมีสีหน้าที่ดูกังวลพร้อมกับลุกเดินเข้าหาคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างทันที
“ผลเป็นยังไงบ้างครับ ผู้หมวดอรนุช” ผู้กองพลวัฒน์เอ่ยถามขึ้น ด้วยความอยากรู้
“ถ้าจะคุยกันถึงเรื่องนี้ คงต้องหาที่คุยกันอย่างลับหูลับตาคน สักหน่อยก็คงจะดีกว่าค่ะ” ผู้หมวดอรนุชพูดชี้แจง
ผู้กองหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกฉงน สักพักเขาก็คิดขึ้นมาได้ “อืม ใช่จริงอย่างที่ผู้หมวดพูด เพราะสถานการณ์ตอนนี้อาจจะมีใครกำลังจับตามองเราอยู่ที่ไหนสักแห่ง”
“ผมว่าตรงบริเวณส่วนนั้นน่าจะดีกว่า” ผู้หมวดวีระศักดิ์พูดพร้อมกับชี้มือไปยังบริเวณช่องทางที่ใช้หนีไฟ ที่อยู่เยื้องไปจากจุดที่พวกเขายืนกันอยู่
คนทั้งสองมองตามไปยังจุดที่ถูกเสนอมา ต่างมีความเห็นที่ตรงกันว่ามันน่าจะเหมาะสมกว่าที่จะมายืนคุยกันอยู่ตรงนี้ ผู้หมวดสาวก้าวเดินนำออกไปก่อน จากนั้นจึงตามติดมาด้วยผู้กองและผู้หมวดที่เดินรั้งท้าย ผู้หมวดวีระศักดิ์กำลังจับตาดูอะไรบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล ซึ่งสร้างความหงุดหงิดให้กับใครคนหนึ่ง ที่สวมใส่ชุดบุรุษพยาบาล ที่กำลังยืนแอบฟังอยู่ตรงมุมทางเดิน ก่อนถึงตัวห้องแลปเป็นอย่างมาก และก็เป็นคนที่เฝ้าจับตามองความเคลี่อนไหวคนของทางการ มาโดยตลอด ตั้งแต่ในห้องของคนไข้ที่เสียชีวิต
คนทั้งสามเดินมาถึงยังจุดที่ต้องการ ผู้หมวดอรนุชเดินนำเข้าไปยังช่องบริเวณนั้นก่อนแล้วจึงตามด้วยผู้กองพลวัฒน์ ส่วนผู้หมวดวีระศักดิ์นั้นยืนอยู่บริเวณด้านนอกช่องทางเดิน พร้อมกับหันมองบริเวณโดยรอบอีกครั้ง จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองกล้องวงจรปิดพร้อมกับใช้มือยกตรา
เพื่อน…ดนตรี…วันที่รอคอย
สัญลักษณ์ทางราชการที่ห้อยอยู่ที่หน้าอกชูขึ้นไปยังกล้องตัวนั้น เผื่อคนที่นั่งดูกล้องอยู่จะได้รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร เพื่อที่จะได้เลิกสงสัยกับพฤติกรรมที่ได้เห็น
พอเข้ามายืนในช่องทางเดินหนีไฟเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้หมวดอรนุชหันมาส่งขวดแก้วให้กับผู้กองพลวัฒน์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ในมือยังคงประคองแฟ้มเอกสารสำคัญอยู่ ผู้หมวดอรนุชจึงว่าเรื่องของเธอทันที “ผลการตรวจ” เธอหยุดพูดพร้อมกับแอมเสียงสั่นเครือนิดหน่อย “ผลการตรวจดิฉันพบอะไร บางอย่างที่ผิดสังเกตภายในขวดน้ำเกลือ ทั้งสองขวดผลที่ได้มันเหมือนกับมีความหนาแน่นของน้ำธรรมดา ๆ เข้าไปผสมอยู่ด้วย ซึ่งดิฉันและคุณหมอที่ทำการตรวจผลอยู่ด้วยกัน ต่างสรุปเหมือนกันว่าต้องมีใครสักคนแอบฉีดสารอะไรบางอย่างปะปนเข้าไปในขวดน้ำเกลือ ซึ่งอาจจะเป็นสารพิษชนิดหนึ่ง ที่พอผสมเข้ากับน้ำแล้วปฏิกิริยาของมันจะดูกลมกลืน จนแยกไม่ออกเลยล่ะค่ะว่าอันไหนคือยาพิษและอันไหนคือน้ำ”
ผู้กองหนุ่มได้ยินดังนั้นถึงกับผงะตกใจจ ากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองเพดานครุ่นคิดไปต่าง ๆ นาๆ แม้แต่คนที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ยังต้องหันกลับมามองคนทั้งสองคุย เรื่องที่เขาได้ยินเมื่อตะกี้นี้ “ใครกันมันช่างมีความสามารถได้ถึงขนาดนี้” ผู้กองพลวัฒน์พูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด พร้อมกับค่อย ๆ ลดใบหน้าของตัวเองลงมามองหน้าผู้หมวดสาว “สารพิษชนิดนี้ผู้หมวด พอจะทราบไหมครับ ว่ามันเป็นลักษณะอย่างไร”
“อืม…” ผู้หมวดอรนุชครุ่นคิดอยู่สักพัก แล้วจึงตอบออกไป “มันเป็นเหมือนยาพิษชนิดที่แบบไร้สีและไร้กลิ่น หากนำไปผสมกับน้ำหรือเครื่องดื่มประเภทใดก็ตามหากคนที่ดื่มกินเข้าไปไม่รู้ ก็อาจจะฆ่าชีวิตของเขาได้อย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวได้เลยคะ”
ผู้กองหนุ่มค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าปอด แล้วจึงพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่คลายกังวลลงบ้าง “คงต้องเก็บผลตรวจที่ได้นี้ เอาไว้ก่อนเพื่อเป็นข้อมูลหลักฐานอีกที” เขาพูดขึ้นพร้อมกับจ้องมองขวดแก้วที่ถืออยู่ในมือของหญิงสาว “ยังไงก็ต้องขอขอบคุณ ผู้หมวดอรนุชมากเลยนะครับ ที่อุตส่าห์มาช่วยงานในครั้งนี้ ขอบคุณมากครับ”
ด้วยสีหน้าที่และคำพูดที่จริงจังที่ผู้กองพลวัฒน์พูดพร้อมกับจ้องมองมานั้น เล่นเอาผู้หมวดสาวถึงกับก้มหน้าก้มตาลง ด้วยความรู้สึกที่ดีใจปนเขินอายนิด ๆ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดิฉันยินดีช่วยผู้กองเสมอ”
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของผู้กองพลวัฒน์ดังขึ้น เรียกความรู้สึกผู้เป็นเจ้าของมันออกให้ออกมามาจากห้วงแห่งความรู้สึกที่อิ่มเอิบ หญิงสาวที่ยืนอยู่กับเขาถึงกับรู้สึกหงุดหงิดว่าใครกันที่โทร.เข้ามาคัดจังหวะเธอ ผู้กองพลวัฒน์ล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงยีนส์พร้อมกับกดรับสายโดยไม่ได้สังเกตุดูหมายเลขที่โทร.เข้ามาเลยแม้แต่นิดเดียว
“สวัสดีครับ”
Rock N’Roll Dream Come Throug
“สวัสดีครับผู้กอง ผมหมู่แม็คครับ”
“ว่าไงหมู่แม็คเจอนางพยาบาล คนเมื่อคืนแล้วเหรอยัง”
“ยังครับ แต่ตอนนี้พวกผมอยู่หอพักที่นางพยาบาลคนนั้นพักอยู่ครับ ลองสอบถามเจ้าของหอพักแล้ว เขาบอกว่ายังไม่เห็นคุณพยาบาลนิดหน่อย กลับมายังหอพักเลยครับ”
ผู้กองพลวัฒน์ถึงกับนิ่งเงียบไปกับข้อมูลที่ลูกน้องของเขาแจ้งเข้ามา ท่ามกลางสายตาของของผู้หมวดอรนุชที่ยืนจ้องมองเขาอยู่เหมือนกับกำลังรอคำตอบ จนคนสนิทของเขาถึงกับต้องเดินเข้ามาถาม “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับผู้กอง”
“แย่แล้วล่ะผู้หมวดวีระ”
“ทำไมครับ เกิดอะไรขึ้นกับคนของเราเหรอครับ” ผู้หมวดวีระศักดิ์ถามด้วยความสงสัย
“คนของเราแจ้งมาว่า นางพยาบาลคนเมื่อคืนยังไม่ได้กลับไปที่พักของเธอ”
ผู้หมวดวีระศักด์ถึงกลับผงะกับคำพูดที่ได้ยิน จากหัวหน้าของเขาแล้วพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด “ถ้าเธอยังไม่กลับไปที่พัก แล้วนี่เธอหายไปไหน”
“เธออาจจะไปเดินห้างฯ อยู่ก็ได้มั้งค่ะ” ผู้หมวดสาวพูดชี้แจง
“มันก็อาจจะเป็นไปได้” ผู้กองพลวัฒน์ตอบรับ กับความคิดเห็นที่ผู้หมวดสาวเสนอ แล้วจึงหันไปพูดกับคนที่อยู่ทางปลายสายสัญญาณโทรศัพท์อีกครั้ง “งั้นเอาอย่างนี้นะหมู่แม็ค รอผมอยู่ที่นั่นก่อนเดี๋ยวผมจะตามไป อ้อ ว่าแต่พวกคุณอยู่ที่ไหนกันเหรอ”
“จุดที่พวกผมอยูตอนนี้คือหอพักที่นางพยาบาลนิดหน่อยมาเช่าอยู่ครับ ละแหวกแถวนี้เขาเรียกกันว่าหมู่บ้านนิรันดร์ ซึ่งมีหอพักเยอะมากเลยครับ และมีทางเข้าค่อนข้างหลายเส้นทางที่จะมาถึงที่นี่ได้ ถ้าผู้กองจะมาให้สะดวกที่สุด ควรมาถนนเส้นศรีนครินท์ แล้วเข้าซอยตรงข้ามกับห้างซีคอนฯ ดีกว่าครับ”
“ไม่เป็นไรหมู่แม็ค ผมเคยผ่านไปแถวนั้น ขอบคุณมากเดี๋ยวผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ผู้กองพลวัฒน์พูดพร้อมกับกดวางสายมือถือและใส่เก็บเข้ากระเป๋ากางเกงตามเดิม แล้วหันมาพูดกับคนทั้งสองที่ยืนอยู่ตรงหน้า “เราคงต้องไปกันแล้วล่ะ”
“ครับ ผู้กอง” ผู้หมวดวีระศักดิ์รับคำอย่างหนักแน่น
ผู้กองพลวัฒน์หันมาพูดกับผู้หมวดสาวที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เขา “จะไปด้วยกันไหมครับ”
เมื่อเธอถูกกล่าวชวนให้ร่วมงานนี้ อีกครั้งมีเหรอที่เธอจะปฏิเสธคนที่อยู่ตรงหน้า “ค่ะ”
“ดีนั้นไปกันเลยแล้วกัน” สิ้นเสียงผู้กองหนุ่มเขาก็ก้าวเดินนำทุกคนออกไป โดยที่หารู้ไม่ว่ามีใครคนหนึ่งที่แอบมองการกระทำของพวกเขาอยู่กำลังรายงานผลที่เกิดขึ้น ผ่านทางหูฟังที่เหน็บอยู่ที่ใบหูไปยังคนที่ว่าจ้างเขามาอีกที