วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2555

เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย
๑๕
                ในขณะที่นางพยาบาลนิดหน่อยเสร็จสิ้นภารกิจในหน้าที่ของเธอแล้ว เธอจึงเดินมาเรื่อย ๆ ตามทางเดินผ่านกล้องวงจรปิด บางจุดที่มีการติดตั้งภายในตัวอาคารของโรงพยาบาล เธอยังคงบ่ายหน้าเดินต่อไปอย่างไม่ใยดี ผ่านเพื่อนพยาบาล บางคนเธอก็ยิ้มทักทาย และช่วงเวลานี้ก็ยังเป็นยามวิกาลที่ผู้คนก็ยังไม่ผลุกพล่านมากนัก
เพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต เธอจึงเดินกลับไปยังห้องทำงานที่จากมา มีเพื่อนพยาบาลที่นั่งทำงานอยู่ด้วยสองคน และเธอเองก็ไม่ได้กล่าวทักทายอะไรมีเพียงใบหน้าที่เรียบเฉยและท่าทางที่สุขุมเป็นคำตอบบ่งบอกให้คนที่เงยหน้าขึ้น มามองเธอได้รู้ว่าเธอไม่ได้ต้องหารที่จะสนทนากับใคร จากนั้นเธอจึงนำน้ำเกลือที่ถือกลับมาด้วยหย่อนทิ้งลงในถังขยะ จัดแจงเก็บแฟ้มเอกสารจากการตรวจคนไข้เข้าที่ชั้นเก็บเอกสารตามเดิม
เมื่อไม่มีอะไรแล้วเธอจึงเดินออกจากห้องทำงานไปอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางสายตาของเพื่อนพยาบาลที่มองเธออยู่ ซึ่งเธอก็ไม่ได้สนใจอะไร ยังคงนิ่งเงียบไม่ไหวติง ขณะที่เดินมาถึงประตูทางออกบุรุษพยาบาลที่นั่งอยู่ตรงบริเวณนั้นกล่าวทักเธอ แต่เจ้าหล่อนก็ไม่ได้สนใจที่จะหยุดยืนคุยด้วยมีเพียงรอยยิ้มเท่านั้น ที่ให้แทนคำตอบ แล้วจึงเดินจากไปยังทางด้านหน้าของโรงพยาบาล
หญิงสาวเดินมาถึงทางออกของตัวโรงพยาบาล รปภ.ที่นั่งอยู่ในป้อมจ้องมองเธออย่างไม่วางตา แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร ยังคงเดินเชิดหน้าผ่านไปทำเหมือนกับมองไม่เห็นคนที่กำลังมองเธออยู่ พอเดินพ้นประตูทางออกมาได้ เธอกวาดสายตามองไปยังรถแท็กซี่ที่จอดอยู่ตรงหน้าซึ่งแต่ละคันก็ยังโชว์ไฟว่างอยู่ แต่เธอกับไม่สนใจที่จะขึ้นรถคันไหน สักพักรถแท็กซี่สีส้มคันหนึ่งขับผ่านมากระพริบไฟหน้ารถให้เธอสองครั้ง เหมือนเป็นการส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง รถแท็กซี่คันดังกล่าวจอดห่างจากจุดที่แท็กซี่คันอื่น ๆ จอดอยู่ออกไปไกลพอสมควร เธอจึงเดินไปหาแท็กซี่คันนั้นด้วยท่าทีที่สุขุม โดยไม่สนใจคนขับที่ออกมายืนเรียกลูกค้าที่จอดอยู่ก่อน
นางพยาบาลคนสวยเปิดประตูเดินขึ้นด้านหลังของรถขึ้นไปอย่างฉับไว รถแท็กซี่คันดังกล่าวขับเคลื่อนจากไปโดยที่ไม่ได้เร่งรีบอะไรมากนัก เพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตุ สักพักมีเสียงเรียกเข้ามาทางมือถือที่คนขับแท็กซี่ เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าหน้าเสื้อเชิ้ตสีฟ้าแขนสั้น ที่สวมใส่อยู่กดรับสายคนที่โทร.เข้ามา พอรู้แล้วว่าเป็นใคร เขาจึงส่งยื่นให้กับหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลัง เจ้าหล่อนรู้ว่าคนในสายนั้นเป็นใครเธอจึงพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
สวัสดีค่ะ เสี่ย
               
Rock N’Roll Dream Come Throug

หวัดดี เป็นยังไงบ้างทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม
                เรียบร้อยดีค่ะ เสี่ยไม่ต้องเป็นกังวลหรอกนะค่ะ
                เก่งจริง ๆ เลยนะ ฟ้ารุ่ง เสียงปลายสายกล่าวชมด้วยน้ำเสียงที่สุขุม ด้วยความรู้สึกที่พึงพอใจ งานนี้จะตอบแทนด้วยรางวัลอะไรดีล่ะ หรือว่าจะเป็นคนมาให้รางวัลเสียเอง
                ฟ้ารุ่งรู้สึกเขินอายกับคำพูดที่เธอได้ยิน ฟ้าเองยังไงก็ได้ค่ะเสี่ย ขอแค่ความเมตตาปราณี ที่เสี่ยมีให้ก็พอแล้วล่ะค่ะ
                ทำไมมักน้อยจังฟ้ารุ่ง เธอเองช่วยงานเสี่ยมานานและที่สำคัญงานเมื่อครั้งก่อนโน้นถ้าไม่ได้ฟ้ารุ่ง ช่วยถล่มไอ้หมู่บ้านสัปปะรังเคที่เชียงราย ที่พวกมันเอาของของเสี่ยไป เสี่ยก็คงไม่ได้ของคืน แถมยังมีของอย่างอื่นพ่วงแถมมาให้อีก เสี่ยว่าเสี่ยยังตอบแทนฟ้ารุ่งน้อยไปหน่อยนะที่ผ่านมา
                ฟ้ารุ่งได้ยินดังนั้นความรู้สึกของเธอเริ่มพองโตอย่างอิ่มเอิบ ปลาบปลี้มใจกับความเมตตาปราณีของคนที่เธอทำงานรับใช้มาอย่างยาวนาน และด้วยความที่เธอเป็นลูกกำพร้าที่ไม่มีใครใส่ใจ แม้แต่คนที่เก็บเธอมาเลี้ยงและสอนวิชาการต่อสู้ให้ ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยดูดำดูดีเธอเท่าที่ควร จะมีก็แต่เพียงพี่สาวเพียงคนเดียวเท่านั้นที่คอยดูแลห่วงใยเอาใจใส่เธอมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต แต่บัดนี้กลับต้องมาพลัดพรากจากกันไปอย่างไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ซึ่งมันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว เมื่อครั้งที่หมู่บ้านที่เคยเป็นที่พักอาศัยโดนถล่มลง คนในหมู่บ้านบ้างก็บาดเจ็บล้มตาย บ้างก็กระจัดกระจายหายไป และเมื่อเธอมาพบคนที่ดีกับเธออย่างมากมายขนาดนี้ เธอจึงเริ่มใจอ่อนถึงขนาดกับยอมมอบเรือนร่างที่ยังไม่เคยต้องมือชายใดให้กับเขาอย่างหมดกายหมดใจ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่านายของเธอนั้นมีเมียมีลูกแล้ว แต่เธอไม่ได้สนใจอะไร เพราะคนเขาหย่าร้างและแยกกันอยู่คนทิศคนละทาง ฟ้ารุ่งพยายามดึงความรู้สึกนึกคิดของตนไม่ให้สั่นไหวไปมากว่านี้ จนแสดงอาการอย่างหนึ่งอย่างใดออกมาทางน้ำเสียง ไม่เป็นไรค่ะ เสี่ยไม่เป็นไรจริง ๆ
                ไม่ต้องการจริง ๆ เหรอ เพราะน่ารักอย่างนี้น่ะสิ ถึงได้ตัดใจไปไหนไม่ได้สักที เสียงปลายสายยังคงพูดจาแทะโล้มคนของเขาต่อไปอย่างออดอ้อน งั้นมาหาเสี่ยที่เดิมแล้วกันได้ไหม
                ได้ค่ะเสี่ย ไม่ว่าเสี่ยจะอยู่ที่ไหนฟ้าก็พร้อมที่จะอยู่ที่นั้นด้วยนั้นด้วยเสมอ
                งั้นมาเลย เสี่ยจะรอ จบประโยคของคู่สนทนาสัญญาณทางปลายสายก็เงียบหายไป
หญิงสาวในชุดพยาบาลมีสีหน้าที่สดชื่นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ก้มมองโทรศัพท์มือถือที่ถืออยู่ในมือ สักพักเธอจึงส่งยื่นให้กับคนขับรถแท็กซี่ตามเดิม คนขับยื่นมือออกมารับโทรศัพท์และเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อตามเดิม เมื่อส่งคืนโทรศัพท์ถึงมือเจ้าของมันแล้ว ฟ้ารุ่งเอนกายพิงเบาะหลังอย่างสบายอารมณ์ จากนั้นจึงหันไปมองกระเป๋าใบหนึ่งที่วางอยู่ทางด้านข้างตัวเธอ หล่อนเอื้อมมือไป
เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

หยิบกระเป๋าใบนั้นขึ้นมาเปิดออก เผยให้เห็นเสื้อผ้าสีดำทั้งชุดที่พับมาอย่างเรียบร้อย รวมทั้งรองเท้าคัสชูหุ้มข้อสีดำส้นสูง
                ฟ้ารุ่งจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยเริ่มจากการถอดหมวกที่สวมไว้บนศีรษะออกก่อน ทำการปลดผมที่หมัดเป็นมวยที่มัดอยู่ด้านหลังให้ปลายผมที่ยาวออกสะบัดไปมา จากนั้นจึงตามมาด้วยเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ เมื่อถอดชุดทั้งหมดออกแล้ว สภาพของเธอในตอนนี้เหลือเพียงชุดชั้นในลายลูกไม้สีดำพร้อมกับผิวพรรณที่ขาวเป็นหยองใย ทำให้คนขับรถถึงกับต้องชำเลืองมองผ่านทางกระจกมองหลัง เจ้าของเรือนร่างดูเหมือนไม่ได้สนใจว่าคนขับรถจะมองหรือคิดยังไง สักพักเธอจึงชะโชกหน้าไปหาคนขับและพูดกับเขาเบา ๆ ที่ข้างใบหู  
พอจะมียางบ้างไหมจ๊ะ
ยางอะไรครับ คนขับขานรับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ พร้อมกับชำเลืองมองหน้าอกที่ขาวนวลเนียน น่าสัมผัสผ่านทางกระจกมองหลัง
                หนังยางสักเส้นนึงนะจ๊ะ จะเอามามัดผมหน่อย พอจะมีไหมจ๊ะ
                คนขับถึงกับถอนหายใจ มีครับ จึงเอื้อมมือไปหยิบหนังยางที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ ช่องดึงปิดประตู หยิบหนังยางส่งยื่นให้กับหญิงสาวประมาณสองถึงสามเส้น
                ขอบใจมากจ๊ะ ฟ้ารุ่งพูดพร้อมกับรับหนังยาง และเปาลมเบาที่ข้างใบหูของคนขับเล่นเอาเล่นเอาเขารู้สึกกระชุ่มกระช่วยอย่างบอกไม่ถูก
                ฟ้ารุ่งหัวเราะคิกก่อนจะปล่อยตัวพิงเบาะหลังอีกครั้ง จากนั้นเธอจึงจัดการรวบหมัดผมที่ยาวถึงกลางหลังยกขึ้นสูง ปล่อยปลายผมให้ตกเป็นหางม้า แล้วจึงเอื้อมมือไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาวถึงข้อศอก ในขณะที่หล่อนกำลังสวมเสื้ออยู่นั้น เธอยิ้มที่มุมปากนิดนึงแล้วจึงใส่เสื้อเชิ้ต เพื่อปิดเรือนร่างท่อนบน ตามด้วยกางเกงหนังรัดรูปสีดำขึ้นมาสวมใส่  คนขับถึงกับมองกระจกหลังอย่างตกตะลึงพึงเพริด ขณะที่หล่อนกำลังดึงกางเกงขึ้นมาถึงเอวและกำลังรูดซิป เธอจึงพูดสำทับกับคนขับรถด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยเหมือนไม่ยินดียินร้ายอะไร มัวแต่มองกระจกหลังอยู่ได้ ไม่มองข้างหน้าบ้างเลย เดี๋ยวก็ได้ตายกันหมดหรอกจ๊ะ
คนขับรถถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อก รีบมองไปยังถนนข้างหน้า แต่ก็ยังมิวายที่สาวเจ้ายังคงพูดจาเหน็บแหนมอะไรบางอย่างกลับมาอีก
 อย่าเก็บไปคิดอะไรมากล่ะ มันจะไม่ดีต่อสุขภาพ สิ้นคำพูดของเจ้าหล่อน เธอก็หัวเราะเบา  ๆ ในขณะที่กำลังใช้สองมือค่อย ๆ หนวดไปทั่วบริเวณใบหน้าของตน ซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับคนขับเป็นอย่างมากกับพฤติกรรมที่เธอแสดงออกมาผ่านทางกระจกมองหลัง ฟ้ารุ่งดึงหนังหน้าออกมา เมื่อใบหน้าเทียมถูกทอดออกไป เผยให้เห็นใบหน้าอีกชั้นหนึ่งที่มีความสวยใสไม่แพ้กันในแบบสาวชาวเหนือ ถึงแม้จะไม่ได้แต่งหน้า ก็ยังดูสวยคมเข้ม ส่วนใบหน้าที่เธอถืออยู่ในมือ
Rock N’Roll Dream Come Throug

นั้น แม้แต่คนขับรถก็ยังคงคิดว่าทำมาจากหนังเทียมหรือหนังอะไรสักอย่าง เพื่อใช้มาอำพรางใบหน้าของเธอ แต่หารู้ไหมว่าหนังหน้าที่วางอยู่บนชุดพยาบาลนั้น กลับเป็นเนื้อหนังของคนจริง ๆ ที่ถูกถอดออกมาจากหน้าที่เป็นเจ้าของใบหน้านั้น
ช่วยจอดรถใกล้ ๆ ถังขยะตรงจุดไหนสักแห่งได้ไหมจ๊ะ  ฟ้ารุ่งพูดขึ้น
ได้ครับ คนขับรถรับคำ พร้อมกับชะรอความเร็วของรถลงหักพวงมาลัยเบี่ยงตัวรถ เข้าชิดริมถนนมากขึ้น เมื่อเห็นสิ่งที่ต้องการคนขับจึงจอดรถล้ำจากถังขยะเพื่อให้คนที่นั่งอยู่ด้านหลังยื่นทิ้งสิ่งของได้อย่างพอดี เมื่อรถจอดเทียบเรียบร้อยแล้วหญิงสาวที่นั่งอยู่ทางตอนหลัง จึงเปิดประตูรถก้าวเดินมาพร้อมกับถือชุดพยาบาล รวมทั้งใบหน้าที่วางอยู่บนชุดนั้น แล้วเธอก็โยนทั้งหมดลงในถังขยะสร้างความแปลกใจแก่คนขับเป็นอย่างมาก ที่นึกว่าเธอคงจะยื่นทิ้งสิ่งของนั้นลงในถังขยะจากภายในตัวรถ แต่นี่กลับเดินลงไปซะเอง ฟ้ารุ่งยืนสงบนิ่งเหมือนเป็นการไว้อาลัย สักพักเธอจึงเงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า ที่ยังดูมืดมิดที่เหลือเพียงแสงดาวส่องประกายเพียงไม่กี่ดวง เธอพูดอะไรออกมาสักอย่างด้วยสีหน้าที่ดูฮึกเหิมอย่างกับผู้ที่กำชัยชนะมา ยินดีต้อนรับสู่เช้าวันใหม่   แล้วจึงเดินขึ้นรถตามเดิม รถแท็กซี่คันดังกล่าวเคลื่อนตัวออกไปโดยไม่ได้สนใจต่อสายตาของกลุ่มคนที่กำลังปั้นแป้ง เพื่อทำปลาท๋องโก๋อยู่บริเวณนั้นที่มองหน้ากันอย่างงง ๆ ในพฤติกรรมของคนที่เดินขึ้นรถไป

วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555

เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย
๑๔
โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ย่านบางนา-ตราด เป็นสถานที่ที่ใกล้ที่สุดกับจุดที่เกิดเหตุจากการยิงปะทะกันของคนบางกลุ่มมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นชายสองคนซึ่งทราบชื่อภายหลังว่าเป็นใครจากบัตรประชาชนที่คนทั้งสองพกติดตัวไว้ในกระเป๋าสตางค์ ซึ่งอาการของคนทั้งสองนั้นค่อนข้างโคม่าจากการเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ซึ่งกำลังนอนดูอาการอยู่ในห้องไอซียูโดยมีแพทย์และพยาบาลคอยเช็คดูอาการเป็นระยะ ในส่วนบริเวณด้านนอกห้องนั้นมีเจ้าหน้าที่จากทางการสองนายในชุดนอกเครื่องแบบ เฝ้าคอยดูแลอารักษ์ขาความปลอดภัยอยู่บริเวณหน้าห้องเผื่อคนทั้งสองฟื้นขึ้นมาจะได้ดำเนินการสืบสาวราวเรื่องว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น

                อีกสิบห้านาทีเที่ยงคืน

                ฮ้าว เสียงที่บ่องอาการของคนที่กำลังง่วงนอนที่นั่งอยู่ด้านหน้าห้องคนไข้ ศีรษะล้านโล่งเริ่มมีริ้วรอยจากอายุที่กำลังเพิ่มขึ้น ฟันหน้าเหยิ่นนิด ๆ กำลังนั่งเยียดขาตรงออกไปข้างหน้า ทำตาปริบ ๆ สักพักเขาจึงยกมือของตนขึ้นตบเบา ๆ ที่ตรงบริวเวณต้นคอของตัวเองเพื่อเรียกความรู้สึกให้กลับคืนมาจากอาการง่วงนอน โดยมีชายหนุ่มผิวขาวลูกครึ่งไทยจีนนั่งอยู่ข้าง ๆ กำลังนั่งอ่านนิตยสารที่ทางโรงพยาบาลเตรียมไว้ให้กับผู้มาใช้บริการ ได้อ่านเป็นการฆ่าเวลาระหว่างรอการเรียกขานชื่อคนไข้เข้ารับการตรวจรักษา
กี่ฮ้าวแล้วเนี่ย จ่าเพิ่งรับเวรไม่กี่ชั่วโมงเอง นายตำรวจหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือพูดขึ้น
                แหม่ มันก็มีบ้างล่ะเว้ย ผมไม่ได้ยังหนุ่มยังแน่นเหมือนคุณนี่ คุณแม็ค ผมยอมรับอายุอานามผมก็มากแล้ว และนี่ก็สองคืนแล้วมั้ง ที่ต้องมานั่งเฝ้าไอ้สองตัวที่แกล้งนอนหลับเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่น่ะ
                เฮอะน่า มันเป็นหน้าที่ ทน ๆ หน่อยแล้วกันจ่า ชายหนุ่มหน้าตี๋ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พูดพร้อมกับพลิกอ่านหนังสือในหน้าถัดไป โดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองคู่สนทนาของตน
ก็เพราะไอ้หน้าที่นี่แหล่ะผมถึงได้มานั่งอยู่กับคุณตรงนี้ไหงล่ะ เฮ้อ คิดถึงลูกถึงเมียเหมือนกันนะเว้ย คนอย่างคุณยังไม่มีครอบครัว ไม่รู้หรอกว่าความคิดถึงคนที่บ้านมันเป็นอย่างไร 
คร้าบจ่า บ่นซะเป็นเหมือนคนแก่อายุร่วมหกสิบโน้นแน่ะ ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ขาน

Rock N’Roll Dream Come Throug

รับด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับปล่อยขาที่นั่งไขว้ห้างอยู่ข้างหนึ่งลงและพับหน้าหนังสือที่ถืออยู่ในมือปิดเข้าหากัน เขาวางหนังสือที่ถืออยู่ในมือลง จากนั้นจึงล้วงเข้าไปในถุงใส่ของ หยิบกาแฟกระป๋องที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อออกมาสองกระป๋อง พร้อมกับหันมาพยักหน้านิดนึงในขณะที่ส่งยื่นให้คนที่นั่งร่วมสนทนากันอยู่
จ่าที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลับมองค้อนเขาอย่างประหลับประเหลือกกับคำพูดที่เสียดสี มาเมื่อกี้นี้ก่อนที่จะยื่นมือไปหยิบกาแฟกระป๋อง จากมือคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จากนั้นจึงถือหันกลับมาเปิดฝากระป๋องออกพร้อมกับยกขึ้นดื่ม
                นึกว่าจะไม่เอาซะอีก นายตำรวจหนุ่มพูดแหย่ด้วยรอยยิ้ม ขณะที่เขาหันหน้ากลับมาเปิดฝากระป๋องของตัวเอง กำลังจะยกขึ้นดื่ม จากนั้นจึงพูดขึ้นพร้อมกับมองกาแฟกระป๋องที่ถืออยู่ในมือ นี่แหล่ะสิ่งที่ดีที่สุด ในการพิชิตความง่วงว่าไหมจ่า สักพักเขาจึงรู้สึกกระตุ๊กนิดนึง ที่มีเสียงฝีเท้ากำลังเดินตรงมายังที่ที่เขาอยู่กับเพื่อนร่วมงาน นายตำรวจหนุ่มค่อย ๆ เงยหน้ามองที่มาของเสียงฝีเท้านั้น เมื่อเห็นใบหน้าคนดังกล่าวเล่นเอาเขาถึงกับตกตะลึงกับภาพที่ได้เห็นตรงหน้า คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ รู้สึกแปลกใจ จึงละจากกาแฟกระป๋องที่กำลังยกดื่มอยู่หันไปมองตามเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามา ก็เล่นเอาคนที่มองทีหลังถึงกับตาค้างไปด้วย
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าของชายทั้งสองคนคือนางพยาบาล ผู้มีใบหน้าสวยเฉียบ แต่งหน้าทาปากอย่างคมเข้มดวงตากลมโตผิวขาวนวลเนียนยังกับสีของนมสดที่ผ่านการพลาสเจอร์ไรท์มาอย่างดีแล้ว รูปร่างของเจ้าหล่อนไม่ว่าจะเป็นหน้าอกและสะโพกที่ดูสมส่วนเข้ารูปอย่างลงตัวชนิดที่จะส่งเข้าประกวดนางงามได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร ในมือของเธอถือแฟ้มเอกสารไว้ในอ้อมแขนซึ่งเป็นเอกสารในการตรวจรักษาคนไข้และขวดน้ำเกลือพลาสติกสองขวดที่วางซ้อนอยู่บนแฟ้มนั้นอีกที เธอพยักให้คนทั้งสองพร้อมกับรอยยิ้มน้อยที่มุมปาก เพียงแค่นั้นก็ถึงกับทำให้เจ้าหน้าที่ดูสูงวัยกว่าคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ถึงกับถลึงตัวลุกขึ้นยืน เมื่อเธอเดินเข้ามาใกล้ตรงจุดที่เขานั่งกันอยู่พร้อมกับกระแอมกระไอนิดนึง ก่อนจะพูดแบบเก๊กเสียงหล่อขึ้นมา
มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับคุณพยาบาลคนสวย กระผมนี้ยินดีช่วยเต็มที่เลยครับเจ้าหน้าที่ผู้สูงวัยออกตัวพูดก่อนเพื่อน
ในขณะที่คนนั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ลุกขึ้นยืนตามทันที ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและท่าทางที่ดูรุกรี้รุกรนออกอาการอย่างเห็นได้ชัด
พอดีได้เวลาที่ต้องตรวจอาการของคนไข้และเปลี่ยนน้ำเกลือแล้วล่ะค่ะ ขออนุญาติเข้าไปข้างในห้องได้ไหมค่ะ น้ำเสียงที่ฟังอย่างออดอ้อนนั้น ถึงขนาดทำให้เจ้าที่สองคนถึงกับแสดงอาการสั่นไหวไป
ได้สิครับคุณพยาบาลคนสวย เดี๋ยวผมเปิดประตูให้นะครับ
เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

จ่าเลิกคิดถึงเมียแล้วหรือ เจ้าหน้าที่หนุ่มพูดขึ้น เหมือนต้องการตัดบทความชีกอของคนที่มาด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้สูงวัยได้ยินดังนั้นถึงกับอึ้งไปนิดนึง ก่อนที่จะหันหน้ามาพูดสำทับคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างอารมณ์ฉุนเฉียว นี่คุณแม็คครับ ช่วยพูดอะไรที่มันสร้างสรรค์หน่อยได้ไหมครับ ถ้าไม่ได้ก็อยู่เงียบ ๆ ไม่มีใครเขาว่าเป็นใบ้หรอก
พยาบาลสาวสวยที่อยู่ตรงหน้าถึงกับหัวคิก พร้อมยกแฟ้มเอกสารและขวดน้ำเกลือขึ้นมาบดบังที่ริมฝีปากก่อนที่ชายคนที่สูงวัยจะหันมาพูดอะไร เพื่อเป็นการแก้ต่าง อย่าไปฟังอะไรที่มันพูดเลยนะครับ คุณพยาบาลคนสวย คนมันสติไม่ค่อยดีไม่รู้ทางการรับเข้ามาทำงานได้อย่างไร ว่าแต่ก่อนที่คุณพยาบาลจะเข้าไปในห้อง ผมขอตรวจอะไรสักอย่างจากคุณพยาบาลก่อนได้ไหมครับ
นี่จ่าจะไปตรวจอะไรคุณพยาบาลเขาเหรอครับ ผมก็เห็นคุณพยาบาลแต่ละคนที่มาส่วนใหญ่ก็ถือแฟ้มกับขวดน้ำเกลือมาอย่างนี้กันทุกคน ชายคนที่ยืนอยู่ข้างรีบพูดขึ้นเพื่อเป็นการโต้แย้ง
ชายผู้สูงวัยหันกลับมาพูดกับคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ตรวจสิ่งที่คุณพยาบาลถือในมือนั้นไง ยังไงก็ต้องคอยดูแลอยู่เสมอไอ้เรื่องความปลอดภัย นี่คุณคิดไปถึงไหนมิทราบครับ คุณแม็ค
อ๋อได้สิค่ะ นึกว่าตรวจอะไรซะอีก พยาบาลสาวสวยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่น่ารัก พร้อมรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยเสน่ห์ชวนหลงใหลจนเจ้าหน้าที่สูงวัยและคนอยู่ข้าง ๆ ถึงกลับหันมาตามเสียงที่พูดนั้นด้วยสีหน้าที่ดูตื่น ๆ กันทั้งคู่
งั้นขอผมทำตามหน้าที่เลยแล้วกันนะคร๊าบผม เจ้าหน้าที่สูงวัยพูดขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอย่างระริกระรี้
 อ้าวจ่าไม่ให้เป็นหน้าที่ของผมเหรอครับ เจ้าหน้าที่อีกคนแย้งขึ้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่คนที่สูงวัยกว่ากำลังจะเดินเข้าไปถึงตัวนางพยาบาล
                ไม่ต้องก็ได้เพราะคุณเองเพิ่งเรียนจบมาใหม่ ๆ เพิ่งมารับตำแหน่งได้ไม่นานของอย่างนี้มันต้องให้คนที่มีความเชียวชานและทำงานมาอย่างยาวนาน อย่างผมนี่แหล่ะถึงจะเหมาะสมที่สุดนะครับ คุณพลตำรวจแม็ค
ตลอดแหละจ่าเปี๊ยกเนี่ย หมู่แม็คบ่นอย่างอุ๊บอิ๊บอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ และอีกอย่างผมไม่ใช่พลตำรวจครับ หมู่ครับ ผู้หมู่
                เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาเริ่มกันเลยนะครับคุณพยาบาลคนสวย เจ้าหน้าที่ผู้สูงวัยพูดพร้อมกับเดินเข้าไปยืนอยู่ใกล้ ๆ นางพยาบาลพร้อมกับมองสำรวจไปทั่วเรือนร่างของนางตั้งแต่ใบหน้าที่ดูอิ่มเอิบลงมาจนถึงหน้าอก สายตาที่สอดส่ายไปมาเล่นเอานางพยาบาลถึงกับก้มหน้าและเอียงหลบด้วยความรู้สึกที่เขินอาย พลอยทำให้คนที่ยืนอยู่ตรงข้ามถึงกับรู้สึกหวาบหวามใจกับอาการความเขินอายที่เธอแสดงออกมา จากนั้นจึงขออนุญาตในการที่จะหยิบขวดน้ำเกลือเพื่อจะ
Rock N’Roll Dream Come Throug

นำมาตรวจดู แต่ในขณะที่เจ้าหน้าที่ผู้สูงวัยกำลังเอื้อมมือไปแถวบริเวณหน้าอกของนางพยาบาลก็มีมือข้างหนึ่งมาฉุดรั้งไว้
                จะทำอะไรน่ะจ่า
                ผมจะขอตรวจดูขวดน้ำเกลือกับแฟ้มเอกสารต่างหากเล่า นี่คุณคิดว่าผมกำลังจะทำอะไรมิทราบ คิดอะไรของคุณอยู่
                ใครกันแน่ที่คิดไม่ซื่อหมู่แม็คพูดอย่งอิดออด
                งั้นขอผมดูหน่อยนะครับ ประโยคนี้เล่นเอานางพยาบาลรู้สึกตกตะลึงนิด ๆ เมื่อถูกมองมาแถวบริเวณหน้าอก ขวดน้ำเกลือกับแฟ้มเอกสารน่ะครับ
                อ๋อได้สิค่ะ นางพยาบาลพูดพร้อมรอยยิ้มและน้ำเสียงที่สดใส เล่นเอาคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอถึงกับสะดุงนิดนึง ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือเข้าไปหยิบขวดน้ำเกลือที่อยู่ในวงแขน
ช่วงที่จ่าเอื้อมมือเข้าไปหยิบขวดน้ำเกลือนั้น หลังมือของเขาสัมผัสเข้ากับอะไบางอย่างที่อยู่ใกล้บริเวณขวดน้ำเกลือ เล่นเอาตัวเขาเองขนลุกซู่ไปทั้งตัวแต่เขาก็พยายายมที่จะซ่อนยิ้มไว้ในดวงหน้าหน้าก่อนที่จะหยิบขวดน้ำเกลือขึ้นมาพิจารณาดูทีละขวดด้วยสีหน้าที่จริงจัง และหันไปส่งให้คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถือ ก่อนที่เขาจะนำขวดต่อไปขึ้นมาตรวจสอบอีกในลักษณะอากัปกิริยาเดิม และหันส่งกับไปให้กับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ถืออีกขวด จากนั้นจึงรับแฟ้มเอกสารที่ถืออยู่ในมือนางพยาบาลขึ้นมาเปิดดู เมื่อไม่มีอะไรที่เป็นพิรุธเขาจึงส่งแฟ้มเอกสารคืนนางพยาบาลพร้อมกับหันไปทางคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วคืนของได้
                ไม่เป็นไรหรอกจ่า เดี๋ยวผมช่วยถือเข้าไปให้คุณพยาบาลเค้าก็ได้ จ่าช่วยเปิดประตูให้ทีสิ
เข้าทางเลยนะมึง จ่าสบถคำพูดอย่างไม่สบอารมณ์ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดก่อนที่จะหันไปหานางพยาบาลพร้อมกับยิ้มให้แล้ว จึงเอื้อมมือไปบิดลูกบิดเพื่อเปิดประตูให้นางพยาบาลเดินเข้าไปข้างในห้องผู้ป่วย
                ขอบคุณค่ะ คุณตำรวจช่างใจดีมาก ๆ เลยค่ะ นางพยาบาลพูดขอบคุณ พร้อมกับก้าวเดินเข้าไปข้างในห้องผู้ป่วย ส่วนคนที่เปิดประตูก็รู้สึกแช่มชื้นในความรู้สึก แต่ก็ยังมิวายตะขิดตะขวงใจกับภาพที่เห็นคนของเขาที่เดินถือขวดน้ำเกลือตามเข้าไปด้วย
                อย่าช้านะมึง เสร็จแล้วให้ไว
                ช้า ๆ ถึงจะได้พร้าเล่มงามน่ะจ่า
                กวนแล้วนะมึง เดี๋ยวปัด
หมู่ไม่ได้พูดอะไรมีเพียงอากัปกิริยาท่าเดินที่เดินอย่างลอยหน้าลอยตาอย่างสบายใจตามหลังนางพยาบาลเข้าไป
ฝากไว้แป๊บนึงนะค่ะ เพราะต้องสวมชุดกันฝุ่น ชั้นนึงก่อนตามกฎระเบียบน่ะค่ะ
เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

ตามสบายเลยครับคุณพยาบาล หรือว่าจะให้ผมช่วยใส่ให้ด้วยไหมล่ะครับ        
                นางพยาบาลไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ปลายตาส่งให้ เมี่อเธอสวมชุดคลุมเรียบร้อยแล้วก็หันหน้ามาคุยกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
ส่งมาให้ฉันก็ได้นะค่ะ แต่ถ้าคุณจะเข้าไปด้วยจริง ๆ ต้องสวมชุดด้วยนะค่ะ
                ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมยืนรอตรงนี้แล้วกันเสียงของหมู่แม็คเขาก็ส่งยื่นขวดน้ำเกลือให้กับนางพยาบาล เพื่อเปลี่ยนให้กับคนไข้
                ขอบคุณนะค่ะ เธอกล่าวขอบคุณพร้อมกับปลายตามองเขานิดนึงอย่างอ่อนโยน แล้วจึงเดินตรงเข้าไปที่เตียงของคนไข้ทั้งสองคน ที่ยังคงนอนอย่างไม่รับรู้ว่ากำลังมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
                นางพยาบาลกำลังทำการเปลี่ยนขวดน้ำเกลือทั้งสองขวดอย่างอารมณ์ดีและจดบันทึกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับคนไข้ลงในแฟ้มที่ถืออยู่ในมือ และก็มีบ้างที่เธอหันไปชำเลืองมองคนที่ยืนจับตา
มองเธออยู่ เธอส่งยิ้มน้อย ๆ ให้เขาเป็นเชิงทีเล่นทีจริง เล่นเอาคนที่ยืนสังเกตุการณ์ถึงกับรู้สึกหวาบหวามใจที่เห็นนางฟ้าโปรยยิ้มมา
ฝันดีนะค่ะ พ่อหนุ่มทั้งสอง นั้นคือคำพูดที่เธอทิ้งท้ายไว้หลังจากที่ภาระกิจที่ทำอยู่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็ถือขวดน้ำเกลือที่ใกล้หมดพร้อมกับแฟ้มคนไข้ก้าวเดินตรงมายังคนที่ยืนรออยู่
                เสร็จแล้วเหรอคร้าบหมู่แม็คเอ่ยถามอย่างเสียงใส
                เสร็จแล้วค่ะ ฝากหน่อยได้ไหมค่ะ ขอเปลี่ยนชุดก่อน
                ได้คร้าบผม หมู่แม็ครับคำพร้อมกับยื่นมือออกไปรับของที่นางพยาบาลถืออยู่อย่างรีบเร่ง โดยที่ไม่ได้สนใจ อาการของคนที่ยืนมองเขาผ่านช่องกระจกที่อยู่ด้านนอกเลยสักนิด คล่องเชียวนะมึง
เมื่อนางพยาบาลถอดชุดเข้าเก็บที่เรียบร้อยแล้ว เธอก็หันมาทางคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยชวนกันออกไปจากห้องไปกันเถอะค่ะ
ไปไหนเหรอครับ
ออกไปข้างนอกไงค่ะ
แม้ผมนึกว่าจะชวนผมไปกินข้าวด้วยซะอีก
นางพยาบาลไม่ได้พูดอะไรเธอเพียงแค่หัวเราะเบา ๆ พร้อมกับหันหน้ามาทางประตูเพื่อที่จะเอื้อมมือไปเปิดประตู แต่ก็มีคนเปิดประตูให้เสียแล้ว
เชิญคร้าบคุณพยาบาลคนสวย จ่าเปี๊ยกที่เปิดประตูให้เธอก้าวเดินออกมา
นางพยาบาลเดินออกมาจากห้องคนไข้ ติดตามมาพร้อมกับหมู่แม็คที่เดินตามหลังมาต้อย ๆ เมื่อก้าวพ้นออกมาจากห้องของคนไข้แล้ว เธอหันไปขอบคุณเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนพร้อมกับยื่นมือ

Rock N’Roll Dream Come Throug

ไปรับของจากหมู่แม็ค
ผมจะมีโอกาสได้เจอกับคุณพยาบาลอีกไหมครับหมู่แม็คเอ่ยถาม ขณะส่งของคืนนางพยาบาล
อาจจะนะค่ะ ถ้าดิฉันมาเข้าเวรในครั้งต่อไป
พอเลยมึง เลิกกวนใจคุณพยาบาลเขาได้แล้ว จ่าเปี๊ยกหันไปพูดสำทับคนของเขา ก่อนที่จะหันมาพูดกับนางพยาบาลอย่างอ่อนโยน ต้องมาอีกนะครับ ผมจะรอ
รอเมียจ่าโน้น
พูดอะไรของคุณ คุณแม็ค เมียเมอที่ไหนกันพูดไปเรื่อย
ขอตัวก่อนนะค่ะ มีงานต้องไปทำต่ออีกน่ะค่ะ
เชิญตามสบายเลยครับ จ่าเปี๊ยกชิงพูดก่อนที่คนข้าง ๆ เขาจะพูดอะไรต่อไปด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส
 ไปนะค่ะ พูดจบนางพยาบาลก็หันหน้าก้าวเดินจากไปทิ้งให้สองหนุ่ม ยังคงเฝ้ามองเธอจากด้านหลัง และมีบ้างในขณะที่เธอก้าวเดินจากไปก็ปลายสายตาหันกลับมามองคนทั้งสองที่ยืนมองเธอ
หุ่นดีเป็นบ้าเลย สัดส่วนนี้เข้ารูปดีจริง ๆ ถ้าได้มาเป็นแฟน ผมไม่มีทางทิ้งเธอไปอย่างแน่นอนเลยจ่า
เผลา ๆ หน่อยคุณตำรวจของอย่างนี้มันต้องให้คนมีประสบการณ์อย่างผมก่อน
กับเมียจ่าโน้น
พูดอย่างนี้เดี๋ยวปัดเหนี่ยว ไป ๆ ไปนั่งที่ได้แล้ว จ่าเปี๊ยกพูดอย่างฉุนเฉียว พร้อมกับเดินออกจากจุดที่ยืนอยู่
แล้วนั่นจ่าจะไปไหนน่ะ หมู่แม็คพูดทักทวง เมื่อเห็นคนที่มาด้วยกันกำลังจะเดินจากไป
ห้องน้ำครับ ห้องน้ำ เดี๋ยวผมมา
จะไปทำอะไรเหรอเปล่า หมู่แม็คพูดดพร้อมกับหลีตามองคนตรงหน้าอย่างมีเลศนัย
ไปฉี่ได้ไหม คิดมากจริง ๆ เลยมึงเนี่ย พูดจบจ่าเปี๊ยกก็เดินจากไป สักพักจึงหยุดลง หันมาพูดกับคนของเขา ที่ตอนนี้นั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าห้องคนไข้แล้ว จะฝากซื้ออะไรไหมล่ะ
ไปห้องน้ำไม่ใช่เหรอจ่า จ่านี่ก็ตลกอยู่เรื่อยเลย
ไม่รับมุขเลยมึง จ่าเปี๊ยกบ่นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ แล้วจึงออกเดินไปยังห้องน้ำโดยที่ไม่ได้เฉลี่ยวใจเลยสักนิด ว่าคนไข้ทั้งสองคนที่กำลังนอนหลับอยู่ในห้องนั้นกำลังจะหมดลมหายใจลงจากเครื่องตรวจวัดชีพจรลงทุกที ทุกที

วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555

Rock N’Roll Dream Come Throug
๑๓
                วันศุกร์วันแห่งสุดสัปดาห์เป็นวันสุขสมชื่อของมันที่ยากจะบรรยายได้ เพราะเหล่านักท่องราตรียามค่ำคืนมักจะออกไปมันส์สุดเหวี่ยงกับดนตรีที่ตนเองชื่นชอบ ใครถนัดแนวไหนก็เกาะกลุ่มกันไปนัดแนะเลือกที่หมายที่ต้องการ ซึ่งขึ้นอยู่กับรสนิยมในการเลือกเสพดนตรีที่ห้ามกันไม่ได้ว่าใครจะเลือกเสพประเภทไหนกัน แต่สิ่งที่ควรจะมองข้ามไปคือการระรานกันและกันหรือพูดแขวะใส่กันในเรื่องของดนตรีว่าแนวนั้นเป็นอย่างนั้น แนวนี้เป็นอย่างนี้ เพราะการมานั่งถกเถียงถึงเรื่องแนวคิดทางด้านดนตรีที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อระบายความรู้สึกคนฟังนั้นมันคงไม่เป็นผลดี เพราะแต่ละแนวเพลง ล้วนแล้วแต่มีที่มาและที่ไปในตัวของมัน ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของคนที่ถ่ายทอดมันออกมาว่าเขาต้องการที่จะสื่อถึงอะไร เกี่ยวกับดนตรีที่เขากำลังเล่นให้คุณฟัง และต้องการให้คนสนุกไปกับมัน คุณคิดว่าอย่างนั้นไหม (ผมคิดว่าอย่างนั้น)
ถนนย่านทองหล่อมีร้านอาหารและผับต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย และมีอยู่ผับหนึ่งที่เป็นที่นิยมของคนดนตรีเมทัลเฮด ผับแห่งนี้มีชื่อว่า Music Universe เป็นผับที่นำเสนอแนวเพลงหลากหลายให้กลุ่มคนฟังดนตรี แต่ละแนวสายพันธุ์ได้เลือกเสพกัน ตั้งแต่วันจันทร์ยันวันอาทิตย์ ซึ่งขึ้นอยู่ที่ว่าแต่ละวงที่ทยอยกันมาเล่น ในแต่ละวันนั้นจะนำเสนอดนตรีอะไรให้ได้ฟังกัน กลุ่มนักดนตรีที่จะมาขึ้นเล่นบนเวทีแห่งนี้ได้ต้องฝีมือจริง การนำเสนอต้องเป็นที่น่าสนใจเพราะเจ้าของร้านค่อนข้างเข้มงวดมากในเรื่องของงานดนตรี  และวันนี้เป็นที่รู้กันของเหล่าสาวกเมทัลเฮดทั้งหลายที่มักจะมารวมตัวกันในวันศุกร์ บางคนก็มาทั้งชุดทำงานหลังจากที่เลิกงานมา บางคนก็มาในชุดที่มันเข้ากับดนตรีเพื่อที่จะได้มันส์ไปกับวงที่กำลังนำเสนอแนวเพลงร็อค ในแบบแฮร์แบน’80s ซึ่งเคยเป็นที่นิยมและโด่งดังเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน แม้กาลเวลาจะผ่านไปแต่ผลงานเพลงของแต่ละวงในยุคนั้น ยังคงเป็นอะไรที่คนบางกลุ่มที่เคยผ่านเคยฟังมันมายังคงเรียกร้องที่อยากจะขอฟังใหม่อีกครั้ง รวมทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยากจะลองฟังเพื่อศึกษาว่าจริง ๆ แล้วแนวดนตรีแนวนี้มันเป็นยังไงด้วยภาพลักษณ์ที่ชายแต่งกายเป็นหญิง และมันยังถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของดนตรีอีกด้วย แม้อาจจะไม่ได้ดูการเล่นสดจากกลุ่มคนที่สร้างเพลงนั้นขึ้นมาโดยตรง แต่การเล่นคัฟเวอร์ของวงที่กำลังนำเสนออยู่ในตอนนี้ฝีไม้ลายมือนั้นไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าต้นฉบับ คงพอจะช่วยให้คลายความกระสันต์ลงไปได้บ้างไม่มากก็น้อย
ภายใต้แสงไฟหลากสีสันที่ส่องสลับไปมาอยู่เหนือเวทีจะเห็นนักร้องชายหนุ่มผมยาวหยักศกถึงกลางหลังแต่งหน้าทาปากสีอ่อนนิด ๆ สวมเสื้อยืดแขนกุดสีดำมีลวดลายกางเขนสีเงินตรง

เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

กลางหน้าอก เผยให้เห็นรอยสักรูปแบทแมนในภาคของบีกินส์ที่หัวไหล่ด้านซ้าย สวมกางหนังสีดำมัน มีโซ่เหล็กคล้องจากหูกางเกงด้านหน้ามาถึงด้านหลังทางซ้าย รองเท้าหนังหุ้มข้อไนกี้สีดำ สวมใส่สร้อยข้อมือสามถึงสี่เส้นข้างซ้าย ส่วนข้อมือขวาสวมนาฬิกาสีที่ชื่นชอบยื่นจับขาไมค์ร้องเพลงที่มีผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่สีชมพูผูกติดอยู่กับขาไมค์ พร้อมกับโยกสะบัดผมไปมาตามจังหวะของท่วงทำนองอินโทรที่เร่งเร้า ก่อนที่จะเข้าเนื้อร้อง ถัดไปด้านซ้ายเป็นมือกีต้าร์ที่กำลังยืนสะบัดปิ๊กบนสายลวดหกสายอย่างเมามันส์กับกีต้าร์ยี่ห้อกิ๊บสัน เลสพอลสีส้มดำ ที่ส่งเสียงดังสะท้านสะเทือนก้องกังวานอย่างหนักแน่น ผมยาวถึงกลางหลังกัดสีผมเป็นสีรุ้งอย่างจัดจ้าน มองเผิน ๆ นึกว่าแสงไฟสปอตท์ไลท์ส่องสลับกันไปมากระทบเส้นผม (คิดดูแล้วกันว่าช่างกล้าขนาดไหน) แต่งหน้าทาปากไม่เข้มนัก สวมเสื้อกั๊กยีนส์สีดำแขนกุดไร้ลวดลายใด ๆ บนตัวเสื้อ สวมกางเกงหนังสีดำ ใส่รองเท้าหนังคอนเวอร์สสีดำสลับขาว สวมใส่สร้อยข้อมือทั้งสองข้าง
ส่วนคนขวามือของนักร้องคือมือเบสส์ ที่เล่นเบสส์สี่สายสะพายต่ำเหมือนมือกีต้าร์คุมจังหวะ ในภาคริทึ่มที่ช่วยสอดประสานความเข้มข้นของดนตรีใช้เบสส์ยี่ห้อเฟนเดอร์สีเขียว สีสแตนด์ดาร์ดที่นักดนตรีหลายคนชอบใช้กัน ผมยาวประบ่าสวมหมวกทรงคาวบอยสีน้ำตาลแต่งหน้าทาปากอย่างเข้มข้น สวมเสื้อยืดแขนกุดสีดำที่มีประโยคภาษาอังกฤษคำว่าควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง  สวมกางเกงยีนส์สีดำใส่สร้อยหัวกระโกลกที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวเหมือนนักร้อง ใส่ร้องเท้าหนังหุ้มข้อหัวโตสีดำ คล้ายรองเท้าทหาร
สมาชิกคนสุดท้ายของวงรับหน้าที่อยู่เบื้องหลังกลองชุดยี่ห้อทาม่าสีแดง ที่ทางร้านเตรียมไว้ให้นักดนตรีแบบสองกระเดื่อง กำลังนั่งย้ำไม้กลองคู่ฟาดลงไปยังกลองสแนร์และฉาบคู่ ด้วยพลังที่เต็มสูบ พร้อมกับโยกตัวไปมาตามจังหวะดนตรี ส่วนขาทั้งสองข้างกำลังซอยกระเดื่องคู่อย่างกับวิ่งมาราธอนชนิดที่ไม่ยอมน้อยหน้า เพื่อนร่วมวงที่ทุ่มพลังตามตำแหน่งของแต่ละคน ที่อยู่ด้านหน้าของเขา มือกลองผมทรงบ๊อบทำการไดร์ยกปลายผมทั้งสองข้างตั้งยกเชิดขึ้นทั้งซ้ายขวา หน้าผากคาดผ้าผืนยาวสีดำตรงกลางมีรูปดาวหกแฉกสีขาว แต่งหน้าคล้ายนักร้อง สวมปลอกข้อมือหนังสีดำซ้ายขวา สวมเสื้อยืดแขนกุดสีดำลายเปลวเพลิง สวมกางเกงยีนส์สีดำที่มีรูปดอกกุหลาบและเถาหนามพันทับกันไปมาตั้งแต่เอวลงมาถึงข้อเท้า อยู่ด้านข้างของกางเกงยีนส์ สวมร้องเท้าหนังพูม่าสีดำแถบขาว
“I’ll Be Your Daddy , Your Brother, Your Lover, Your Little Boy ฮึเย้ เสียงร้องตะโกนที่สูงเจือแหบนิด ๆ เป็นเสน่ห์ในแนวเพลงพวกนี้ได้ บ่งบอกถึงอารมณ์เพลงร็อคที่กำลังนำเสนออยู่นั้นทำให้กลุ่มคนดูต่างตะโกนกู่ร้องตามนักร้องนำไปด้วยเหมือนกับโดนมนต์สะกด ซึ่งเป็นการร้องส่งให้มือกีต้าร์และมือเบสส์เข้าสู่ช่วงโซโล่ของเพลง ซึ่งทั้งคู่ก็สอดประสานโซโล่รับพร้อมกันอย่าง
.PARENTAL  ADVISORY  EXPLICIT  CONTENT 
Rock N’Roll Dream Come Throug

เมามันส์ตามที่ได้นัดแนะกันมา อย่างชนิดที่ไม่กลัวในเรื่องของความผิดพลาด จนคนดูบางคนถึงกับจับตามองการโซโล่ เพลงนี้ว่ามือกีต้าร์และมือเบสส์จะทำได้ดีขนาดไหน เพราะเพลงนี้ต้นฉบับเขาเล่นแบบใช้เทคนิคอะไรบางอย่างเข้ามาช่วยอย่างเช่น สว่านไฟฟ้า

เพลงนี้ถ้าคนที่เคยดูวง Mr.Big เล่นคอนเสิร์ตทั้งจากแสดงสดหรือจากดีวีดี หรือยูทูบจะเห็นว่ามือกีต้าร์ Paul Gillbert และมือเบสส์ Billy Sheehan จะใช้สว่านไฟฟ้ามาช่วยในการปั่นปิ๊กกีต้าร์ ช่วงที่ทั้งคู่กำลังโซโล่พร้อมกันอยู่ แต่วงนี้มันกับใช้มือล้วน ๆ ช่างลำพองจริง ๆ ขอยอมรับตามที่ฟังใคร ๆ เขาพูดกันมา ชายหนุ่มผมยาวประบ่าสวมหมวกแก๊ปสีดำล้วน ด้านหลังของหมวกเป็นตาข่าย สวมเสื้อยืดสีดำพิมพ์สกรีนอักษรโลโก้ว่า AC/DC นุ่งกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้มมีรอยขาด สวมร้องเท้าผ้าใบสีดำยี่ห้อแวน กำลังพูดกับชายผู้เป็นเจ้าของร้านร่างท้วมที่อายุอานามปาเข้าไปสี่สิบเต็ม ๆ ที่ยืนอยู่ใกล้กันตรงบริเวณเคาท์เตอร์
ผมยอมรับว่าวงนี้ฝีมือไม่เบา ทุกตำแหน่งของสมาชิกในวงนั้น ไม่มีใครเป็นรองใครเลย ชายเจ้าของร้านเอ่ยชมอย่างพึงพอใจ เพราะคนทั้งสี่กำลังเล่นเพลงที่อยู่ในยุคของเขานั่นเอง
ดูพี่ปลั๊กจะรู้สึกชื่นชอบวง ฟีนิกซ์ นี้เป็นพิเศษเลยนะครับ
ก็ไม่เชิงหรอก เฮียปลั๊กตอบปัดคำถามของลูกค้า ที่รู้จักคุ้นเคยกันมานานและเพื่อไม่ให้ใครมาได้ยินว่าตนเลือกที่รักมักที่ชั่ง ตัวผมเองนั้นก็ประทับใจกับทุก ๆ วงที่มาเล่นที่ร้านผมเสมอ คุณก็รู้นี่พี
                จริงสิผมลืมไปต้องขออภัยด้วยครับ แต่สำหรับวงนี้ผมยอมรับว่าเล่นดนตรีได้เข้าถึงอารมณ์จริง ๆ
                พูดอย่างนี้ ถ้าวงอื่นเขามาได้ยินเข้า เขาจะน้อยใจได้นะเอ่อ เฮียปลั๊กพูดกระเซ้าคู่สนทนาเหมือนเป็นการแดกดันคืน
                ผมพูดจากความรู้สึกของผมที่สัมผัสได้จากการนำเสนอของวง นักร้องที่ชื่อเก่งที่พี่บอกผมนั้นพลังเสียงฟังดูมีเสน่ห์ ไม่เหมือนใครซึ่งเข้ากับเพลงในยุคนั้นได้ดีจริง ๆ ชายสวมหมวกแก๊ปอายุน้อยกว่าเจ้าของร้านเพียงห้าปี กล่าวชื่นชมให้กับคู่สนทนาฟังโดยที่ไม่ได้ละสายตาจากการแสดงของสี่หนุ่มพลังนกเพลิงบนเวที
ทางด้านเจ้าของร้านได้ยินดังนั้นเขาไม่พูดอะไร มีเพียงแววตาที่หันหน้ามามองคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนที่จะหันกลับไปมองกลุ่มคนที่กำลังแสดงอยู่บนเวที ด้วยความเป็นเจ้าของร้านนั้นก็ต้องทำตัวเป็นกลางที่ต้องให้ความสำคัญกับทุกวงที่มาเล่นที่ร้านของตน ในความรู้สึกลึก ๆ แล้วเขากลับพึ่งพอใจในวงที่กำลังเล่นอยู่ตรงหน้าเป็นที่สุด ตั้งแต่ตอนที่ทางวงมาขอออดิชั่นเล่นที่ร้านนั้นก็ได้
.Phoenix นกเพลิงที่อาศัยอยู่ในทะเลทราย เชื่อกันว่าเป็นนกที่ไม่มีวันตาย เมื่อแก่ตัวลงจะเผาไหม้ตัวเองกลับไปเป็นไข่อีกครั้ง
เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

สร้างความประทับใจตั้งแต่แรก ส่วนตัวเจ้าของร้านเองชอบเพลงแนวนี้เป็นทุนเดิม แม้ในการเล่นให้ดูครั้งนั้นจะผิดพลาดบ้าง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่กับการที่จะเปิดโอกาสให้กับพวกเขาได้นำเสนอความสามารถที่ซุกซ่อนอยู่ การเล่นคัฟเวอร์นั้นจะให้เหมือนต้นฉบับเป๊ะทุกกระเบียดนิ้วมันก็คงไม่ได้ แต่เล่นให้เหมือนและคล้ายที่สุดและทำให้คนดูรู้สึกอินไปตามเพลงที่ฟัง นี่ต่างหากคือการตัดสิน และการยอมรับก็จะตามมาเอง

จบกันไปอีกหนึ่งบทเพลงที่มีคนเคยขอกันมา และทางวงได้ค้างไว้ วันนี้จัดให้เป็นเพลงแรกเลยครับ หวังว่าคงถูกใจไม่มากก็น้อย แต่ความมันส์ยังไม่จบกันแค่นี้ นักร้องหยุดพูดนิดนึงด้วยความเหนื่อยหอบ แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยพลังในการนำเสนออย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่ายังไงคืนนี้จะไม่มีทางน้อยหน้ากว่าคืนไหน ๆ แน่นอนครับ
สิ้นเสียงนักร้องนำเสียงโห่ร้อง ตอบกลับมาพร้อมกับยกมือขวาทำสัญลักษณ์ที่ชาวร็อคชอบใช้กัน (แต่ไม่ได้มีใครชูนิ้วประหลาด ๆ เพียงนิ้วเดียวให้ เพราะนั่นถือว่าไม่มีมารยาท) บางคนก็ปรบมืออย่างหนักแน่นเสียงดัง พร้อมพริ้วปากส่งเสียงอื้ออึงกันไปหมด
นักดนตรีทั้งสี่ต่างมองหน้ากันเหมือนกับเป็นการตกลงว่าจะเล่นเพลงอะไรต่อไปตามรายการเพลงที่เตรียมมา จากนั้นมือกลองจึงให้จังหวะเพื่อเข้าสู่การเริ่มเล่นเพลงต่อไป เมื่อเสียงดนตรีของท่อนอินโทรเริ่มดังขึ้น เสียงอื้ออึงที่ดังอยู่กลับดังขึ้นมากกว่าเดิม เพราะเพลงที่ทางวงกำลังเริ่มเล่นนั้นเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักฟังเพลง
                มันเป็นเพลงที่หลายคนต่างรู้จักชนิด ที่แทบไม่เคยมีใครไม่เคยฟังจากวงที่ดังมากที่สุดวงหนึ่ง เพลงแรกจากอัลบั้มแรก ของวงที่มีสัญลักษณ์ของดอกกุหลาบพันอยู่ปลายกระบอกปืน โดยเฉพาะในช่วงท่อนร้อง ที่นักร้องร้องได้เหมือนจริง ๆ คล้ายกับว่าคนที่ร้องเป็นต้นฉบับ กำลังมายืนร้องอยู่ตรงหน้าพวกเขา ด้วยตัวเองเลยก็ว่าได้
ความสนุกความมันส์ยังคงสาดกันต่อไปไม่ยั้ง จากเพลงหนึ่งจบไป ต่อด้วยบทเพลงเฮฟวี่ในยุค 80’s ทันที แต่ก็มีบางเพลงที่ทางวงนำเอาเพลงฮาร์ดร็อคในยุค 70’s มานำเสนอให้ฟัน ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงที่ดัง ๆ และ เป็นที่เป็นที่รู้จักกันดีของกลุ่มนักฟังเพลงแนวนี้ เพลงที่นำเสนอเพลงไหนที่เป็นที่คุ้นเคยของคนฟังก็จะมีเสียงคลอร้องตามไปด้วยอย่างกระหึ่ม เมื่อถึงช่วงของท่อนฮุกของเพลงนั้นๆ เพลงไหนที่ร้องตามกันไม่ได้ ก็ทำได้เพียงแค่โยกตัวโยกหัวไปมาพร้อมกับปรบมือไปตามจังหวะเพลง
                คนบนเวทีก็ทำหน้าที่ของตนไป คนดูที่นั่งอยู่ตามโต๊ะและที่ยืนดูอยู่ก็ยังคงสนุกสนานกันไป มันเป็นการแสวงหาความสุขจากคนที่มีหัวอกเดียวกัน การฟังเพลงคือจุดหมายเดียวที่ช่วยให้

Rock N’Roll Dream Come Throug

คนเราหลุดพ้นจากปัญหาไปได้ไม่มากก็น้อย แม้ปัญหานั้นมันอาจจะไม่หมดไปในทันที แต่ในช่วงของจังหวะทำนองของแต่ละตัวโน๊ต ที่ได้ยินได้ฟังคงพอที่จะทำให้ปัญหานั้นค่อย ๆ จางลงไปจากความคิด และเมื่อผ่านไปไม่นาน เมื่อตัวโน๊ตแต่ละตัวของเพลงที่ได้ยินได้ฟัง เข้ามาเติมเต็มความรู้สึกเมื่อไหร่ บางทีลองนึกดูอยากจะกลับไปนึกถึงปัญหานั้นอีกครั้งหรือเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมันก็ดูเลือนลางลงไปแล้ว (ไม่เชื่อคุณลองหยิบผลงานเพลงที่คุณชื่นชอบขึ้นมาลองฟังและสนุกไปกับเพลงที่คุณฟังดูสิ แล้วคุณจะสัมผัสได้กับความรู้สึกอะไรบางอย่าง ที่ช่วยปลดเปลื้องคุณจากพันธนาการที่ฉุดรั้งความรู้สึกของคุณอยู่)
ต่อไปนี้ขอนอกเรื่องสักหนึ่งเพลงครับ อาจจะไม่ใช่ในรูปแบบของเพลงสากลที่ฟังผ่านมา อันนี้ทางวงขอเต็มใจนำเสนอ ช่วงพักวงแป๊บนึงที่นักดนตรีกำลังดื่มน้ำกันอยู่ นักร้องจึงพูดแนะนำเพลงที่ทางวงเขาจะนำเสนอให้คนดูฟัง คนดูบางคนก็รู้สึกตื่นเต้นกับเพลงที่จะได้ฟัง แต่บางคนนั้นกับรู้สึกเฉย ๆ โดยเฉพาะคนที่มาดูพวกเขาบ่อย ๆ จะรู้ว่าทางวงกำลังจะนำเสนอเพลงอะไรให้ฟัง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะรับไม่ได้เพราะนี่แหล่ะ ที่ทำให้คนที่เคยฟังกันไปแล้วกับมาฟังกันอีกครั้ง
มาแล้ว ๆ นี่แหล่ะพีที่ผมอยากให้คุณมาลองฟังดู เผื่อคุณจะลองเก็บไว้พิจารณาวงหน้าใหม่
ชายหนุ่มสวมหมวกแก๊ปเอียงคอหันหน้าไปมองเจ้าของร้านด้วยความสงสัยในคำพูดเมื่อกี้นี้ที่ได้ยิน แล้วท่วงทำนองก็เริ่มดังขึ้นดึงให้เขาหันกับไปมองนกเพลิงสี่ตัวบนเวทีอีกครั้ง เป็นเพลงไทยที่มาในสไตล์ฮาร์ดร็อคที่หนักแน่นด้วยเพาเวอร์คอร์ด ในช่วงอินโทรก่อนที่ลูกโซโล่จะตามมาเป็นเพลงที่ทางวงแต่งกันขึ้นเอง เพื่อต้องการปูทางให้คนฟังได้รับรู้เป็นนัย ๆ ว่าพวกเขากำลังทำเพลงกันอยู่ โดยหารู้ไม่ว่ามีคนแปลกปลอมเข้ามาในร้านคนหนึ่ง ที่เจ้าของร้านชวนมาดูพวกเขาในวันนี้

“--เพลงอะไรว่ะไม่เคยได้ยินมาก่อน--”
                “--เพลงนี้พวกเขาแต่งกันเองเลยรู้เปล่า--”
                “--รู้ได้ไง--”
                “--เคยมาฟังบ่อยไป วงนี้เขาจะนำเสนอเพลงที่แต่งกันเองให้ฟังเป็นประจำ--”
“--จังหวะใช้ได้ ฟังได้อารมณ์ดีอัดเก็บไว้ไหม๊--”
                “--เดี๋ยวก็โดนเรื่องลิขสิทธิ์หรอกมึง--”
                “--อืม เจ๋งดี--”
                “--งั้น ๆ แหล่ะไม่เห็นต่างจากเพลงไทยที่ฟังอยู่เท่าไหร่หรอก--”
                “--กูเบื่อเพลงไทย ขอออกไปข้างนอกก่อนแล้วกัน--”
เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

“--เมื่อกี้ยังร็อคสากลกันอยู่เลย เปลี่ยนมาเล่นเพลงไทยซะงั้น ชายไม่ยอมจริง ๆ ด้วย--”
                “--ร้องใช้ได้เน๊อะ น้ำเสียงไม่มีตกเลย นักร้องก็หล่ออยากเป็นแฟนด้วยจัง--”
“--ฉันชอบมือกีต้าร์มากกว่าไม่เหมือนใครดี ขาวตี๋ ขาวตี๋--”
                “--แม่จ๋า กลับบ้าน--”

                ต่างมุมมองต่างความคิดนานาจิตตัง ของกลุ่มคนฟังที่วิพากวิจารณ์กันไปเกี่ยวกับเพลงที่ได้ยินได้ฟัง บางคนชอบ บางคนไม่ชอบอันนี้คงห้ามความคิดกันไม่ได้ ถ้าคนเราชอบอะไรเหมือนกันหมดก็คงจะดี การแตกแยกคงไม่มีให้เห็นและการปะทะกันก็คงจะไม่เกิดขึ้นจนนำมาซึ่งความเสียหายซึ่งชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งความรู้สึก
หากไม่ให้โอกาสกันบ้างจะรู้ได้ยังไง ว่าสิ่งที่กำลังถูกนำเสนอออกมานั้นมันดีหรือไม่ดีตรงไหน

“**ด้านนอกด้านใน           ด้านไหนเป็นอย่างไรวัดกันได้ยาก
                ไม่รู้จะมาหน้าไหน          เลิกเก๊กเมื่อไหร่มันคงจะถอดออกมา
                หน้ากากจอมปลอม          คงจะได้เห็นว่ามันเป็นคนอย่างไร

เมื่อเพลงใกล้จะจบเฮียปลั๊กจึงถามคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา เป็นยังไงบ้างล่ะพีเพลงนี้ คุณมีความคิดเห็นว่าอย่างไรกับสิ่งที่พวกเขานำเสนอ             
 จากที่ฟังทางด้านเนื้อหาของเพลงดี ฟังปุ๊ปติดหูปั๊บสามารถร้องตามได้ในทันที เมื่อเนื้อเพลงวนกับมาซ้ำในช่วงท่อนฮุกอีกครั้ง ยอมรับในเรื่องของการแต่งเพลง เนื้อเพลงกระแทกกระทั้นดี แต่เนื้อหาของภาคดนตรียังคงต้องปรับปรุงกันใหม่ เหมือนมันขาด ๆ อะไรไปบางอย่าง พีหยุดพูดพร้อมกับทำท่าครุ่นคิด ถ้าเรียบเรียงให้ดีกว่านี้อีกนิด เพลงนี้จะเป็นอะไรที่เจ๋งมากเฮียปลั๊กได้ยินดังนั้นก็พลอยมีความรู้สึกปลาบปลื้มไปกับเจ้านกเพลิงทั้งสี่ ที่ยังคงฮึกเหิมไปด้วย
เพลงที่ถูกนำเสนอจบลงแล้วมีเสียงปรบมือจากคนดูพอสมควร แม้จะไม่เกรียวกราวมากนักเหมือนอย่างเพลงที่พวกเขาเล่นคัฟเวอร์ก่อนหน้านี้ เล่นเอานักร้องถึงกับหน้าซึมไป และการที่เห็นคนดูบางคนเดินออกจากร้านไป ทำให้ความตั้งใจเป็นอย่างมากว่าเพลงที่ตัวเขาและเพื่อน ๆ ช่วยกันทำออกมานั้นคงจะได้รับความนิยมไม่มากก็น้อย แต่ผลที่ได้รับมันตรงกันข้ามกันกับความคิดจนมือกีต้าร์ต้องเดินมาจับที่ไหล่และบีบเบา ๆ เพื่อต้องการเรียกความรู้สึกของเพื่อนกลับคืนมา นักร้องจึงหันหน้าไปมองตามแรงมือที่สัมผัสบนไหล่เขา

Rock N’Roll Dream Come Throug

ไม่เป็นไร อย่าคิดมาก เป็นคำพูดของมือกีต้าร์ที่เตือนเขาเบา ๆ ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างเข้าอกเข้าใจ
นักร้องได้ยินดังนั้นเขาจึงผงกศีรษะให้เพื่อนของเขาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นพูดอะไรต่อไป ที่จบไปนั้นเป็นเพลงที่มีชื่อว่าหน้ากากครับ เป็นเพลงที่พวกเราทั้งสี่คนช่วยกันแต่งขึ้นมาชอบไม่ชอบยังไง ติติงกันเข้ามาได้ครับ แต่น่าเสียดายที่เวลาแห่งการนำเสนอของทางวงได้มาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องจากกันไป ฝากเพลงนี้ถือเป็นการร่ำลากันไปในคืนนี้ก็แล้วกันครับ
เริ่มมีเสียงปรบมือและเสียงโต้ตอบกับมาจากคนดูที่เหมือนพร้อมจะลุยกันต่อไปกับเจ้าพวกนกเพลิงทั้งสี่ จากนั้นนักร้องจึงขานชื่อเพลงที่ดังมากที่สุดอีกเพลงหนึ่งขึ้นมา ด้วยอารมณ์ที่ฮึกเฮิมพร้อมกับมือกลองที่เริ่มกระหน่ำกลองคลอตามไปด้วย เล่นเอาคนดูหลายคนตกใจเหมือนกันว่าพี่เก่งแกของขึ้นหรือเปล่า
“CumOn…CumOn…Cum On Feel The Noise๑๐ เมื่อสิ้นเสียงนักร้องที่ตะโกนลากเสียงของตนขึ้นจนสูงแล้วปล่อยหายไป จากนั้นมือกลองจึงเริ่มรัวไม้กลองอย่างไม่ยั้งมือลงไปที่กลอง
สแนร์ที่อยู่ตรงหน้า เหมือนกับช่างตีเหล็กที่ใช้ค้อนปอนทุบลงไปยังเหล็กกล้าที่ถูกดึงออกมาจากเตาหลอมอันร้อนแรงอย่างไม่ยั้งมือ
จากนั้นในส่วนของภาคกีต้าร์และเบสส์จึงสอดประสานรับขึ้นมาสมทบพร้อมกัน เมื่อทุกตำแหน่างของดนตรีรวมเข้ากันได้ที่แล้ว ความหนักแน่นและความสะใจจึงถาโถมขึ้นมา มือเบสส์ถึงกับถอดหมวกคาวบอยของเขาร่อนไปด้านข้างของเวทีอย่างสะใจพร้อมกับโยกผมสะบัดไปมาอย่างได้อารมณ์เหมือนไม่กลัวว่าหัวจะหลุดออกจากบ่า พอถึงท่อนร้อง นักร้องก็ถ่ายทอดอารมณ์เสียงชนิดที่กระแทกกระทั้นอย่างเต็มที่ ดึงคนดูให้มีอารมณ์ร่วมตามไปด้วยชนิดที่ต่างคนต่างลุกขึ้นจากโต๊ะที่นั่งกันอยู่ เพื่อแสดงความรู้สึกที่กำลังรอการปลดปล่อยกันอีกระลอกหนึ่ง แต่ครั้งนี้เล่นเอาเหงื่อซึมกว่ารอบแรก เพราะสภาพอากาศภายในร้านนั้นเริ่มร้อนอบอ้าวอย่างได้ที่เหมือนกับทางร้านกำลังจะเวฟทุกคนให้สุกพร้อมกินกันยังไงยังงั้น
ทำไมพี่ปลั๊ก ต้องให้เด็กในร้านปิดแอร์ด้วยล่ะพี่พีถามคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยความแปลกใจ
                มันเป็นการสร้างบรรยากาศ ให้เข้ากับเพลงน่ะไม่มีอะไรเฮียปลั๊กพูดอย่างสบายอารมณ์พร้อมกับผงกศีรษะไปตามเพลง

๑๐.ผลงานเพลงของวง Quiet Roit จากอัลบั้ม Metal Health ที่ออกในปี 1983

เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

“--มันต้องอย่างนี้สิพี่ท่าน--”
“--สะใจจังโว้ย--”
“--เด็ดไปเลยพี่น้อง--”
“--ร้อนชะมัดเลย แอร์เสียหรือไงว่ะ--”
“--อย่างนี้แหล่ะดีแล้วมันได้อารมณ์ดี--”
“--ร้อน! แต่ก็มันโคตรๆ--”
“--ยาวไป ยาวไป อย่างนี้แหล่ะที่ชายชอบ โอ้ว โอ้ว--”

ช่วงที่เพลงโซ่โลในช่วงแรกของเพลง นักร้องจึงเดินเข้าไปเล่นกับมือกีต้าร์ด้วยการทำมือโซ่โลไล่ตามมือกีต้าร์ที่กำลังโชว์โซโล่ไปบนคอกีต้าร์อย่างไหลลื่น จากนั้นมือเบสส์จึงเดินเข้ามาสมทบ มือกีต้าร์เห็นดังนั้นจึงหันหน้ากีต้าร์เข้าหามือเบสส์ เหมือนเป็นการดวลกัน พร้อมกับโยกหัวและตัวไปมาอย่างมันส์ในอารมณ์ โดยที่มือของแต่ละคนนั้นยังไม่ล่ะไปจากกีต้าร์และเบสส์ของตน สักพักทั้งคู่จึงหันหลังเข้าพิงกัน นักร้องเดินไปทางมุมขวาของเวทียกมือทั้งสองข้างทำท่าชี้นิ้วเข้าหามือกีต้าร์และมือเบสส์โดยที่ในมือยังคงกำไมค์ไว้แน่นเรียกเสียงเฮจากคนดูได้อย่างอื้ออึง
จากนั้นนักร้องจึงเดินไปยืนที่หน้ากลอง พร้อมกับยกเท้าขวาขึ้นเหยียบกลองโยกหัวไปมา มือกลองเห็นดังนั้นก็ยิ้มรับพร้อมกับโยกหัวตามไป โดยที่ตนยังคงคุมจังหวะของแพทเทรินกลองไปเรื่อย ๆ เพราะความร้อนที่อบอ้าว ภายในร้านนักร้องถึงกับทอดเสื้อที่ใส่อยู่ออกวางไว้ที่หน้ากลองเผยให้เห็นความขาวช่วงท่อนบนของลำตัว ส่วนทางกลุ่มคนดูก็มีเสียงฮือฮาเกิดขึ้น พอเห็นนักร้องทอดเสื้อก็ทอดตามบ้างพร้อมโยนเสื้อขึ้น เกือบโดนเพดานร้านตอนนี้แหล่ะเสื้อคงจะปนกันจนไม่รู้ของใครเป็นของใครกัน
พอถึงช่วงที่มือกีต้าร์โซโล่จบ กลองจึงรับบทบาทในการโชว์วิถีการตีแบบเบินกระเดื่องและสแนร์ นักร้องก็ยังคงร้องในท่อนของเพลงที่ร้องนำเมื่อตอนต้นมีหยุดช่วงบ้าง ให้คนดูร้องตามคลอ ช่วงที่ดูเหมือนชุลมุนกันอยู่นี้มือกีต้าร์ถึงกับยกกีต้าร์ที่สะพายอยู่ออกจากตัววางพิงกับตู้แอมป์มาแชล เพื่อทอดเสื้อของตนออกด้วยเช่นกัน จากนั้นจึงยกกีต้าร์ขึ้นสะพายและเริ่มเล่นต่อ มือเบสส์เห็นเพื่อนร่วมวงทำดังนั้นก็ทำตามด้วยชนิดที่ไม่มีใครน้อยหน้าใคร เหลือเพียงแต่มือกลองที่ไม่สามารถทำอย่างเพื่อน ๆ ได้เพราะถ้าหยุดตีเพลงคงร่มแน่ ๆ ตอนนี้หน้าเวทีจากนักดนตรีเพลงร็อคเลยกลายเป็นการประกวดชายงามไปซะงั้น
เมื่อเพลงที่นำเสนอไปจบลงโดยพร้อมเพียงกันของแต่ละชิ้น หลังจากที่พักดื่มน้ำกันสักนิดมือกีต้าร์ก็ดีดลงไปบนสายกีต้าร์ เพื่อนำพาคนฟังเข้าสู่เพลง Paranoid๑๑ ผลงานเพลงฮาร์ดร็อคในยุค70’s ของวงที่ชื่อ Black Sabbath เป็นเพลงที่หลายต่อหลายวงต่างต้องเล่น ต้องซ้อมเก็บไว้เพื่อเตรียม
Rock N’Roll Dream Come Throug

รับมือเวลาที่คนดูขอมา จึงคล้ายเป็นเหมือนกับเพลงชาติเพลงหนึ่งของชาวร็อคไปซะแล้ว และกลายเป็นเพลงฮิตขี้แตก ที่นักดนตรีทุกชนชาติต่างต้องไม่พลาดที่จะเล่นคัฟเวอร์เพลงนี้ออกมา บางวงก็เล่นกันแบบเคารพต้นฉบับเป๊ะ แต่วงที่กำลังเล่นกันอยู่ในตอนนี้กับนำเสนอตรงกันข้ามกับต้นฉบับ พวกเขาควบตะบึงภาคดนตรีในแบบพาวเวอร์ เมทัล๑๒ ชนิดที่เล่นกันแบบไม่ไว้หน้าต้นฉบับ เพื่อต้องการจะบดขยี้ทุกอย่างที่ขวางหน้าให้เป็นจุน
ความหนักหน่วงของดนตรีในตอนนี้นำพาผู้คนดำดิ่งลึกสู่ห้วงแห่งการปลดปล่อยอย่างเต็มที่ บางคนที่ไว้ผมยาวเล่นยืนสะบัดผมอย่างไม่ยั้ง ส่วนคนผมสั้นก็ยังโยกหัวตามไปอย่างเต็มที่เท่าที่พอจะมีผมเหลืออยู่ อาจมีบ้างที่ความเมามันส์นำพาให้คนดูต้องกระทบกระทั่งกันไปบ้าง แต่คนเหล่านั้นก็ยังคงขอโทษและให้อภัยกันด้วยรอยยิ้ม เพราะดนตรีมันแรงอยู่แล้วไม่จำเป็นที่คนฟังต้องแรงตามดนตรี เพราะพวกเขาไม่ได้มาเพื่อประกาศศักดาหรือโชว์พลังในกาย เพื่อข่มเหงใครจุดหมายของพวกเขาคือมาเพื่อดนตรีที่อยากฟังและจุดสนใจก็อยู่กับคนบนเวที ทั้งที่กินข้าวจากพื้นแผ่นดินเดียวกันแท้ แต่ต้องมาทะเลาะกันเพราะอารมณ์ชั่ววูบมันถูกต้องแล้วหรือ (ไม่เข้าใจเวลาที่คอนเสิร์ตเล่นทีไรคนเรามักต้องมาทะเลาะกันอยู่เรื่อย ทั้งที่ดนตรีมีไว้เพื่อระบายความรู้สึกที่อัดอั้นจากความกดดันที่เจอะเจอกันมา น่าจะปลดปล่อยความรู้สึกนั้นไปกับเพลงที่กำลังร้องตามกันอยู่ แต่ไหง ดันปล่อยกันทางอารมณ์และพลังที่จ้องจะทำลายล้างซึ่งกันและกัน)
ภาคดนตรีมีรุกมีรับกันอย่างต่อเนื่องมีผ่อนหนักผ่อนเบาในการเล่น เพื่อดึงคนดูให้มีอารมณ์ร่วม ส่วนนักร้องจะเล่นกับคนดูอยู่ตลอดจนเรียกเสียงเฮได้ไม่หยุดยั้ง เกือบสองชั่วโมงได้สิ้นสุดลงเสียงที่ได้ยินหลังจากที่ดนตรีได้จบไปคงหนีไม่ พ้นเสียงพูดเสียงบ่นกันไปทั่วจากคนดูว่าเสียดายและอยากที่จะมันส์กันต่อ แต่เพราะยังมีอีกวงที่กำลังจะขึ้นเล่นต่อจากวงเจ้านกเพลิงทั้งสี่อีก เพราะคืนนึงนั้นจะมีวงดนตรีเล่นถึงสองวงด้วยกัน ก่อนลงจากเวทีเจ้านกเพลิงที่ทำหน้าที่กระบอกเสียงหันไปโบกไม้โบกมือให้กับคนดูอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมกับโค้งศีรษะให้ในขณะที่เสื้อของเขายังคงพลาดอยู่บนไหล่ขวา มือถือกระติกเก็บน้ำร้อนที่ใช้ดื่มเพื่อบำรุงเสียง ส่วนเพื่อน ๆ ภายในวงก็โบกมือตามไปด้วย ในมือก็ถืออุปกรณ์ของตน ส่วนเสื้อผ้านั้นก็พาดอยู่บนไหล่เหมือนกับนักร้อง
ไอความเย็นภายในร้านกลับคืนมาอีกครั้งหลังจากที่ดนตรีจบลงคนดูเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นหลังจากที่ร้อนอบอ้าวกันมาพอสมควร ช่วงที่เจ้านกเพลิงทั้งสี่กำลังก้าวลงบันไดหลังเวที ก็มีเสียงแซวจากอีกวงที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ที่อายุอ่อนกว่าพวกเขาปีสองปีพูดขึ้น พวกพี่เล่นกันซะขนาดนี้ แล้ว

๑๑.เป็นอาการของโรคหวาดระแวง
๑๒.Power Metal เป็นแนวดนตรีที่เกิดขึ้นในยุค 80’s มีจุดกำเนิดมาจากประเทศเยอรมันนี ดนตรีเน้นกระชับหนักแน่นทั้งในภาคริธึ่มและโซ่โล น้ำเสียงในการร้องจะร้องแบบกระชากๆ แหบห้าวอย่างสะใจ

เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

พวกผมจะเล่นอะไรกันล่ะคราวนี้
ก็คิดเอาเองแล้วกัน น้องตุ๊ดตู่ ฮ่ะ ฮ่ะ มือเบสส์พูดโต้กับพร้อมกับหัวเราะอย่างสะใจ ซึ่งมันเป็นลักษณะนิสัยของเขาอยู่แล้วในเรื่องกวนเบื้องล่างที่ใช้เดินแทนมือ ส่วนคนอื่น ๆ ก็แค่เดินยิ้มตาม ๆ กันลงไปโดยไม่ได้พูดอะไร
กวนตลอดเลยพี่บอล เสียงบ่นอุ๊บอิ๊บของคนที่ถาม เมื่อตะกี้นี้แล้วจึงตะโกนไล่หลังตามไป ผมชื่อตู่ครับพี่
เป็นยังไงบ้างล่ะพีกับวงฟีนิกส์ เฮียปลั๊กพูดขึ้น
น่าสนใจดีครับ ไม่ผิดกับที่ผมได้ยินคนอื่นเขาร่ำลือกันเกี่ยวกับวงนี้วันนี้ได้มาเห็นกับตารู้สึกทึ่งไปเลย
แล้วจะลองเก็บไว้พิจารณาดูสักวงไหมล่ะ
อืม…” พีทำสีหน้าครุ่นคิด ขอเก็บไปคิดดูก่อนแล้วกันครับ พี่ปลั๊ก
ก็ดีเหมือนกัน
ไม่ใช่ว่าไม่น่าสนใจหรอกนะครับพี่ ผมยอมรับว่าตอนนี้กระแสดนตรีแฮร์แบนด์เริ่มกลับมาแล้วก็จริง แต่มันเป็นการกลับมาแบบรียูเนียนของวงเก่า ๆ ที่เคยออกผลงานด้วยกันมา เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว และแฟนเพลงบ้านเขาเรียกร้องกันด้วย ส่วนวงหน้าใหม่นั้นทำได้ดีก็จริง แต่ผมก็ยังไม่เห็นมีวงไหนที่โดดเด่นที่พอจะทำให้กระแสแฮร์แบนกลับมาเปรี้ยงปร้างเหมือนในอดีตได้อีกครั้ง เท่าที่ตามข่าวดูส่วนใหญ่ วงที่ทำผลงานกันออกมาก็เหมือนทำตามที่วงรุ่นพี่ได้วางแบบอย่างเอาไว้
ก็คงต้องคอยตามดูกันไปเรื่อยล่ะมั้ง เฮียปลั๊กพูดด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย แต่ในใจของเขาอยากที่จะผลักดันวงฟีนิกส์ไปให้ถึงจุดหมาย อย่างที่สมาชิกในวงคลาดหวังกันเอาไว้
เสียงตอบรับในตอนนี้ก็ถือว่าดีในระดับหนึ่ง ผมจะขอลองเก็บไปพิจารณาดูก่อนแล้วกันยังไงเดี๋ยวผมขอตัวกลับก่อนแล้วกันพี่ปลั๊ก
มีงานที่สตูดิโอเหรอ
อ๋อ เปล่าครับ ผมเพียงแค่มีนัดกับสาว ๆ แถวอาซีเอครับ
อืม งั้นก็ตามสบายแล้วกัน ว่างเมื่อไหร่ก็แวะมาได้เสมอ ส่วนน้ำขวดนั้นพี่ไม่คิดเงินหรอกเลี้ยง ๆ เจ้าของร้านชี้มือไปที่ขวดที่ถืออยู่ในมือของพี
ผมจะต้องกลับมาอีกอย่างแน่นอน พีพูดพร้อมกับชูขวดน้ำดื่มที่ถืออยู่ในมือ ก่อนจะเริ่มออกเดิน เขาหันไปมองที่ทางเวทีนิดนึง เหมือนกับกำลังคิดอะไรอยู่ จากนั้นจึงก้าวเดินออกจากร้านไป โดยที่เจ้าของร้านยังคงยืนมองเขาอยู่จนเดินพ้นประตูไป
คงเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้วล่ะมั้งเก่ง เฮียปลั๊กบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วย

Rock N’Roll Dream Come Throug

ความหวัง ก่อนที่จะล่ะสายตาจากประตู แล้วหันกลับมาบอกเด็กในร้านให้นำน้ำดื่มไปให้สมาชิกวงฟีนิกส์ที่อยู่ด้านหลังเวที
ยังคิดมากอยู่อีกเหรอเก่ง มือกีต้าร์ถามขึ้น จากที่มองเห็นอาการไม่ดีของเพื่อน ส่วนในมือยังคงใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดสายกีตาร์
ได้ยินดังนั้นนักร้องจึงล่ะความรู้สึกที่กำลังคิดอยู่หันมามองมือกีต้าร์ อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกเบียร์ แค่นั่งคิดอะไรเพลิน ๆ นิดหน่อยนะ
จริงเหรอ มือเบสส์พูดสมทบขึ้น และหยุดมือจากการทำความสะอาดสายเบสส์มองหน้าเพื่อนของตน
จริงสิบอล เก่งยังคงตอบอย่างขึงขัง
เราไม่เชื่อหรอก ที่นายจะไม่คิด เราเองเรายังคิดเลยกับความรู้สึกของคนดี ที่เราเล่นเพลงของเราให้พวกเขาฟัง มีหลายคนที่ไม่ค่อยจอยกับเพลงของเรากันสักเท่าไหร่ ช่างหัวมันปะไรวัน ข้างหน้า ถ้าเรามีผลงานออกมาเมื่อไหร่ ขี้คร้านพวกมันต้องมาขอลายเซ็นเราอย่างแน่นอน เชื่อสิเพื่อน จริงไหมท่านพี่บิ๊กหัวหน้าวง บอลพูดพร้อมกับหันหน้าไปหามือกลองผู้มีอายุมากกว่าสมาชิกในวง ถ้าเทียบกันแล้วตอนนี้ตัวเขาก็ประมาณ 32  ส่วนคนอื่น ๆ อายุก็ประมาณ 29-30 และตอนนี้เขากำลังแกะผ้าที่คาดหน้าผากออกและเตรียมที่จะเช็ดเครื่องสำอางออกจากใบหน้า
                มันก็ถูกอย่างที่บอลพูดมา วันนี้เราอาจไม่ได้รับการยอมรับ แต่วันข้างหน้ามันก็ไม่แน่จริงไหม และอีกอย่างวันนี้มันก็ไม่ใช่วันแรกที่ต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ เพราะทุกครั้งที่เรานำเสนอเพลงของเราทีไร คนดูก็ไม่ค่อยแฮปปี้กันเท่าที่ควร มือกลองพูดพร้อมกับใช้กระดาษทิชชู่เช็ดหน้าเช็ดตา จากนั้นจึงหยุดมือแปล็บนึง พร้อมกับมองหน้าสมาชิกเพื่อนร่วมวงที่กำลังมองมาทางเขา แต่เรื่องแค่นี้อย่าปล่อยให้มันมาบันท่อนความตั้งใจของเราซะล่ะ ใครมันจะฟังหรือไม่ฟัง ใครมันจะชอบหรือไม่ชอบ ก็ช่างมันปะไร เพราะถือว่ายังไงเราก็ได้ทำแล้ว ดีกว่าอยู่เฉย ๆ จริงไหม ลืม ๆ มันเถอะเก่ง
                ครับพี่บิ๊ก เก่งรับคำ แล้วจึงว่าไปตามความรู้สึกของเขา ผมรู้ว่าผมมันจริงจังมากเกินไปจึงคิดว่าทุกคนต่างต้องคิดเหมือนผม
                อันนั้นมันก็ไม่ผิดหรอกเพื่อน เพราะเราทุกคนต่างมีสิทธิ์ที่จะคิดจริงไหม เบียร์พูดพร้อมกับหยิบกีต้าร์ตัวโปรด ใส่ลงในกล่องใส่กีต้าร์ พร้อมกับปิดล็อคหัวท้ายตัวกล่อง
                ขอบใจเบียร์ เก่งพูดพร้อมกับหันไปมองเพื่อน ที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับกล่องใส่กีตาร์ สักพักเขาก็เงยหน้ามายิ้มให้กับเก่งพร้อมกับผงกศีรษะให้ จากนั้นจึงเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชู่ส่วนที่ยังเหลืออยู่จากกล่องที่วางอยู่บนโต๊ะ ที่มือกลองเพิ่งใช้ไปเมื่อตะกี้นี้ ขึ้นมาเช็ดหน้าเช็ดตาจากเครื่องสำอางที่เขาก็แต่งด้วยเช่นกัน และจึงส่งยื่นให้กับเก่ง เพราะทั้งคู่ต่างผูกพันกันมานานตั้งแต่
เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

สมัยเรียนมัธยมปลายและเคยอยู่ในวงเดียวกันมาโดยตลอด แต่ในสมัยนั้นเบียร์ยังเล่นเบสส์ โดยที่มีเพื่อนอีกคนที่รู้จักกันเล่นกีต้าร์ หลังจากที่เรียนจบมัธยมปลายเพื่อนคนที่เคยเล่นกีต้าร์ ก็หายตัวไปอย่างไรล่องลอย เขาจึงหันมาเล่นกีต้าร์แทนเสียเอง ทั้งในตอนเรียนระดับมหาลัย ด้านดนตรีที่เขากับเก่งต่างก็ผ่านมาจากสถาบันเดียวกัน และก็เล่นดนตรีด้วยกันมาเรื่อย ๆ จนถึงทุกวันนี้ กว่าจะมาลงตัวกับสมาชิกที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบันนี้ ก็มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกกันอยู่เรื่อยมา แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่ทิ้งกันไปไหน ยังคงย่ำเดินตามหาความฝันที่เหมือนกันอย่างไม่ยอมลดละ
               
ขอโทษค่ะ เสียงเตือนจากหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นสาวเสิร์ฟของร้านแห่งนี้ เธอมีรูปลักษณ์ผิวขาวผมยาวตรงรวบมัดเป็นห่างม้ารูปร่างผอมบาง มาในเสื้อเชิตสีขาวแขนยาวนุ่งกระโปรงสีดำที่ยาวถึงหัวเข่าเดินถือ ถาดที่มีน้ำเปล่าด้วยกันถึงสี่ขวดเข้ามาในกลุ่มของเก่ง
หวัดดีหยิน เก่งทักตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นหน้าของสาวเสิร์ฟคนที่รู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
หวัดดีค่ะพี่ ๆ ทุกคน สาวเสิร์ฟพูดทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเอง
น้องหยินของพี่นี่ช่างรู้ใจพี่จริง ๆ ที่อุตสาห์นำน้ำเย็น ๆ มาให้อย่างนี้ พี่จะตอบแทนอย่างไรดีนะ บอลเริ่มพูดกระเซ้าเย้าแหย่หญิงสาวทันทีที่เห็นหน้า
ไม่ต้องก็ได้พี่บอลหยิน ไม่อยากได้หยินพูดพร้อมกับวางถาดน้ำดื่มลงบนโต๊ะ
น่าจะอยากสักหน่อยพี่แหละเต็มใจ่เต็มใจ เพื่อน้องหยินคนเดียวเลยนะจะบอกให้
ยังไม่เลิก ยังไม่เลิก หยินพูดเสียงที่เข้มขึ้นจากที่โดนแทะโล้ม นี่ค่ะพี่เก่งน้ำดื่มเย็น ๆ ดื่มแล้วจะได้สดชื่น
                ขอบคุณฮ่ะ เก่งพูดพร้อมกับกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบน้ำในถาดมาดื่ม แต่หยินกับหยิบส่งยื่นให้เขาก่อนซะแล้ว
นี่หยินไม่ต้องไปเอาอกเอาใจอะไร ไอ้เก่งมันมากนักหรอก มันมีเมียแล้ว บอลพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์กับภาพที่เห็นตรงหน้าเขา
                กับคำพูดของบอลเล่นเอาเก่งถึงกับหน้าแดงและยิ้มอย่างเขิน ๆ ส่วนในมือก็แกะฉลากพลาสติกอย่างทุลักทุเล
                ไม่ต้องเขินขนาดนั้นก็ได้เก่ง เบียร์พูดยิ้ม ๆ ที่เห็นอากัปกิริยาของเพื่อนสนิท แกะได้ไหมล่ะเดี๋ยวแกะให้
                ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เก่งพูดยิ้ม ๆ ด้วยใบหน้าที่แดงกล่ำ ขณะที่ก้มหน้าก้มตาเปิดขวดน้ำดื่ม
               
Rock N’Roll Dream Come Throug

หยินแค่ดูแลพี่ เขาเหมือนพี่ชายต่างหากล่ะ พี่บอลนี่พูดไปไหนเนี่ยะหยินหันมาพูดตำหนิเจ้าลิงโลด
                จ้า ๆ บอลรับคำอย่างคนที่ยอมจำนน ขณะที่เอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะเพื่อต้องการจะดื่มบ้าง
                แล้ววันนี้พี่ไผ่ไปไหนซะล่ะค่ะ
                ไผ่เขาไปสัมมนากับทางโรงเรียนน่ะหยินเก่งพูด
                มิหน้าวันนี้ถึงไม่เห็นพี่ไผ่มาด้วย
                อยากให้เขาเลิกกันเหรอ ยังคงมีเสียงเจื๋อยแจ่วมาจากบอลอีกระลอก เล่นเอาทั้งคู่นิ่งเงียบกันไปพักนึง
                แต่สาวเสิร์ฟไม่ได้พูดอะไร ได้แต่เพียงค้อนด้วยหางตาไปยังเจ้าของที่เสียงที่แซวมา คนที่แซวกำลังดื่มน้ำอยู่โดยละสายตาไปทางอื่น แม้แต่เก่งเองยังรู้สึกผงะไปกับการคำพูดที่แซวมาแต่เขาไม่ถือสา เพราะรู้ดีอยู่ว่าเพื่อนคนนี้เป็นอย่างไร 
พี่ว่าพี่จะออกไปหา พี่ปลั๊กดีกว่า จะไปด้วยกันหมดเลยไหม เก่งพูดตัดบทขึ้น เพื่อเบียงเบนเรื่องในการสนทนา เมื่อตะกี้นี้
เอ้อ ว่าแล้วออกไปหาอะไรเย็น ๆ ซ่า ๆ กระแทกปากต่ออีกดีกว่า บอลพูดพร้อมกับลุกพรวดพราด แล้วแบกกระเป๋าที่ใส่เบสส์ของตนก้าวเดินออกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ทันที
หยินไปช่วยไหมพี่ สาวเสิร์ฟหันมาพูดยั่ว ๆ ใส่บอลที่กำลังจะเดินผ่านเธอไป
บอลเดินเข้ามาใกล้สาวเสิร์ฟนิดนึงพร้อมกับโน้มตัวเข้าหา ในระยะที่ห่างพอประมาณ ได้สิ แต่ต้องเป็นริมฝีปากของหยิน พี่ถึงจะยอม  พูดจบเขาก็ก้าวเท้าเดินออกไปทันทีพร้อมด้วยเสียงหัวเราะ ฮ่ะ ฮ่ะ  โดยไม่ได้สนใจในอากัปกิริยาของหญิงสาวที่กำลังยืนมองเขาด้วยสีหน้าที่แดงระเรื่ออยู่ข้างหลัง
พี่บอลนี่หนูล่ะอยากจะแทงด้วยมีดสักพันครั้ง แล้วเอาวิญญาณไปถ่วงน้ำจะได้ไม่ต้องไปผุดไปเกิดซะเลย หยินพูดอย่างใส่อารมณ์
เอาน่า เอาน่าใจเย็น ๆ สาวน้อย เบียร์พูดปลอบสาวเสิร์ฟอย่างใจเย็นซึ่งผิดกับคาร์แร็คเตอร์ ตอนที่เล่นกีต้าร์บนเวทีกันคนละคน ตอนอยู่บนเวทีเขาจะเป็นอะไรที่ดูขึงขังและจริงจังเป็นอย่างมาก แต่พอลงจากเวทีจะเป็นคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสใจเย็นเป็นอย่างมาก
ปะ ปะ ไปกันหมดนี่แหล่ะ บิ๊กพูดอย่างยิ้ม ๆ พร้อมกับสะพายกระเป๋าของตนลุกเดินออกไปจากหลังเวที โดยที่เก่งก็หยิบกระเป๋าขึ้นสะพายไหล่ เบียร์ถือกระเป๋าใส่กีต้าร์ลุกเดินตามออกไปโดยมีสาวเสิร์ฟที่เดินถือถาดตามหลังเก่งเป็นคนสุดท้าย แต่ดวงตาของเธอกับมองเก่งอย่างไม่กระพริบ
เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

ว่าไงทุกคนเมื่อกี้นี้สุด ๆ  กันเหมือนเดิมเลยนะ เฮียปลั๊กเอ่ยทักกลุ่มสมาชิกทั้งสี่ที่กำลังเดินเข้าไปหาเขา ซึ่งตอนนนี้นั่งอยู่ที่โต๊ะใกล้กับเคาน์เตอร์ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ส่วนทางกลุ่มของเก่งก็ยกมือไหว้และพูดทักทายเจ้าของร้าน ขณะที่กำลังก้าวเดินเข้าไปหา ซึ่งตอนนี้สาวเสิร์ฟได้เดินแยกตัวหายเข้าไปในครัว เพื่อทำหน้าที่ของเธอต่อไป
เอ้ามานั่ง ๆ ด้วยกันก่อน เฮียปลั๊กพูดเชื้อเชิญให้กลุ่มของเก่งนั่งลง ในโต๊ะเดียวกันกับเขา แล้วนี่เจ้าตัวแสบหายไปไหน อีกตัวซะล่ะ
เมื่อกี้เห็นเดินนำออกมาก่อนแล้วนี่ครับ เก่งพูดพร้อมกับมองไปรอบร้าน
สงสัยไปรมควันอยู่แน่เลย บิ๊กพูดเสริมขึ้น
สักพักก็มีเสียงทักทายด้วยน้ำเสียงที่ลากยาวกำลังเดินเข้ามา หวัดดีเฮีย……ปลั๊ก พร้อมกับหยุดลงทันทีที่เอ่ยชื่อคนที่ถูกเรียก
นี่ไอ้บอลมึงไม่ต้องเรียกซะยานขนาดนั้นก็ได้ฟังแล้วมันขนลุก เฮียปลั๊กพูดอย่างใส่อารมณ์
กลัวผีล่ะสิ เฮียนี่ บอลพูดกระเซ้าเย้าแหย่ ก่อนที่จะนั่งลงข้าง ๆ หัวหน้าวงของเขา
เฮียไม่กลัวหรอกเรื่องนั้น แต่ที่ฟังแล้วสยองกลัวตัวเองจะไปเป็นเพื่อนกับมังกรโคโมโด แล้วนี่เอ็งกะจะไม่เช็ดหน้าเช็ดตากับเขาบ้างหรือไงเนี่ยเฮียปลั๊กเห็นว่าบอลยังไม่ได้เช็ดเครื่องสำอางออก จึงพูดขึ้น
ยังงี้ก็ดูดีนี่ฮ้า หรือว่าเฮียไม่ชอบหนูแล้ว จบประโยคของบอลเล่นเอาทุกคน ในโต๊ะหัวเราะกันครืน
กูจะอวก อย่ามาเล่นแบบนี้อีกนะมึง บิ๊กเมื่อไหร่จะไล่มันออกจากวงไปสักที เฮียบอกให้หามือเบสส์ใหม่ ไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว เฮียปลั๊กพูดอย่างคนอารมณ์เสีย
ดูสิ ใช้ความเป็นเจ้าของร้านข่มขืน เราซะอย่างนั้น อย่างงี้เค้าจะไปเรียกร้องกับใครดีล่ะ
ข่มขู่ เก่งพูดยิ้ม ๆ และส่ายหน้าไปมา ส่วนคนอื่น ๆ ก็ได้แต่นั่งหัวเราะกับพฤติกรรมของเพื่อนร่วมวง
ดูมันพูดหากใครเขามาได้ยิน เขาคงคิดว่าพี่มีอะไรกับมันจะทำยังไงดี
ก็ทำท่าเดิมไง บอลยังคงพูดจีบปากจีบคอต่อไป
เอา ๆ กูยอมมึงแล้ว เอียปลั๊กพูดอย่างอิดหนาระอาใจ
ยอมง่ายจัง บอลพูดด้วยสีหน้าที่ระริกระรี้ ส่วนคนอื่น ๆ ได้แต่นั่งยิ้มเขา จากนั้นบอลจึงหันหน้าไปทางเคาน์เตอร์ น้องเบียร์ขวด
นั่งอยู่นี่แล้วไง เบียร์พูดแหย่

Rock N’Roll Dream Come Throug

เล่นกันเองซะงั้นบอลพูดปรารภอย่างหน้าเสีย พร้อมกับหันไปหาเด็กที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์
เอ้านี่ค่าแรงสำหรับคืนนี้ เจ้าของร้านส่งซองสีน้ำตาลเข้มให้กับ บิ๊กซึ่งนั่งอยู่ใกล้ ๆ ทุกคนในโต๊ะ ต่างก็มองไปที่ซองที่ถืออยู่ในมือของหัวหน้าวง
เย้ ! มีตังค์จ่ายค่าเบียร์แล้ว บอลพูดขึ้นอย่างดีใจ
หารแล้วเหลือไม่ถึง เอ็งหรอกไอ้บอล เฮียปลั๊กพูดแหย่ตัวกวนของเขา
อ้าวไหงเป็นอย่างนั้นไปได้ งั้นเบียร์ขวดนี้ฟรีไปแล้วกัน
เออ ก็คุ้มดีเหมือนกัน เฮียปลั๊กพูดอย่างสบายอารมณ์ โดยที่บอลยกขวดเบียร์ขึ้นดื่มอย่างตาปริบ ๆ เจ้าของร้านจึงพูดตัดบทขึ้น ล้อเล่นครับพี่ ทำเป็นนิ่ง ทุกคนในโต๊ะต่างมองมาที่บอลด้วยรอยยิ้มกันอีกเหมือนเดิม เพราะไม่รู้จะพูดอะไรกันดี เพราะดูเหมือนแต่ละคนเริ่มอ่อนล้ากันแล้ว
                เก่ง เมื่อกี้ฮึกเฮิมได้ทีดีจริง ๆ
                อ้อไม่หรอกครับ พี่ปลั๊ก อารมณ์มันพาไป
                แต่พี่ว่าดีออก คนดูเขาชอบกันมาก ดูสิบางคนเขาหันมามองพวกนายด้วย
                กลุ่มของเก่งต่างหันไปมองคนดูภายในร้าน บางคนที่มองมาที่พวกเขา พร้อมกับยิ้มและโบกมือให้ ส่วนตัวเก่งและเพื่อน ๆ ต่างก็ยิ้มตอบกับไปพร้อมกับโบกมือให้ ถือเป็นการทักทายกลุ่มคนดูที่มาฟังพวกเขาเล่นดนตรีในคืนนี้ โดยที่วงบนเวทีกำลังเล่นเพลงกันอย่างสุดเหวี่ยงในสไตล์อัลเทอร์เนทีฟร็อคสากล
                เบียร์ทำผมอย่างนี้พ่อแม่ไม่ว่าอะไรเหรอ เฮียปลั๊กหันมาพูดกับมือกีต้าร์ของวงที่เล่นทำผมเป็นสีรุ้งทั้งหัว
                แม่ไม่ว่าอะไรอยากทำอะไรก็ทำไป ส่วนพ่อเขายังไม่ยอมพูดกับผมเลยตอนนี้ เบียร์พูดด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
                ใครเขาจะกล้าคุยด้วย ลูกชายตัวเองเปลี๋ยนไปซะขนาดนี้ บอลพูดแทรก พร้อมกับยกดื่มเจ้าขวดเหลือง ขวดเล็กแบบรวดเดียวหมด
หลังจากที่สรวลเสเฮฮากันอยู่สักพัก สมาชิกวงของเก่งก็ร่ำลาเจ้าของร้านเพื่อกลับบ้านไปพักผ่อน ในช่วงที่กำลังลุกจากเก้าอี้นั้น เก่งจะเดินรั้งท้ายเพื่อนโดยมีเจ้าของร้านลุกเดินตามมาทีหลัง จึงพูดกับเก่งเป็นการส่วนตัว
                วันนี้คนเก็บเงินไม่มาด้วยเหรอเก่ง
พอดีทางโรงเรียนจัดไปสัมมนาต่างจังหวัดน่ะครับ พี่ปลั๊กเก่งพูดพร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

อ้อ เหรอ เอ้อวันนี้พี่มีคนที่รู้จักอยู่คนนึง เขามาดูพวกเราเล่นดนตรีในคืนนี้เขาฝากมาชมด้วยว่าเล่นกันสุดเหวี่ยงได้อารมณ์ดี และโดยเฉพาะเพลงที่แต่งกันเอง เขาบอกเขาชอบมากเหมือนกัน
                เหรอครับ ฝากขอบคุณเพื่อนพี่ด้วยนะครับ
                เอาไว้ค่อยขอบคุณ เขาเองแล้วกัน
                เขาจะกลับมาอีกเหรอครับ
                เห็นเขาบอกว่าอย่างนั้น เอาไว้พี่จะแนะนำให้รู้จักแล้วกัน
ทั้งคู่เดินคุยกันมาใกล้ถึงประตูทางออก ซึ่งตอนนี้เพื่อน ๆ ของเก่งเดินออกไปยืนอยู่หน้าร้านกันหมดแล้ว
                พี่ส่งแค่นี้นะเก่ง
                ขอบคุณครับพี่ปลั๊ก ความจริงไม่น่าลำบากที่ต้องเดินมาส่งเลยนะครับ
                ไม่เป็นไรหรอกคนกันเอง และอีกอย่างพี่ก็ไม่ใช่เพิ่งจะรู้จักกับเอ็งนี่หว่า
                ขอถามอีกนิดเรื่องร้านที่ว่าจะไปสอนร้อนเพลงน่ะ เขาว่ายังไงบ้าง
                เดี๋ยวประมาณอาทิตย์หน้าพี่เอ ให้ไปหาที่ร้านเพื่อคุยตกลงในเรื่องของรายละเอียดในการสอนอีกทีครับ ยังไงต้องขอขอบคุณพี่ปลั๊กด้วยครับ ที่อุตสาห์เป็นธุระให้ผมได้มีงานทำ
                เฮียปลั๊กยกมือขึ้นโบกไปมา พร้อมกับส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม อย่าคิดมากคนกันเองช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป พี่เห็นเราขยัน ๆ ก็เลยอยากสนับสนุน
                เก่งก้มหัวยกมือไหว้เจ้าของร้านขอบคุณมากนะครับพี่ปลั๊ก ผมไปก่อนนะครับ
                เอ้อ ๆ โชคดี ๆๆ เดินทางปลอดภัย ไว้พรุ่งนี้เจอกันใหม่
เก่งเปิดประตูร้านพร้อมกับก้าวเดินออกมาจากร้านในช่วงที่กำลังก้าวเดินลงบันไดเขาหันไปยิ้มให้กับคนงานสองคนที่อายุอานามประมาณยี่สิบต้น ๆ ที่ทำหน้าที่ดูแลในเรื่องของการจอดของลูกค้า ที่อยู่บริเวณข้างร้านและคนทั้งสองก็ยิ้มตอบให้เขาอย่างเป็นมิตร เพราะเห็นหน้าค่าตากันอยู่เรื่อย ส่วนเพื่อน ๆ ของเขากำลังยืนรออยู่แถวบริเวณฟุตบาทหน้าร้าน
สักพักเก่งเห็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นรูปลักษณ์ขาวตี๋ ที่ดูเหมือนกำลังเรียนอยู่ในระดับมหาลัยอายุอานามประมาณยี่สิบกว่า ๆ ที่มาในชุด เสื้อยืดสีดำมีลวดลายแตกต่างกันนุ่งกางเกงยีนส์สีซีดสวมรองเท้าผ้าใบ กำลังเดินผ่านมาพอดีและหนึ่งในนั้นมีคนที่เขารู้จักอยู่ด้วย เก่งจึงเดินลงมาทักทาย ว่าไงจั๊มป์มาเที่ยวแถวนี้หรือ
หนุ่มหน้าตี๋ที่ถูกทักหยุดยืนมองเขาสักพัก ในขณะที่เพื่อน ๆ ของเขาเดินนำไปก่อน แต่แววตาของคนที่เดินผ่านไป ดูไม่ค่อยจะเป็นมิตรกับกลุ่มของเก่งที่ยืนอยู่สักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเบียร์กับ

Rock N’Roll Dream Come Throug

บอลที่ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งกลุ่ม เพราะสีผมของเบียร์และเครื่องสำอางที่บอลไม่ได้ลบออก แต่ส่วนคนที่ถูกทักพูดตอบกับไปด้วยท่าทางที่กวน ๆ แล้วมีอะไรเหรอเปล่า
ไม่มีอะไรหรอกพอดี เห็นเข้าก็เลยทักไปอย่างนั้นเองเก่งพูดปัด
ไม่จำเป็นก็ไม่ต้อง ผมไม่อยากรู้จักคุณ จั๊มป์พูดจบก็ออกเดินด้วยท่าทางหยิ่งยะโส ไปหากลุ่มเพื่อนมาด้วยกัน โดยไม่สนใจว่าคู่สนทนาของตนจะรู้สึกอย่างไร
แอ็คได้ที่จริง ๆ เลยนะมึง อยากกระทืบให้จมดินซะจริง ๆ เล้ยบอลพูดด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูก พร้อมกับทำท่าทำทางเหมือนเตรียมตัวที่จะออกสู้ศึกในครั้งนี้
ไม่เอาน่าบอล อย่าไปมีเรื่องเลย เจ็บตัวกันไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา บิ๊กรีบห้ามเพื่อนร่วมวง เพราะไม่อยากให้ต้องมาทะเลาะกัน และด้วยความที่อาวุโสกว่าจึงสยบคนตรงหน้าลงได้
ฝากไว้ก่อนเถอะมึง บอลสบถคำอย่างไม่พอใจ เมื่อถูกห้ามก่อนที่จะละสายตาและหันมามองเพื่อนของเขาด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลาย ไอ้เด็กพวกนี้มารยาทมันมีกันบ้างไหมว่ะ
ไม่เป็นไร ช่างหัวมันเหอะ เก่งพูดแก้ต่างขึ้น
                แก้ตัวให้กันจริ๊ง เพราะเป็นคนอย่างนี้สิ เค้าถึงได้ไม่ไปไหนจากตัวเองไง เพื่อนกูรักมึงว่ะ บอลพูดพร้อมจะเดินเข้าไปสวมกอด พร้อมกับทำปากยื่นปากยาวเหมือนจะจูบเก่ง
พอ ๆๆ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ เก่งพูดพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นห้าม ด้วยความตกใจในการกระทำของเพื่อนร่วมวง เล่นเอาคนที่ยืนอยู่ด้วยอีกสองคนหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ โดยที่เขาทั้งหมดหารู้ไหมว่า มีใครคนหนึ่งที่กำลังนั่งจับตาดูพวกเขาอยู่บนรถเก๋งที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผับ ที่พวกเขาเล่นดนตรีกันไปเมื่อตะกี้นี้