เพื่อน…ดนตรี…วันที่รอคอย
…๑๔…
โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ย่านบางนา-ตราด เป็นสถานที่ที่ใกล้ที่สุดกับจุดที่เกิดเหตุจากการยิงปะทะกันของคนบางกลุ่มมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นชายสองคนซึ่งทราบชื่อภายหลังว่าเป็นใครจากบัตรประชาชนที่คนทั้งสองพกติดตัวไว้ในกระเป๋าสตางค์ ซึ่งอาการของคนทั้งสองนั้นค่อนข้างโคม่าจากการเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ซึ่งกำลังนอนดูอาการอยู่ในห้องไอซียูโดยมีแพทย์และพยาบาลคอยเช็คดูอาการเป็นระยะ ในส่วนบริเวณด้านนอกห้องนั้นมีเจ้าหน้าที่จากทางการสองนายในชุดนอกเครื่องแบบ เฝ้าคอยดูแลอารักษ์ขาความปลอดภัยอยู่บริเวณหน้าห้องเผื่อคนทั้งสองฟื้นขึ้นมาจะได้ดำเนินการสืบสาวราวเรื่องว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น
…อีกสิบห้านาทีเที่ยงคืน…
“ฮ้าว” เสียงที่บ่องอาการของคนที่กำลังง่วงนอนที่นั่งอยู่ด้านหน้าห้องคนไข้ ศีรษะล้านโล่งเริ่มมีริ้วรอยจากอายุที่กำลังเพิ่มขึ้น ฟันหน้าเหยิ่นนิด ๆ กำลังนั่งเยียดขาตรงออกไปข้างหน้า ทำตาปริบ ๆ สักพักเขาจึงยกมือของตนขึ้นตบเบา ๆ ที่ตรงบริวเวณต้นคอของตัวเองเพื่อเรียกความรู้สึกให้กลับคืนมาจากอาการง่วงนอน โดยมีชายหนุ่มผิวขาวลูกครึ่งไทยจีนนั่งอยู่ข้าง ๆ กำลังนั่งอ่านนิตยสารที่ทางโรงพยาบาลเตรียมไว้ให้กับผู้มาใช้บริการ ได้อ่านเป็นการฆ่าเวลาระหว่างรอการเรียกขานชื่อคนไข้เข้ารับการตรวจรักษา
“กี่ฮ้าวแล้วเนี่ย จ่าเพิ่งรับเวรไม่กี่ชั่วโมงเอง” นายตำรวจหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือพูดขึ้น
“แหม่ มันก็มีบ้างล่ะเว้ย ผมไม่ได้ยังหนุ่มยังแน่นเหมือนคุณนี่ คุณแม็ค ผมยอมรับอายุอานามผมก็มากแล้ว และนี่ก็สองคืนแล้วมั้ง ที่ต้องมานั่งเฝ้าไอ้สองตัวที่แกล้งนอนหลับเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่น่ะ”
“เฮอะน่า มันเป็นหน้าที่ ทน ๆ หน่อยแล้วกันจ่า” ชายหนุ่มหน้าตี๋ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พูดพร้อมกับพลิกอ่านหนังสือในหน้าถัดไป โดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองคู่สนทนาของตน
“ก็เพราะไอ้หน้าที่นี่แหล่ะผมถึงได้มานั่งอยู่กับคุณตรงนี้ไหงล่ะ เฮ้อ คิดถึงลูกถึงเมียเหมือนกันนะเว้ย คนอย่างคุณยังไม่มีครอบครัว ไม่รู้หรอกว่าความคิดถึงคนที่บ้านมันเป็นอย่างไร”
“คร้าบจ่า บ่นซะเป็นเหมือนคนแก่อายุร่วมหกสิบโน้นแน่ะ” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ขาน
Rock N’Roll Dream Come Throug
รับด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับปล่อยขาที่นั่งไขว้ห้างอยู่ข้างหนึ่งลงและพับหน้าหนังสือที่ถืออยู่ในมือปิดเข้าหากัน เขาวางหนังสือที่ถืออยู่ในมือลง จากนั้นจึงล้วงเข้าไปในถุงใส่ของ หยิบกาแฟกระป๋องที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อออกมาสองกระป๋อง พร้อมกับหันมาพยักหน้านิดนึงในขณะที่ส่งยื่นให้คนที่นั่งร่วมสนทนากันอยู่
จ่าที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลับมองค้อนเขาอย่างประหลับประเหลือกกับคำพูดที่เสียดสี มาเมื่อกี้นี้ก่อนที่จะยื่นมือไปหยิบกาแฟกระป๋อง จากมือคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จากนั้นจึงถือหันกลับมาเปิดฝากระป๋องออกพร้อมกับยกขึ้นดื่ม
“นึกว่าจะไม่เอาซะอีก” นายตำรวจหนุ่มพูดแหย่ด้วยรอยยิ้ม ขณะที่เขาหันหน้ากลับมาเปิดฝากระป๋องของตัวเอง กำลังจะยกขึ้นดื่ม จากนั้นจึงพูดขึ้นพร้อมกับมองกาแฟกระป๋องที่ถืออยู่ในมือ “นี่แหล่ะสิ่งที่ดีที่สุด ในการพิชิตความง่วงว่าไหมจ่า” สักพักเขาจึงรู้สึกกระตุ๊กนิดนึง ที่มีเสียงฝีเท้ากำลังเดินตรงมายังที่ที่เขาอยู่กับเพื่อนร่วมงาน นายตำรวจหนุ่มค่อย ๆ เงยหน้ามองที่มาของเสียงฝีเท้านั้น เมื่อเห็นใบหน้าคนดังกล่าวเล่นเอาเขาถึงกับตกตะลึงกับภาพที่ได้เห็นตรงหน้า คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ รู้สึกแปลกใจ จึงละจากกาแฟกระป๋องที่กำลังยกดื่มอยู่หันไปมองตามเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามา ก็เล่นเอาคนที่มองทีหลังถึงกับตาค้างไปด้วย
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าของชายทั้งสองคนคือนางพยาบาล ผู้มีใบหน้าสวยเฉียบ แต่งหน้าทาปากอย่างคมเข้มดวงตากลมโตผิวขาวนวลเนียนยังกับสีของนมสดที่ผ่านการพลาสเจอร์ไรท์มาอย่างดีแล้ว รูปร่างของเจ้าหล่อนไม่ว่าจะเป็นหน้าอกและสะโพกที่ดูสมส่วนเข้ารูปอย่างลงตัวชนิดที่จะส่งเข้าประกวดนางงามได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร ในมือของเธอถือแฟ้มเอกสารไว้ในอ้อมแขนซึ่งเป็นเอกสารในการตรวจรักษาคนไข้และขวดน้ำเกลือพลาสติกสองขวดที่วางซ้อนอยู่บนแฟ้มนั้นอีกที เธอพยักให้คนทั้งสองพร้อมกับรอยยิ้มน้อยที่มุมปาก เพียงแค่นั้นก็ถึงกับทำให้เจ้าหน้าที่ดูสูงวัยกว่าคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ถึงกับถลึงตัวลุกขึ้นยืน เมื่อเธอเดินเข้ามาใกล้ตรงจุดที่เขานั่งกันอยู่พร้อมกับกระแอมกระไอนิดนึง ก่อนจะพูดแบบเก๊กเสียงหล่อขึ้นมา
“มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับคุณพยาบาลคนสวย กระผมนี้ยินดีช่วยเต็มที่เลยครับ” เจ้าหน้าที่ผู้สูงวัยออกตัวพูดก่อนเพื่อน
ในขณะที่คนนั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ลุกขึ้นยืนตามทันที ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและท่าทางที่ดูรุกรี้รุกรนออกอาการอย่างเห็นได้ชัด
“พอดีได้เวลาที่ต้องตรวจอาการของคนไข้และเปลี่ยนน้ำเกลือแล้วล่ะค่ะ ขออนุญาติเข้าไปข้างในห้องได้ไหมค่ะ” น้ำเสียงที่ฟังอย่างออดอ้อนนั้น ถึงขนาดทำให้เจ้าที่สองคนถึงกับแสดงอาการสั่นไหวไป
“ได้สิครับคุณพยาบาลคนสวย เดี๋ยวผมเปิดประตูให้นะครับ”
เพื่อน…ดนตรี…วันที่รอคอย
“จ่าเลิกคิดถึงเมียแล้วหรือ” เจ้าหน้าที่หนุ่มพูดขึ้น เหมือนต้องการตัดบทความชีกอของคนที่มาด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้สูงวัยได้ยินดังนั้นถึงกับอึ้งไปนิดนึง ก่อนที่จะหันหน้ามาพูดสำทับคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างอารมณ์ฉุนเฉียว “นี่คุณแม็คครับ ช่วยพูดอะไรที่มันสร้างสรรค์หน่อยได้ไหมครับ ถ้าไม่ได้ก็อยู่เงียบ ๆ ไม่มีใครเขาว่าเป็นใบ้หรอก”
พยาบาลสาวสวยที่อยู่ตรงหน้าถึงกับหัวคิก พร้อมยกแฟ้มเอกสารและขวดน้ำเกลือขึ้นมาบดบังที่ริมฝีปากก่อนที่ชายคนที่สูงวัยจะหันมาพูดอะไร เพื่อเป็นการแก้ต่าง “อย่าไปฟังอะไรที่มันพูดเลยนะครับ คุณพยาบาลคนสวย คนมันสติไม่ค่อยดีไม่รู้ทางการรับเข้ามาทำงานได้อย่างไร ว่าแต่ก่อนที่คุณพยาบาลจะเข้าไปในห้อง ผมขอตรวจอะไรสักอย่างจากคุณพยาบาลก่อนได้ไหมครับ”
“นี่จ่าจะไปตรวจอะไรคุณพยาบาลเขาเหรอครับ ผมก็เห็นคุณพยาบาลแต่ละคนที่มาส่วนใหญ่ก็ถือแฟ้มกับขวดน้ำเกลือมาอย่างนี้กันทุกคน” ชายคนที่ยืนอยู่ข้างรีบพูดขึ้นเพื่อเป็นการโต้แย้ง
ชายผู้สูงวัยหันกลับมาพูดกับคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสบอารมณ์นัก “ตรวจสิ่งที่คุณพยาบาลถือในมือนั้นไง ยังไงก็ต้องคอยดูแลอยู่เสมอไอ้เรื่องความปลอดภัย นี่คุณคิดไปถึงไหนมิทราบครับ คุณแม็ค”
“อ๋อได้สิค่ะ นึกว่าตรวจอะไรซะอีก” พยาบาลสาวสวยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่น่ารัก พร้อมรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยเสน่ห์ชวนหลงใหลจนเจ้าหน้าที่สูงวัยและคนอยู่ข้าง ๆ ถึงกลับหันมาตามเสียงที่พูดนั้นด้วยสีหน้าที่ดูตื่น ๆ กันทั้งคู่
“งั้นขอผมทำตามหน้าที่เลยแล้วกันนะคร๊าบผม” เจ้าหน้าที่สูงวัยพูดขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอย่างระริกระรี้
“อ้าวจ่าไม่ให้เป็นหน้าที่ของผมเหรอครับ” เจ้าหน้าที่อีกคนแย้งขึ้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่คนที่สูงวัยกว่ากำลังจะเดินเข้าไปถึงตัวนางพยาบาล
“ไม่ต้องก็ได้เพราะคุณเองเพิ่งเรียนจบมาใหม่ ๆ เพิ่งมารับตำแหน่งได้ไม่นานของอย่างนี้มันต้องให้คนที่มีความเชียวชานและทำงานมาอย่างยาวนาน อย่างผมนี่แหล่ะถึงจะเหมาะสมที่สุดนะครับ คุณพลตำรวจแม็ค”
“ตลอดแหละจ่าเปี๊ยกเนี่ย” หมู่แม็คบ่นอย่างอุ๊บอิ๊บอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ “และอีกอย่างผมไม่ใช่พลตำรวจครับ หมู่ครับ ผู้หมู่”
“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาเริ่มกันเลยนะครับคุณพยาบาลคนสวย” เจ้าหน้าที่ผู้สูงวัยพูดพร้อมกับเดินเข้าไปยืนอยู่ใกล้ ๆ นางพยาบาลพร้อมกับมองสำรวจไปทั่วเรือนร่างของนางตั้งแต่ใบหน้าที่ดูอิ่มเอิบลงมาจนถึงหน้าอก สายตาที่สอดส่ายไปมาเล่นเอานางพยาบาลถึงกับก้มหน้าและเอียงหลบด้วยความรู้สึกที่เขินอาย พลอยทำให้คนที่ยืนอยู่ตรงข้ามถึงกับรู้สึกหวาบหวามใจกับอาการความเขินอายที่เธอแสดงออกมา จากนั้นจึงขออนุญาตในการที่จะหยิบขวดน้ำเกลือเพื่อจะ
Rock N’Roll Dream Come Throug
นำมาตรวจดู แต่ในขณะที่เจ้าหน้าที่ผู้สูงวัยกำลังเอื้อมมือไปแถวบริเวณหน้าอกของนางพยาบาลก็มีมือข้างหนึ่งมาฉุดรั้งไว้
“จะทำอะไรน่ะจ่า”
“ผมจะขอตรวจดูขวดน้ำเกลือกับแฟ้มเอกสารต่างหากเล่า นี่คุณคิดว่าผมกำลังจะทำอะไรมิทราบ คิดอะไรของคุณอยู่”
“ใครกันแน่ที่คิดไม่ซื่อ” หมู่แม็คพูดอย่งอิดออด
“งั้นขอผมดูหน่อยนะครับ” ประโยคนี้เล่นเอานางพยาบาลรู้สึกตกตะลึงนิด ๆ เมื่อถูกมองมาแถวบริเวณหน้าอก “ขวดน้ำเกลือกับแฟ้มเอกสารน่ะครับ”
“อ๋อได้สิค่ะ” นางพยาบาลพูดพร้อมรอยยิ้มและน้ำเสียงที่สดใส เล่นเอาคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอถึงกับสะดุงนิดนึง ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือเข้าไปหยิบขวดน้ำเกลือที่อยู่ในวงแขน
ช่วงที่จ่าเอื้อมมือเข้าไปหยิบขวดน้ำเกลือนั้น หลังมือของเขาสัมผัสเข้ากับอะไบางอย่างที่อยู่ใกล้บริเวณขวดน้ำเกลือ เล่นเอาตัวเขาเองขนลุกซู่ไปทั้งตัวแต่เขาก็พยายายมที่จะซ่อนยิ้มไว้ในดวงหน้าหน้าก่อนที่จะหยิบขวดน้ำเกลือขึ้นมาพิจารณาดูทีละขวดด้วยสีหน้าที่จริงจัง และหันไปส่งให้คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถือ ก่อนที่เขาจะนำขวดต่อไปขึ้นมาตรวจสอบอีกในลักษณะอากัปกิริยาเดิม และหันส่งกับไปให้กับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ถืออีกขวด จากนั้นจึงรับแฟ้มเอกสารที่ถืออยู่ในมือนางพยาบาลขึ้นมาเปิดดู เมื่อไม่มีอะไรที่เป็นพิรุธเขาจึงส่งแฟ้มเอกสารคืนนางพยาบาลพร้อมกับหันไปทางคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วคืนของได้”
“ไม่เป็นไรหรอกจ่า เดี๋ยวผมช่วยถือเข้าไปให้คุณพยาบาลเค้าก็ได้ จ่าช่วยเปิดประตูให้ทีสิ”
“เข้าทางเลยนะมึง” จ่าสบถคำพูดอย่างไม่สบอารมณ์ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดก่อนที่จะหันไปหานางพยาบาลพร้อมกับยิ้มให้แล้ว จึงเอื้อมมือไปบิดลูกบิดเพื่อเปิดประตูให้นางพยาบาลเดินเข้าไปข้างในห้องผู้ป่วย
“ขอบคุณค่ะ คุณตำรวจช่างใจดีมาก ๆ เลยค่ะ” นางพยาบาลพูดขอบคุณ พร้อมกับก้าวเดินเข้าไปข้างในห้องผู้ป่วย ส่วนคนที่เปิดประตูก็รู้สึกแช่มชื้นในความรู้สึก แต่ก็ยังมิวายตะขิดตะขวงใจกับภาพที่เห็นคนของเขาที่เดินถือขวดน้ำเกลือตามเข้าไปด้วย
“อย่าช้านะมึง เสร็จแล้วให้ไว”
“ช้า ๆ ถึงจะได้พร้าเล่มงามน่ะจ่า”
“กวนแล้วนะมึง เดี๋ยวปัด”
หมู่ไม่ได้พูดอะไรมีเพียงอากัปกิริยาท่าเดินที่เดินอย่างลอยหน้าลอยตาอย่างสบายใจตามหลังนางพยาบาลเข้าไป
“ฝากไว้แป๊บนึงนะค่ะ เพราะต้องสวมชุดกันฝุ่น ชั้นนึงก่อนตามกฎระเบียบน่ะค่ะ”
เพื่อน…ดนตรี…วันที่รอคอย
“ตามสบายเลยครับคุณพยาบาล หรือว่าจะให้ผมช่วยใส่ให้ด้วยไหมล่ะครับ”
นางพยาบาลไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ปลายตาส่งให้ เมี่อเธอสวมชุดคลุมเรียบร้อยแล้วก็หันหน้ามาคุยกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“ส่งมาให้ฉันก็ได้นะค่ะ แต่ถ้าคุณจะเข้าไปด้วยจริง ๆ ต้องสวมชุดด้วยนะค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมยืนรอตรงนี้แล้วกัน” เสียงของหมู่แม็คเขาก็ส่งยื่นขวดน้ำเกลือให้กับนางพยาบาล เพื่อเปลี่ยนให้กับคนไข้
“ขอบคุณนะค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณพร้อมกับปลายตามองเขานิดนึงอย่างอ่อนโยน แล้วจึงเดินตรงเข้าไปที่เตียงของคนไข้ทั้งสองคน ที่ยังคงนอนอย่างไม่รับรู้ว่ากำลังมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
นางพยาบาลกำลังทำการเปลี่ยนขวดน้ำเกลือทั้งสองขวดอย่างอารมณ์ดีและจดบันทึกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับคนไข้ลงในแฟ้มที่ถืออยู่ในมือ และก็มีบ้างที่เธอหันไปชำเลืองมองคนที่ยืนจับตา
มองเธออยู่ เธอส่งยิ้มน้อย ๆ ให้เขาเป็นเชิงทีเล่นทีจริง เล่นเอาคนที่ยืนสังเกตุการณ์ถึงกับรู้สึกหวาบหวามใจที่เห็นนางฟ้าโปรยยิ้มมา
“ฝันดีนะค่ะ พ่อหนุ่มทั้งสอง” นั้นคือคำพูดที่เธอทิ้งท้ายไว้หลังจากที่ภาระกิจที่ทำอยู่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็ถือขวดน้ำเกลือที่ใกล้หมดพร้อมกับแฟ้มคนไข้ก้าวเดินตรงมายังคนที่ยืนรออยู่
“เสร็จแล้วเหรอคร้าบ” หมู่แม็คเอ่ยถามอย่างเสียงใส
“เสร็จแล้วค่ะ ฝากหน่อยได้ไหมค่ะ ขอเปลี่ยนชุดก่อน”
“ได้คร้าบผม” หมู่แม็ครับคำพร้อมกับยื่นมือออกไปรับของที่นางพยาบาลถืออยู่อย่างรีบเร่ง โดยที่ไม่ได้สนใจ อาการของคนที่ยืนมองเขาผ่านช่องกระจกที่อยู่ด้านนอกเลยสักนิด “คล่องเชียวนะมึง”
เมื่อนางพยาบาลถอดชุดเข้าเก็บที่เรียบร้อยแล้ว เธอก็หันมาทางคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยชวนกันออกไปจากห้อง“ไปกันเถอะค่ะ”
“ไปไหนเหรอครับ”
“ออกไปข้างนอกไงค่ะ”
“แม้ผมนึกว่าจะชวนผมไปกินข้าวด้วยซะอีก”
นางพยาบาลไม่ได้พูดอะไรเธอเพียงแค่หัวเราะเบา ๆ พร้อมกับหันหน้ามาทางประตูเพื่อที่จะเอื้อมมือไปเปิดประตู แต่ก็มีคนเปิดประตูให้เสียแล้ว
“เชิญคร้าบคุณพยาบาลคนสวย” จ่าเปี๊ยกที่เปิดประตูให้เธอก้าวเดินออกมา
นางพยาบาลเดินออกมาจากห้องคนไข้ ติดตามมาพร้อมกับหมู่แม็คที่เดินตามหลังมาต้อย ๆ เมื่อก้าวพ้นออกมาจากห้องของคนไข้แล้ว เธอหันไปขอบคุณเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนพร้อมกับยื่นมือ
Rock N’Roll Dream Come Throug
ไปรับของจากหมู่แม็ค
“ผมจะมีโอกาสได้เจอกับคุณพยาบาลอีกไหมครับ” หมู่แม็คเอ่ยถาม ขณะส่งของคืนนางพยาบาล
“อาจจะนะค่ะ ถ้าดิฉันมาเข้าเวรในครั้งต่อไป”
“พอเลยมึง เลิกกวนใจคุณพยาบาลเขาได้แล้ว” จ่าเปี๊ยกหันไปพูดสำทับคนของเขา ก่อนที่จะหันมาพูดกับนางพยาบาลอย่างอ่อนโยน “ต้องมาอีกนะครับ ผมจะรอ”
“รอเมียจ่าโน้น”
“พูดอะไรของคุณ คุณแม็ค เมียเมอที่ไหนกันพูดไปเรื่อย”
“ขอตัวก่อนนะค่ะ มีงานต้องไปทำต่ออีกน่ะค่ะ”
“เชิญตามสบายเลยครับ” จ่าเปี๊ยกชิงพูดก่อนที่คนข้าง ๆ เขาจะพูดอะไรต่อไปด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส
“ไปนะค่ะ” พูดจบนางพยาบาลก็หันหน้าก้าวเดินจากไปทิ้งให้สองหนุ่ม ยังคงเฝ้ามองเธอจากด้านหลัง และมีบ้างในขณะที่เธอก้าวเดินจากไปก็ปลายสายตาหันกลับมามองคนทั้งสองที่ยืนมองเธอ
“หุ่นดีเป็นบ้าเลย สัดส่วนนี้เข้ารูปดีจริง ๆ ถ้าได้มาเป็นแฟน ผมไม่มีทางทิ้งเธอไปอย่างแน่นอนเลยจ่า”
“เผลา ๆ หน่อยคุณตำรวจของอย่างนี้มันต้องให้คนมีประสบการณ์อย่างผมก่อน”
“กับเมียจ่าโน้น”
“พูดอย่างนี้เดี๋ยวปัดเหนี่ยว ไป ๆ ไปนั่งที่ได้แล้ว” จ่าเปี๊ยกพูดอย่างฉุนเฉียว พร้อมกับเดินออกจากจุดที่ยืนอยู่
“แล้วนั่นจ่าจะไปไหนน่ะ” หมู่แม็คพูดทักทวง เมื่อเห็นคนที่มาด้วยกันกำลังจะเดินจากไป
“ห้องน้ำครับ ห้องน้ำ เดี๋ยวผมมา”
“จะไปทำอะไรเหรอเปล่า” หมู่แม็คพูดดพร้อมกับหลีตามองคนตรงหน้าอย่างมีเลศนัย
“ไปฉี่ได้ไหม คิดมากจริง ๆ เลยมึงเนี่ย” พูดจบจ่าเปี๊ยกก็เดินจากไป สักพักจึงหยุดลง หันมาพูดกับคนของเขา ที่ตอนนี้นั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าห้องคนไข้แล้ว “จะฝากซื้ออะไรไหมล่ะ”
“ไปห้องน้ำไม่ใช่เหรอจ่า จ่านี่ก็ตลกอยู่เรื่อยเลย”
“ไม่รับมุขเลยมึง” จ่าเปี๊ยกบ่นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ แล้วจึงออกเดินไปยังห้องน้ำโดยที่ไม่ได้เฉลี่ยวใจเลยสักนิด ว่าคนไข้ทั้งสองคนที่กำลังนอนหลับอยู่ในห้องนั้นกำลังจะหมดลมหายใจลงจากเครื่องตรวจวัดชีพจรลงทุกที ทุกที
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น