เพื่อน…ดนตรี…วันที่รอคอย
…๑๕…
ในขณะที่นางพยาบาลนิดหน่อยเสร็จสิ้นภารกิจในหน้าที่ของเธอแล้ว เธอจึงเดินมาเรื่อย ๆ ตามทางเดินผ่านกล้องวงจรปิด บางจุดที่มีการติดตั้งภายในตัวอาคารของโรงพยาบาล เธอยังคงบ่ายหน้าเดินต่อไปอย่างไม่ใยดี ผ่านเพื่อนพยาบาล บางคนเธอก็ยิ้มทักทาย และช่วงเวลานี้ก็ยังเป็นยามวิกาลที่ผู้คนก็ยังไม่ผลุกพล่านมากนัก
เพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต เธอจึงเดินกลับไปยังห้องทำงานที่จากมา มีเพื่อนพยาบาลที่นั่งทำงานอยู่ด้วยสองคน และเธอเองก็ไม่ได้กล่าวทักทายอะไรมีเพียงใบหน้าที่เรียบเฉยและท่าทางที่สุขุมเป็นคำตอบบ่งบอกให้คนที่เงยหน้าขึ้น มามองเธอได้รู้ว่าเธอไม่ได้ต้องหารที่จะสนทนากับใคร จากนั้นเธอจึงนำน้ำเกลือที่ถือกลับมาด้วยหย่อนทิ้งลงในถังขยะ จัดแจงเก็บแฟ้มเอกสารจากการตรวจคนไข้เข้าที่ชั้นเก็บเอกสารตามเดิม
เมื่อไม่มีอะไรแล้วเธอจึงเดินออกจากห้องทำงานไปอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางสายตาของเพื่อนพยาบาลที่มองเธออยู่ ซึ่งเธอก็ไม่ได้สนใจอะไร ยังคงนิ่งเงียบไม่ไหวติง ขณะที่เดินมาถึงประตูทางออกบุรุษพยาบาลที่นั่งอยู่ตรงบริเวณนั้นกล่าวทักเธอ แต่เจ้าหล่อนก็ไม่ได้สนใจที่จะหยุดยืนคุยด้วยมีเพียงรอยยิ้มเท่านั้น ที่ให้แทนคำตอบ แล้วจึงเดินจากไปยังทางด้านหน้าของโรงพยาบาล
หญิงสาวเดินมาถึงทางออกของตัวโรงพยาบาล รปภ.ที่นั่งอยู่ในป้อมจ้องมองเธออย่างไม่วางตา แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร ยังคงเดินเชิดหน้าผ่านไปทำเหมือนกับมองไม่เห็นคนที่กำลังมองเธออยู่ พอเดินพ้นประตูทางออกมาได้ เธอกวาดสายตามองไปยังรถแท็กซี่ที่จอดอยู่ตรงหน้าซึ่งแต่ละคันก็ยังโชว์ไฟว่างอยู่ แต่เธอกับไม่สนใจที่จะขึ้นรถคันไหน สักพักรถแท็กซี่สีส้มคันหนึ่งขับผ่านมากระพริบไฟหน้ารถให้เธอสองครั้ง เหมือนเป็นการส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง รถแท็กซี่คันดังกล่าวจอดห่างจากจุดที่แท็กซี่คันอื่น ๆ จอดอยู่ออกไปไกลพอสมควร เธอจึงเดินไปหาแท็กซี่คันนั้นด้วยท่าทีที่สุขุม โดยไม่สนใจคนขับที่ออกมายืนเรียกลูกค้าที่จอดอยู่ก่อน
นางพยาบาลคนสวยเปิดประตูเดินขึ้นด้านหลังของรถขึ้นไปอย่างฉับไว รถแท็กซี่คันดังกล่าวขับเคลื่อนจากไปโดยที่ไม่ได้เร่งรีบอะไรมากนัก เพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตุ สักพักมีเสียงเรียกเข้ามาทางมือถือที่คนขับแท็กซี่ เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าหน้าเสื้อเชิ้ตสีฟ้าแขนสั้น ที่สวมใส่อยู่กดรับสายคนที่โทร.เข้ามา พอรู้แล้วว่าเป็นใคร เขาจึงส่งยื่นให้กับหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลัง เจ้าหล่อนรู้ว่าคนในสายนั้นเป็นใครเธอจึงพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“สวัสดีค่ะ เสี่ย”
Rock N’Roll Dream Come Throug
“หวัดดี เป็นยังไงบ้างทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม”
“เรียบร้อยดีค่ะ เสี่ยไม่ต้องเป็นกังวลหรอกนะค่ะ”
“เก่งจริง ๆ เลยนะ ฟ้ารุ่ง” เสียงปลายสายกล่าวชมด้วยน้ำเสียงที่สุขุม ด้วยความรู้สึกที่พึงพอใจ “งานนี้จะตอบแทนด้วยรางวัลอะไรดีล่ะ หรือว่าจะเป็นคนมาให้รางวัลเสียเอง”
ฟ้ารุ่งรู้สึกเขินอายกับคำพูดที่เธอได้ยิน “ฟ้าเองยังไงก็ได้ค่ะเสี่ย ขอแค่ความเมตตาปราณี ที่เสี่ยมีให้ก็พอแล้วล่ะค่ะ”
“ทำไมมักน้อยจังฟ้ารุ่ง เธอเองช่วยงานเสี่ยมานานและที่สำคัญงานเมื่อครั้งก่อนโน้นถ้าไม่ได้ฟ้ารุ่ง ช่วยถล่มไอ้หมู่บ้านสัปปะรังเคที่เชียงราย ที่พวกมันเอาของของเสี่ยไป เสี่ยก็คงไม่ได้ของคืน แถมยังมีของอย่างอื่นพ่วงแถมมาให้อีก เสี่ยว่าเสี่ยยังตอบแทนฟ้ารุ่งน้อยไปหน่อยนะที่ผ่านมา”
ฟ้ารุ่งได้ยินดังนั้นความรู้สึกของเธอเริ่มพองโตอย่างอิ่มเอิบ ปลาบปลี้มใจกับความเมตตาปราณีของคนที่เธอทำงานรับใช้มาอย่างยาวนาน และด้วยความที่เธอเป็นลูกกำพร้าที่ไม่มีใครใส่ใจ แม้แต่คนที่เก็บเธอมาเลี้ยงและสอนวิชาการต่อสู้ให้ ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยดูดำดูดีเธอเท่าที่ควร จะมีก็แต่เพียงพี่สาวเพียงคนเดียวเท่านั้นที่คอยดูแลห่วงใยเอาใจใส่เธอมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต แต่บัดนี้กลับต้องมาพลัดพรากจากกันไปอย่างไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ซึ่งมันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว เมื่อครั้งที่หมู่บ้านที่เคยเป็นที่พักอาศัยโดนถล่มลง คนในหมู่บ้านบ้างก็บาดเจ็บล้มตาย บ้างก็กระจัดกระจายหายไป และเมื่อเธอมาพบคนที่ดีกับเธออย่างมากมายขนาดนี้ เธอจึงเริ่มใจอ่อนถึงขนาดกับยอมมอบเรือนร่างที่ยังไม่เคยต้องมือชายใดให้กับเขาอย่างหมดกายหมดใจ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่านายของเธอนั้นมีเมียมีลูกแล้ว แต่เธอไม่ได้สนใจอะไร เพราะคนเขาหย่าร้างและแยกกันอยู่คนทิศคนละทาง ฟ้ารุ่งพยายามดึงความรู้สึกนึกคิดของตนไม่ให้สั่นไหวไปมากว่านี้ จนแสดงอาการอย่างหนึ่งอย่างใดออกมาทางน้ำเสียง “ไม่เป็นไรค่ะ เสี่ยไม่เป็นไรจริง ๆ”
“ไม่ต้องการจริง ๆ เหรอ เพราะน่ารักอย่างนี้น่ะสิ ถึงได้ตัดใจไปไหนไม่ได้สักที” เสียงปลายสายยังคงพูดจาแทะโล้มคนของเขาต่อไปอย่างออดอ้อน “งั้นมาหาเสี่ยที่เดิมแล้วกันได้ไหม”
“ได้ค่ะเสี่ย ไม่ว่าเสี่ยจะอยู่ที่ไหนฟ้าก็พร้อมที่จะอยู่ที่นั้นด้วยนั้นด้วยเสมอ”
“งั้นมาเลย เสี่ยจะรอ” จบประโยคของคู่สนทนาสัญญาณทางปลายสายก็เงียบหายไป
หญิงสาวในชุดพยาบาลมีสีหน้าที่สดชื่นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ก้มมองโทรศัพท์มือถือที่ถืออยู่ในมือ สักพักเธอจึงส่งยื่นให้กับคนขับรถแท็กซี่ตามเดิม คนขับยื่นมือออกมารับโทรศัพท์และเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อตามเดิม เมื่อส่งคืนโทรศัพท์ถึงมือเจ้าของมันแล้ว ฟ้ารุ่งเอนกายพิงเบาะหลังอย่างสบายอารมณ์ จากนั้นจึงหันไปมองกระเป๋าใบหนึ่งที่วางอยู่ทางด้านข้างตัวเธอ หล่อนเอื้อมมือไป
เพื่อน…ดนตรี…วันที่รอคอย
หยิบกระเป๋าใบนั้นขึ้นมาเปิดออก เผยให้เห็นเสื้อผ้าสีดำทั้งชุดที่พับมาอย่างเรียบร้อย รวมทั้งรองเท้าคัสชูหุ้มข้อสีดำส้นสูง
ฟ้ารุ่งจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยเริ่มจากการถอดหมวกที่สวมไว้บนศีรษะออกก่อน ทำการปลดผมที่หมัดเป็นมวยที่มัดอยู่ด้านหลังให้ปลายผมที่ยาวออกสะบัดไปมา จากนั้นจึงตามมาด้วยเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ เมื่อถอดชุดทั้งหมดออกแล้ว สภาพของเธอในตอนนี้เหลือเพียงชุดชั้นในลายลูกไม้สีดำพร้อมกับผิวพรรณที่ขาวเป็นหยองใย ทำให้คนขับรถถึงกับต้องชำเลืองมองผ่านทางกระจกมองหลัง เจ้าของเรือนร่างดูเหมือนไม่ได้สนใจว่าคนขับรถจะมองหรือคิดยังไง สักพักเธอจึงชะโชกหน้าไปหาคนขับและพูดกับเขาเบา ๆ ที่ข้างใบหู
“พอจะมียางบ้างไหมจ๊ะ”
“ยางอะไรครับ” คนขับขานรับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ พร้อมกับชำเลืองมองหน้าอกที่ขาวนวลเนียน น่าสัมผัสผ่านทางกระจกมองหลัง
“หนังยางสักเส้นนึงนะจ๊ะ จะเอามามัดผมหน่อย พอจะมีไหมจ๊ะ”
คนขับถึงกับถอนหายใจ “มีครับ” จึงเอื้อมมือไปหยิบหนังยางที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ ช่องดึงปิดประตู หยิบหนังยางส่งยื่นให้กับหญิงสาวประมาณสองถึงสามเส้น
“ขอบใจมากจ๊ะ” ฟ้ารุ่งพูดพร้อมกับรับหนังยาง และเปาลมเบาที่ข้างใบหูของคนขับเล่นเอาเล่นเอาเขารู้สึกกระชุ่มกระช่วยอย่างบอกไม่ถูก
ฟ้ารุ่งหัวเราะคิกก่อนจะปล่อยตัวพิงเบาะหลังอีกครั้ง จากนั้นเธอจึงจัดการรวบหมัดผมที่ยาวถึงกลางหลังยกขึ้นสูง ปล่อยปลายผมให้ตกเป็นหางม้า แล้วจึงเอื้อมมือไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาวถึงข้อศอก ในขณะที่หล่อนกำลังสวมเสื้ออยู่นั้น เธอยิ้มที่มุมปากนิดนึงแล้วจึงใส่เสื้อเชิ้ต เพื่อปิดเรือนร่างท่อนบน ตามด้วยกางเกงหนังรัดรูปสีดำขึ้นมาสวมใส่ คนขับถึงกับมองกระจกหลังอย่างตกตะลึงพึงเพริด ขณะที่หล่อนกำลังดึงกางเกงขึ้นมาถึงเอวและกำลังรูดซิป เธอจึงพูดสำทับกับคนขับรถด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยเหมือนไม่ยินดียินร้ายอะไร “มัวแต่มองกระจกหลังอยู่ได้ ไม่มองข้างหน้าบ้างเลย เดี๋ยวก็ได้ตายกันหมดหรอกจ๊ะ”
คนขับรถถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อก รีบมองไปยังถนนข้างหน้า แต่ก็ยังมิวายที่สาวเจ้ายังคงพูดจาเหน็บแหนมอะไรบางอย่างกลับมาอีก
“อย่าเก็บไปคิดอะไรมากล่ะ มันจะไม่ดีต่อสุขภาพ” สิ้นคำพูดของเจ้าหล่อน เธอก็หัวเราะเบา ๆ ในขณะที่กำลังใช้สองมือค่อย ๆ หนวดไปทั่วบริเวณใบหน้าของตน ซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับคนขับเป็นอย่างมากกับพฤติกรรมที่เธอแสดงออกมาผ่านทางกระจกมองหลัง ฟ้ารุ่งดึงหนังหน้าออกมา เมื่อใบหน้าเทียมถูกทอดออกไป เผยให้เห็นใบหน้าอีกชั้นหนึ่งที่มีความสวยใสไม่แพ้กันในแบบสาวชาวเหนือ ถึงแม้จะไม่ได้แต่งหน้า ก็ยังดูสวยคมเข้ม ส่วนใบหน้าที่เธอถืออยู่ในมือ
Rock N’Roll Dream Come Throug
นั้น แม้แต่คนขับรถก็ยังคงคิดว่าทำมาจากหนังเทียมหรือหนังอะไรสักอย่าง เพื่อใช้มาอำพรางใบหน้าของเธอ แต่หารู้ไหมว่าหนังหน้าที่วางอยู่บนชุดพยาบาลนั้น กลับเป็นเนื้อหนังของคนจริง ๆ ที่ถูกถอดออกมาจากหน้าที่เป็นเจ้าของใบหน้านั้น
“ช่วยจอดรถใกล้ ๆ ถังขยะตรงจุดไหนสักแห่งได้ไหมจ๊ะ” ฟ้ารุ่งพูดขึ้น
“ได้ครับ” คนขับรถรับคำ พร้อมกับชะรอความเร็วของรถลงหักพวงมาลัยเบี่ยงตัวรถ เข้าชิดริมถนนมากขึ้น เมื่อเห็นสิ่งที่ต้องการคนขับจึงจอดรถล้ำจากถังขยะเพื่อให้คนที่นั่งอยู่ด้านหลังยื่นทิ้งสิ่งของได้อย่างพอดี เมื่อรถจอดเทียบเรียบร้อยแล้วหญิงสาวที่นั่งอยู่ทางตอนหลัง จึงเปิดประตูรถก้าวเดินมาพร้อมกับถือชุดพยาบาล รวมทั้งใบหน้าที่วางอยู่บนชุดนั้น แล้วเธอก็โยนทั้งหมดลงในถังขยะสร้างความแปลกใจแก่คนขับเป็นอย่างมาก ที่นึกว่าเธอคงจะยื่นทิ้งสิ่งของนั้นลงในถังขยะจากภายในตัวรถ แต่นี่กลับเดินลงไปซะเอง ฟ้ารุ่งยืนสงบนิ่งเหมือนเป็นการไว้อาลัย สักพักเธอจึงเงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า ที่ยังดูมืดมิดที่เหลือเพียงแสงดาวส่องประกายเพียงไม่กี่ดวง เธอพูดอะไรออกมาสักอย่างด้วยสีหน้าที่ดูฮึกเหิมอย่างกับผู้ที่กำชัยชนะมา “ยินดีต้อนรับสู่เช้าวันใหม่” แล้วจึงเดินขึ้นรถตามเดิม รถแท็กซี่คันดังกล่าวเคลื่อนตัวออกไปโดยไม่ได้สนใจต่อสายตาของกลุ่มคนที่กำลังปั้นแป้ง เพื่อทำปลาท๋องโก๋อยู่บริเวณนั้นที่มองหน้ากันอย่างงง ๆ ในพฤติกรรมของคนที่เดินขึ้นรถไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น