วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2555

บางครั้งอารมณ์คนเราพลิ้วไหวดั่งสายลมเย็น        บางครั้งพัดโหมกระหน่ำดั่งพายุร้าย
เชื่อไหมดนตรีร็อคปลดปล่อยบางอารมณ์ของคุณได้





เพื่อน...ดนตรี...วันที่รอคอย
Rock N’ Roll Dream Come Through

- สกุลมา -






ชื่อผู้แต่ง : นายสิทธิกรณ์ สกุลมา  ชื่อเล่น : กุ๊ก   นามปากกา : สกุลมา
ฉายา : K.K Metal   E-mail : kookai71120@hotmail.com
WWW://Facebook.Com : Kookai Sakunma
เบอร์ติดต่อ 086-975-0119 ในวันและเวลาที่เปิดเครื่องฯ




เพื่อนดนตรี...วันที่รอคอย
๑...
เฮ! วี๊ด วิ่ว  เสียงโห่ร้องและเสียงตบมือจากคนดูนับพันที่ตั้งใจมาชมคอนเสิร์ตที่หลายคนต่างเฝ้ารอมานาน นับตั้งแต่ที่ศิลปินวงนี้ได้ออกผลงานมาได้ประมาณ 1 เดือนเศษ
                คนเยอะจริง ๆ เลยนะเนี๊ยะ เสียงของใครคนหนึ่งที่อายุอานามเกือบเข้าเลข 4 เอ่ยขึ้นกับเพื่อนที่มาชมคอนเสิร์ตด้วยกันในครั้งนี้
                ของมันแน่อยู่แล้ว นานๆ จะมีวงดนตรีที่ทำเพลงในสมัยเราวัยเคยรุ่นออกมานี่
                ทีแรกคิดว่าคงไม่มีใครให้ความสนใจแล้วเสียอีก ถ้านับช่วงเวลาดูมันก็ประมาณ 20 กว่าปีเห็นจะได้
                ก็อย่างที่มีคนพูดไว้ไงว่าดนตรี ROCK ไม่มีวันตาย
แสงไฟจากสปอตไลท์หลากสีสันบนเวทีทุกดวงสว่างขึ้น ที่กำลังส่องกระทบกับกลุ่มควันเทียมที่ลอยฟู่ฟ่องทั่วพื้นเวที ตามด้วยทำนองเพลงเปิดตัวศิลปินที่กำลังจะเดินขึ้นมาบนเวทีในจังหวะที่เร้าใจ ทำให้เกิดเสียงฮือฮาและอื้ออึ้งกันฟังอย่างไม่ได้ศัพท์ไปทั่วบริเวณลานที่จัดคอนเสิร์ต และทันใดนั้นเองบุคคลที่เป็นเจ้าของงานนี้ ก็ได้ปรากฎตัวขึ้นท่ามกลางเสียง เฮ! ที่ดังลั่น เปรียบเสมือนคำทักทายให้กับ 4 หนุ่มร็อคเกอร์ผมยาวสลวยที่กำลังเดินขึ้นมายืนอยู่บนเวทีทีละคนจนยืนเรียงเป็นหน้ากระดาน
สวัสดี คร๊าบ เสียงทักทายจากชายผมยาวหน้าสวยที่ทำหน้าที่เป็นทั้งโฆษกและร้องนำไปด้วยในตัวกล่าวทักทายคนดูของเขาที่ด้านหน้าเวที
สิ้นเสียงกล่าวทักทายของนักร้องนำ นักดนตรีผมยาวทั้ง 4 ชีวิตต่างก็ยกมือไหว้ทำความเคารพรคนดูอย่างพร้อมเพียงกัน จากนั้นจึงแยกตัวไปประจำตำแหน่งเครื่องดนตรีของตน
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้ ลุยกันเลยดีกว่าไหมนักร้องพูดตะโกนก้องผ่านไมโครโฟนตรงหน้าเขา
                ดี!” เสียงตอบรับจากผู้ชมมากมายที่ต่างพูดขึ้นพร้อมกันอย่างดังสนั่นโดยมิได้นัดหมาย
                นักร้องได้ยินเสียงตอบรับดังนั้นเขาจึงพูดตะโกนกลับไปหาคนดูของเขาอีกครั้ง “Welcome To Rock N’ Roll One…Two…Three…Four…”

                กริ๊ง...กริ๊ง... เสียงเตือนจากนาฬิกาปลุกทำหน้าที่บอกเตือนให้กับผู้ที่ตั้งมันไว้ให้รู้ว่าได้เวลาที่ต้องตื่นนอนได้แล้ว

Rock N’Roll Dream Come Through

ฮือ…” ชายหนุ่มผมยาวหยักศกที่กำลังนอนอยู่บนเตียงกำลังพลิกตัวอย่างสะลึมสะลือหันไปทางเสียงนาฬิกาปลุกอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ได้เวลาแล้วหรือนี่ กำลังฝันดีอยู่แท้ๆ เชียว ชายหนุ่มผมยาวพูดบ่นพร้อมกับเจ้าเอื้อมมือไปปิดสวิทซ์นาฬิกาปลุกที่ทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์
                ฮ้าว ฝันแบบเดิมอีกแล้ว กี่ครั้งแล้วนะที่ฝันแบบนี้ เมื่อไหร่หน่อฝันของวงเราจะเป็นจริงเสียที ชายหนุ่มปรารภกับความฝันของตัวเอง ในขณะที่ยังคงนอนจ้องเพดานห้องที่ขาวสะอาดอยู่บนเตียงนอน สักพักเขาจึงค่อย ๆ เขยิบพลิกตัวหันไปมองเวลาที่ตัวนาฬิกาปลุกอีกครั้ง กี่โมงแล้วล่ะเนี๊ยะ สิบโมงครึ่ง ได้เวลาเริ่มใช้งานตัวเองแล้วสินะ นายเก่ง เฮ้อๆ
                จบประโยคคำพูดของตัวเองชายหนุ่มก็จัดแจงลุกขึ้นจากเตียงไปทำธุระส่วนตัว เพื่อไปปฎิบัติหน้าที่ในแต่ละวันของการเริ่มต้นชีวิตในวันเช้าวันใหม่ที่อาจจะสายกว่าคนอื่นเขาที่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อทำอะไรบางอย่างตามกฎเกณฑ์ที่ถูกวางเอาไว้

                ทุกครั้งที่เก่งทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยจากในห้องน้ำ ในช่วงระหว่างที่กำลังแต่งตัวอยู่นั้นเขาก็มักจะเปิดเพลงฟังไปด้วย คล้ายกับว่าเป็นกิจวัตรอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย ในห้องนอนของเขาจะมี CD เพลงอยู่มากมายหลากหลายแนวเพลง มีทั้งศิลปินไทยและต่างประเทศ แต่ที่มีเยอะอย่างมากถึงมากที่สุด คงจะเป็นเพลงแนว ROCK เปรียบเสมือนของหวานที่ตัวเขาเองนั้นโปรดปรานเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่เพลงแนว Rock n’ Roll ไปจนถึง Heavy Metal เนื้อหาด้านดนตรีหนักหน่วงที่น้อยคนนักจะรับฟังไหว ในความเป็นดนตรีนั้นมีหลากหลายประเภท แบ่งกันไปตามยุคตามสมัย แต่ดนตรีที่เก่งนั้นหลงไหลและให้ความสำคัญคงหนีไม่พ้นเพลงในยุค 80’s ประเภทพวก Hair Band ที่ตัวเขาเองนั้นใช้ร้องคัฟเวอร์กับเพื่อน ๆ สมาชิกในวงที่เล่นดนตรีด้วยกันในตอนกลางคืน
               
ดนตรีในยุค 80’s หรือนิยามที่ใช้เรียกกันว่า L.A.Metal,Hair Band หรือ Glam Rock Glam Metal เป็นดนตรีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในชาติตะวันตก จังหวะดนตรีนั้นหลากหลายอารมณ์เพลงในอัลบั้ม บทเล่นหนักหน่วงก็หนักสุดๆ บทเล่นแบบช้าซึ้งก็ซึ้งแบบบาดลึกในห่วงของความรู้สึก เป็นดนตรีที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ไม่ใช่เฉพาะเพียงแต่จะใช้ฝีมือในการเล่นเท่านั้นที่จะช่วยให้แนวดนตรีแนวนี้โดดเด่นขึ้นมาได้ ด้วยรูปลักษณ์การแต่งกายของนักดนตรีที่มาในแบบผมฟูฟ่อง หน้าตาดูใส ๆ เน้นหล่อ บางคนก็แต่งหน้าทาปากเหมือนผู้หญิง ใส่ชุดหนังรัดรูปหลากสีสันที่ช่วยกระชับร่างกายให้ดูผอมเพรียว ท่าทางในการแสดงที่ดูดัดจริตนิดๆ ที่ช่วยส่งผลให้ดนตรีแนวนี้นั้นรุ่งเรืองอย่างไร้ขีดจำกัด อย่างในทวีปเอเชีย ญี่ปุ่นนั้นรับกระแส
๑.Los Anglead Heavy Metal  อ้างอิงจาก นิตยสาร Crossroad The Ultimate Heavy Metal เล่ม 02

เพื่อน...ดนตรี...วันที่รอคอย

ดนตรีแนวนี้ไปเต็มๆ และยังคงไม่หยุดอยู่แค่นั้น ดนตรีแนวนี้ยังคงเดินทางเข้ามาในประเทศไทย และทำให้เกิดวงดนตรีอย่างวง Micro,Hi-Rock,Uranium ฯลฯ ที่เป็นดนตรี Hair Band ในแบบไทย ๆ
ฟังงานของใครดีนะ เก่งพูดปรารภกับตัวเองในขณะที่ไล่นิ้วมือไปตามแผ่น CD แนว Hair Band ที่จัดวางเรียงรายชื่อแต่ละวงที่ขึ้นต้นด้วย A-Z ทั้งไทยและสากลที่วางปนกันอยู่ ฟังนี่แล้วกัน ไม่ได้ฟังมานานแล้ว You Can’t Stop Rock N’ Roll”
สุดท้ายเขาก็หยิบ CD ผลงานเพลงของวง Twisted Sister อัลบั้ม Stay Hungry ที่ออกในปีค.ศ.1987 เป็นงานที่จัดได้ว่าดีที่สุดของวง มีเพลงที่เด่นอยู่หลายเพลงและเพลง You Can’t Stop Rock N’ Roll ก็อยู่ในอัลบั้มนี้ด้วยเช่นกัน จากนั้นจึงจัดแจงหยิบแผ่นใส่เครื่องเล่น CD ปล่อยให้เครื่องเล่นทำหน้าที่ในตัวของมันเองอย่างคนที่ว่านอนสอนง่าย แล้วรอคอยฟังเสียงที่กำลังจะออกมาทางลำโพงให้ได้เสพกัน ว่าจะมันส์กันขนาดไหน

               
พี่แจง พี่แจงครับ เก่งเรียกหากผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการช่วยดูแลงานภายในบ้านขณะที่เขากำลังก้าวเดินลงบันไดมาจากชั้นสองในชุดเสื้อยืดสีขาวนุ่งกางเกงยีนสีดำ
                ค่า คุณเก่งมีอะไรให้พี่แจงรับใช้หรือค่ะ เสียงหญิงสาวขานรับขณะวิ่งออกมาจากในครัวด้วยน้ำเสียงที่แจ่มใส
                แม่ไม่อยู่เหรอครับ
                อ๋อ ออกไปซื้อเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ตลาด มาเพิ่มน่ะค่ะ
                ทำไมไม่ไปเรียกผมนะ
                คุณผู้หญิงเห็นว่าคุณเก่งคงจะเหนื่อยกับการทำงานหลายอย่าง แถมนอนก็ใกล้สว่างแล้ว คงจะไม่อยากรบกวนก็ได้ค่ะ  แจงตอบกับไปอย่างเสียงดังฟังชัด
                พี่แจง ทีหลังขอเถอะครับ ไม่ต้องใช้คำว่า คุณ กับผมก็ได้ฟังแล้วดูไม่เป็นกันเองเลย เก่งพูดตอบกลับไปด้วยท่าทางที่สบายๆ แบบเป็นกันเอง
                จะดีเหรอค่ะ หญิงสาวผู้ถูกตำหนิตอบแบบหน้าตาเลิกลั่ก
                ดีแน่นอนครับ เก่งยังคงยืนยันคำเดิม เพราะเขาไม่ประสงค์ที่จะทำให้เกิดการแบ่งแยกชั้นวรรณะภายในบ้านหลังนี้ และเขาก็รู้ตัวเองดีว่าสถานะของเขาเป็นมายังไง มีอะไรกินบ้างครับตอนนี้

๒.High Rock หินสูง
Rock N’Roll Dream Come Through

ถ้ากับข้าว คุณผู้หญิงทำเอาไว้ให้แล้วอยู่ในตู้กับข้าว แต่ถ้าอยากจะกินก๋วยเตี๋ยวเดี๋ยวพี่จัดให้
                อ้าวนั่น ลูกค้าเข้าร้านมาแล้ว พี่แจงไปทำก๋วยเตี๋ยวให้เขาเถอะครับ เดี๋ยวผมกินข้าวที่คุณแม่ทำไว้ก็แล้วกัน
งั้นแล้ว แต่คุณเก่งแล้วกันค่ะ แจงพูดอย่างยิ้มๆ แล้วรีบเดินออกจากบ้านเพื่อไปทำก๋วยเตี๋ยว ให้กับลูกค้าที่ยืนรออยู่หน้าร้าน
                พี่แจงนี่จริง ๆ เลย เพิ่งจะพูดอยู่หยก ๆ เก่งพูดอย่างยิ้มๆ พร้อมกับส่ายหน้าไปมา ขณะที่กำลังเดินเข้าไปในห้องครัว

ที่บ้านของเก่งนั้นเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวหมู อยู่บริเวณหน้าบ้านและมีที่นั่งให้บริการลูกค้าพร้อมอย่างเสร็จสรรพ ส่วนแม่ค้านั้นคือแม่ของเขาที่ทำหน้าที่เป็นทั้งแม่บ้านและแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว เพราะความที่ไม่อยากอยู่บ้านเฉย ๆ เลยหาอะไรทำแก้เบื่อไปวัน ๆ หากจะทำคนเดียวคงไม่ไหวแน่ในการให้บริการลูกค้า จึงได้ประกาศหาคนงานมาช่วย ซึ่งน้าเสริมที่อยู่ในละแวกหมู่บ้านเดียวกันจากที่เคยเป็นลูกค้าก็เลยกลายมาเป็นคนสนิท ได้ช่วยจัดหาคนมาให้อย่างเลือกเฟ้นกันแบบไว้ใจให้มาช่วยงานแม่ของเก่ง เพราะยุคสมัยนี้ความจริงใจของคนเราเริ่มเหือดหายกันไปทุกที ลูกจ้างบางรายก็จัดการปล้นฆ่าเจ้าของบ้าน หอบทรัพย์สินและของมีค่าหนีหายสาบสูญไป บางรายก็ถูกจับได้กลายเป็นข่าวครึกโครมมีให้เห็นทั้งในทางโทรทัศน์และหน้าหนังสือพิมพ์

                ไงง่วนเชียว กับข้าวอร่อยไหมลูก เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นขณะเดินเข้ามาในห้องครัว แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ากับชายหนุ่มผมยาว
                อร่อยครับ ไม่ค่อยได้กินมานานนักเจ้าน้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด ชะอมไข่ เก่งตอบออกไปขณะที่กลืนข้าวคำสุดท้ายลงท้องพอดี
                แล้วแม่กินอะไรหรือยังครับ
                นิดหน่อยนะ ที่ตลาด ตอนออกไปซื้อของมา
                ทำไมแม่ ไม่ไปเรียกผมล่ะครับ ผมจะได้ไปซื้อให้
                แม่เห็นเรา อดหลับอดนอนจึงไม่อยากรบกวน ผู้เป็นแม่พูดตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความอบอุ่น
                นี่ ๆ ! วันนี้วันวาเลนไทน์ ไม่มีดอกไม้ไปให้สาวในดวงใจบ้างหรือลูก
คงไม่มีหรอกครับ เพราะผมคิดว่าวันแห่งความรักมันไม่ใช่แค่วันนี้วันเดียว แต่มันควรจะเป็นทุก ๆ วัน ดอกไม้ที่มอบให้กันมันก็แค่ภาพลักษณ์ที่ฉาบฉวยไม่รู้ว่าให้ด้วยความเต็มใจหรือเปล่า
เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

สำหรับผม ผมมองว่าการกระทำเท่านั้นแหล่ะครับ ที่บอกได้ว่าเราจริงใจกับคนที่เรารักมากน้อยแค่ไหน เก่งอธิบายให้แม่ของเขาได้เข้าใจในมุมมองและความคิดของตน ในขณะที่กำลังนำจานข้าวที่กินเสร็จแล้วไปล้างทำความสะอาด
                จ้า ๆ พ่อหนุ่มศิลปิน แม่ของเขาตอบกับไปอย่างทีเล่นทีจริง แล้ววันนี้ลูกจะกลับดึกไหม
ไม่หรอกครับ เพราะวันนี้ไม่มีงานเล่นที่ไหน ผมกะว่าจะไปที่โรงเรียนขายเครื่องดนตรีเพื่อทำธุระนิดหน่อยที่ผมเคยเล่าให้แม่ฟังไงครับในเรื่องของการสอนร้องเพลง จากนั้นผมกะว่าจะเลยไปรับใครบางคนกลับบ้านด้วย เก่งพูดชี้แจงภารกิจและหญิงสาวในดวงใจที่ซึ่งอาศัยอยู่ในละแวกหมู่บ้านเดียวกันให้แม่ของเขาฟังอย่างยิ้มๆ

                หลังจากที่จัดการอาหารมื้อเช้าและกลางวันรวมกันเป็นมื้อเดียวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เก่งร่ำลาแม่และพี่แจงเพื่อออกไปข้างนอก จากนั้นจึงจูงมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อฮอนด้าแพนทอมส์ คู่ใจไปสตาร์ทเครื่องยนต์นอกบ้าน แล้วขับออกไปจากหมู่บ้านที่พักอาศัยทางเขตสวนหลวงออกวิ่งตามเส้นทางที่จะไปยังที่หมายที่เขาได้วางแผนการเดินทางเอาไว้






                                                                                                                                               



Rock N’Roll Dream Come Through
...๒...
อ๊อด...อ๊อด... เสียงเตือนที่บอกให้คนที่อยู่ในบ้านที่สร้างในแบบชาวตะวันตก ให้รู้ว่าขณะนี้กำลังมีคนมาขอเข้าพบเพื่อติดต่อทำธุระหรือมาเพื่อจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง
มาหาใครกันล่ะ คุณ เสียงชายชราวัยกลางคน ผู้ทำหน้าที่ดูแลอยู่ที่ประตูทางเข้า ถามชายหนุ่มสองคนที่มายืนรออยู่หน้าประตูบ้าน
มาขอพบพี่ชิดชัยหน่อยน่ะลุง อยู่ไหม ชายหนึ่งในสองคนที่มาด้วยกัน คนหนึ่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบท่าทางสุขุมนิด ๆ ผิดกับอีกคนที่ยืนหันลีหันขวางหมุนมองโน้นมองนี่ไปมาอย่างไม่เป็นสุข
อยู่แต่ว่าคุณทั้งสองคนนัดไว้หรือเปล่าล่ะ
พี่ชิดชัย บอกให้พวกเรามาหา เสียงชายคนเดิมที่บอกมาขอพบ พูดตอบกลับไป
งั้นเดี๋ยว รอสักครู่ชายชราพูดขึ้นพร้อมเดินเข้าไปในป้อมทำงานของตนและใช้เป็นที่พักอาศัยกดโทรศัพท์ภายในโทร.ไปสอบถามคนที่อยู่ในบ้านว่ามีคนมาขอเข้าพบ เมื่อชายชราคนเดิมพูดคุยโทรศัพท์เสร็จแล้วจึงเดินออกมาจากป้อม เดินไปที่ประตูไขกุญแจเปิดให้ชายผู้มาเยือนทั้งสองเข้ามาภายในบ้านโดยมิได้สักถามอะไรตามคำสั่งที่คนภายในบ้านบอกมา

ชายผู้มาเยือนต่างมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่กขณะเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้าน นี่เขาจะไม่ถามชื่อเรากันเลยหรือไงนะ ว่าใครมาขอพบแปลกแฮะ ชายหนึ่งในสองพูดขึ้นเหมือนเสียงกระซิบถามคนที่มาด้วยแต่อีกคนวางหน้าตะลึงนิด ๆ โดยไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป แต่หารู้ไม่ว่ากล้องวงจรปิดที่แอบติดซุกซ่อนอยู่เหนือป้อมนั้นกำลังจับภาพชายทั้งสองคนอยู่เท่านี้คนในบ้านก็รู้แล้วว่าใครมาขอเข้าพบ
ชายหนุ่มทั้งสองคนกำลังเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชายชราจึงปิดประตูลงกลอนและล็อคประตูด้วยแม่กุญแจดังเดิมเสร็จแล้วจึงเดินนำชายทั้งสองคนเข้าไปในบ้านมุ่งตรงไปยังห้องรับแขก เพื่อให้คนทั้งสองนั่งรออยู่ในห้องนั้น แล้วชายชราจึงเดินกลับออกไปตามทางเดินเดิมไปยังป้อมปราการที่ตนอยู่
สักพักหญิงรับใช้คนหนึ่งเดินนำเบียร์ 3-4 ขวดพร้อมแก้วเปล่า 2-3 ใบ มาเสิร์ฟพร้อมทั้งยกเบียร์ขึ้นเทลงใส่แก้วให้กับชายผู้มาเยือนทั้งสองคน ชายทั้งสองยื่นมือออกไปรับด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน แต่แววตายังคงจับจ้องสาวงามที่ส่งยื่นแก้วเบียร์ให้อย่างไม่วางตา เพราะสาวเสิร์ฟนั้นหน้าตาและ

เพื่อน...ดนตรี...วันที่รอคอย

ผิวพรรณดูขาวเป็นยองใย ชายทั้งสองเห็นแล้วอดรู้สึกหวาบหวามใจเสียมิได้ สาวเสิร์ฟปลายตามองชายหนุ่มทั้งสองพร้อมกับส่งยิ้มให้ที่มุมปากนิดนึงก่อนจะเดินจากไปทิ้งเป็นปริศนาให้คนทั้งสองขบคิดกันเองกันต่าง ๆ นา ๆ
“แม่เจ้าโว้ย! หน้าตาโคตรใช้ได้เลย อยากได้มาไว้ในอ้อมแขนซะจริง ๆ พับผ่ามึงคิดเหมือนกูไหมไอ้ไม้”
“เฮ้ย! อย่าแม้แต่จะคิดเลยนะมึงไอ้หมึก โดนพี่ชิดกระทืบให้กูไม่รู้ด้วยนะ”
“หล่อนเป็นเมียพี่ชิดหรือไงว่ะ”
“ใช่หรือไม่ใช่ ไม่รู้ แต่กูว่าอย่าไปยุ่งถ้าจะดีกว่า”
“แต่ถ้าไม่ใช่เมียของพี่ชิด กูว่าถ้าขอพี่เขาดี ๆ เขาก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรล่ะมั้ง” หมึกยังคงพูดเจื้อยแจ่วต่อไปพร้อมกับยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มอย่างสบายอารมณ์
“เฮ้ย พวกมึงนะจะนินทาอะไรใครเขาก็ให้มันเบาๆ หน่อย โดนกระทืบขึ้นมาจะหาว่าไม่เตือน” สิ้นเสียงประโยคที่พูดจบลงไป ใครคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องรับแขกด้วยท่าทางภูมิฐานอายุประมาณเกือบ 40 เดินมานั่งฝั่งตรงข้ามชายทั้งสองคนที่กำลังพูดคุยกันถึงสาวรับใช้ภายในบ้าน ชายหนุ่มทั้งสองได้ยินดังนั้นจึงหันไปมองเสียงที่ดังมาจากทางด้านหลังโดยพร้อมเพียงกัน
อ้าว สวัสดีครับพี่ชิด ไม้ยกมือไหว้ชายหนุ่มที่ปรากฏตัวเดินเข้าพร้อมกับแก้วเบียร์ที่ถืออยู่ในมือ ซึ่งหมึกก็ทำตามด้วย
ขณะที่ชายหนุ่มที่ถูกพูดถึงเดินเข้ามาในห้องรับแขกและนั่งลงยังฝั่งตรงข้ามกับผู้มาเยือนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หญิงสาวคนเดิมก็เดินเข้ามาในห้องรับแขกอีกครั้งพร้อมด้วยถาดอาหารที่มีประเภทยำและต้มยำหม้อไฟมาเสิร์ฟให้ แล้วจากนั้นจึงรินเบียร์ลงในแก้วให้กับชายหนุ่มที่ชื่อชิดชัยผู้ทำหน้าที่ดูแลบ้านหลังนี้ เมื่อจัดการทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยแล้วเธอจึงก้าวเดินออกจากห้องนี้ไปพร้อมทั้งปลายตาให้กับชายทั้งสองคนที่กำลังมองเธออยู่ ชิดชัยกระแอ่มขึ้นพร้อมทั้งเริ่มพูดคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของชายทั้งสองคน
“ให้มาคุยเรื่องงานนะโว้ย ไม่ได้ใช้ให้มาดูสาว”
“มองกี่ครั้งก็ยังไงก็น่ารัก ไม่ร่วงโรย” หมึกพูดขึ้น ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องมองทางที่สาวรับใช้เดินจากไป
 “ผัวะ!” ไม้ยกมือตบหัวเพื่อนของตน “เลิกชีกอได้แล้วมึงเกรงใจพี่ชิดเขาบ้างสิว่ะ” ไม้พูดขึ้นด้วยความรู้สึกเคือง ๆ แล้วหันไปหาคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้สนใจเพื่อนของตนที่กำลังนั่งลูบหัวด้วยความเจ็บปวด “ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ พี่ชิดที่ไอ้หมึกมันไม่รู้จักกาลเทศะ”
“ไม่เป็นไร ข้าไม่ถือสา เพราะมันเป็นธรรมดาผู้ชายมันก็มักจะมองผู้หญิงที่เห็นแล้วโดนใจเป็นธรรมดา” ชิดชัยกล่าวขึ้นพร้อมกับโบกมือไปมา แล้วพูดสำทับขึ้น “แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้คงจะ
Rock N’Roll Dream Come Through

ยากสักหน่อยที่จะทำให้เธอสนใจได้พวกนายได้
                ทำไมล่ะพี่ชิด หรือว่านางมีผัวแล้ว หมึกถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน
อ้อยังหรอกและอีกอย่างเธอเป็นน้องสาวของฉันเอง ว่าแต่เรื่องที่ใช้ให้ไปทำสำเร็จเรียบร้อยดีไหม”
ชิดชัยถามถึงเรื่องที่เขาได้สั่งให้ลูกน้องไปทำเพื่อเปลี่ยนเรื่องในการสนทนา ซึ่งความจริงแล้วภารกิจนั้นสัมฤทธิ์ผลอย่างที่ได้วางเอาไว้เพราะทางโทรทัศน์ได้นำเสนอข่าวการบุกถล่มของกลุ่มคนที่ขัดแย้งผลประโยชน์กันบริเวณแถงถนนเส้นบางนา-ตราด ที่จะไปชลบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 2 คน ซึ่งตอนนี้ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส ชิดชัยหลอกถามลูกน้อง เพื่อที่อยากจะฟังถึงภาระกิจในครั้งนี้ ว่าทั้งคู่ทำงานกันอย่างไร จะได้จ่ายค่าแรงให้ตามที่ได้ตกลงกันไว้
ไม้ผู้เป็นคนรับงานจากชิดชัยไปเริ่มอธิบายถึงขั้นตอนการทำงานในครั้งนี้โดยมีหมึกเป็นผู้ช่วยอีกที ว่าเหตุการณ์นั้นเป็นอย่างไร
“ตามที่พี่ชิดได้สั่งมาว่าพวกกลุ่มคนของเสี่ยนรสิงห์จะมีการขนส่งยาบ้าไปยังชลบุรี ผม 2 คนก็ได้นำมอเตอร์ไซค์ที่ได้ขโมยมาจากคนของไอ้เสี่ยวรเทพที่พี่ชิดให้ผมไปขโมยมานั้นได้ขับตามรถกระบะที่พวกมันใช้ขนยากันไป โดยที่คนของเสี่ยนรสิงห์นั้นมันคงคิดว่าผม 2 คนเป็นแค่ชาวบ้านในละแวกนั้นจึงไม่ได้ใส่ใจอะไร เมื่อได้จังหวะที่พวกมันเลิกสังเกตผมจึงรีบบิดมอเตอร์ไซค์เข้าประกบข้างคนขับจากนั้นไอ้หมึกจึงได้กระหน่ำยิงอัดเข้าไปในรถ พอรถมันเสียหลักลงข้างทางผมกับไอ้หมึกจึงรีบไปลากพวกมัน 2  คนทิ้งลงข้างทาง แล้วก็จอดมอเตอร์ไซค์ทิ้งไว้ที่ตรงนั้น แล้วขับรถของเสี่ยนรสิงห์ไปจอดเก็บไว้ยังที่หมายที่พี่ชิดได้สั่งพวกผมไว้ครับ”
พอไม้พูดจบถึงวิธีการทำงานในขณะที่ชิดชัยนั่งฟังอยู่อย่างเงียบ ๆ และครุ่นคิดตามเหตุการณ์ไปด้วยรู้สึกพึงพอใจในการกระทำของลูกน้อง ซึ่งผลงานนั้นก็เป็นไปตามที่ไม้ได้รายงานจริง เพราะเมื่อคืนวานตัวชิดชัยเองได้ติดตามดูสถานการณ์และการทำงานของคนทั้งสองคนอยู่ด้วยอย่างลับ ๆ เพราะเกรงว่าเผื่อคนทั้งสองจะทำงานพลาดตนจะได้เป็นคนลงมือซะเอง
“เยี่ยมมากไม้ ป่านนี้เจ้าของมันคงจะเดือดเป็นฟืนเป็นไฟน่าดู คงจะเตรียมเล่นงานไอ้เสี่ยวรเทพแล้ว” ชิดชัยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกประทับใจกับการทำงานในครั้งนี้
“ผมด้วยครับ พี่ชิดที่เป็นคนลงมือเหนี่ยวไก” หมึกพูดแทรกแบบยิ้ม ๆ เพื่อบอกให้ชิดชัยทราบถึงผลงานของตน
“เออ ๆ โทษทีลืมชื่อมึงไป แต่การทำงานครั้งนี้พวกเอ็งสองคนมั่นใจได้แน่นะว่าพวกมันจะสาวมาไม่ถึงข้า” ยังคงตกเป็นอุบายในการแกล้งหลอกถามของชิดชัยเหมือนเดิม

เพื่อน...ดนตรี...วันที่รอคอย

“รับรอง พี่ชิดผมสองคนเอาหัวเป็นประกันได้ว่าเรื่องนี้มาไม่ถึงพี่ชิดแน่นอน เพราะก่อนลงมือพวกเราได้อำพรางการแต่งตัวและใบหน้ายังไงก็ไม่มีทางรู้ได้ว่าผมสองคนเป็นใคร” ไม้พูดยืนยันอย่างเสียงแข็งในการกระทำของเขาทั้งสองคน
ชิดชัยนั่งฟังอย่างกระหยิ่มยิ้มหย่องพร้อมกับยกเบียร์เย็น ๆ ที่ถืออยู่ในมือขึ้นดื่มอย่างรวดเดียวหมด จากนั้นเขาจึงวางแก้วลงบนโต๊ะและตบมือสามครั้งเหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้คนที่อยู่ภายในบ้านทราบว่าต้องการเรียกพบ สักพักหญิงสาวคนเดิมก้าวเดินเข้ามาในห้องรับแขกที่มีชายทั้งสามคนนั่งสนทนากันอยู่ส่วนในมือถือถาดที่มีซองสีน้ำตาลซองใหญ่พอสมควร นำมาวางไว้บนโต๊ะ โดยสายตาของไม้และหมึกนั้นไม่ได้อยู่กับสาวเจ้าแล้วแต่กับไปสนใจซองสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าแทน
 นี่เป็นค่าแรงที่ได้ตกลงกันไว้ ชิดชัยส่งยื่นซองสีน้ำตาลให้กับไม้ หมึกยังคงมองซองที่ไม้รับมาอย่างกระหยิ่มยิ้มหย่อง นับดูก่อนก็ได้นะว่าครบหรือเปล่า
ไม่ต้องหรอกครับ พี่ชิด ผมเชื่อใจพี่อยู่แล้ว เพราะผมรู้ดีว่าพี่ชิดเป็นคนยังไง ไม้ตอบกลับไป ขณะที่รับซองสีน้ำตาลมาถือในมือ ส่วนหมึกเองก็ยังคงมองซองใบนั้นด้วยความรู้สึกปรีเปรมพร้อมกับยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มด้วยความสบายใจจนหมดแก้ว
คราวหน้ามีงานอะไรอีกเรียกใช้ผมสองคนได้เลยครับพี่ชิด หมึกพูดด้วยท่าทีที่ดูลำพองยิ่งนัก
มีแน่นอนไม่ต้องห่วง เพราะลูกพี่ยังมีงานอีกเยอะที่จะใช้ให้พวกนายทำ ชิดชัยพูดขึ้นด้วยเสียงที่ราบเรียบ
ว่าแต่ลูกพี่ ที่พี่ชิดพูดถึงเป็นใครหรือพี่ หมึกถามด้วยความสงสัยในขณะที่ไม้กำลังจิบเบียร์นั่งฟังอยู่อย่างเงียบ ๆ เพราะเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนที่ชิดชัยพูดถึงเป็นใคร
เป็นบุคคลที่พี่รับคำสั่งเขามาอีกที ที่เรามักจะเรียกเขาในนามว่า ลูกพี่
แล้วพวกผมจะมีโอกาสได้พบกับเขาไหม หมึกยังคงถามต่อไป
ไม่แน่ ว่าแต่ตอนนี้กินกันก่อนเดี๋ยวเบียร์จะหายเย็นหมด กับแกล้มด้วยตามสบายเลยเต็มที่ ๆ ชิดชัยชวนไม้กับหมึกกินอาหารที่อยู่ตรงหน้าเพื่อเบี่ยงเบนที่จะพูดคุยกันถึงเรื่องของบุคคลที่อยู่เบื้องหลังของงานนี้






Rock N’Roll Dream Come Through
๓...
ที่รัก นั่นคุณกำลังจะไปไหนเหรอ สาวแหม่มผมสีทองที่ยาวถึงกลางหลังหน้าตาคมคาย ถามด้วยสำเนียงภาษาไทยที่อาจจะฟังดูแปร่ง ๆ ไปบ้าง ขณะที่เธอยังคงนอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงที่อ่อนนุ่มโดยมีผ้าห่มสีขาวปิดกายอีกทีหนึ่ง
มีงานต้องไปทำ ชายหนุ่มผมยาวตรงดำสนิทที่ยืนอยู่ในห้องเดียวกันกับเธอ กำลังรวบผมที่ยาวมัดเข้าหากันเป็นหางม้า และกำลังเตรียมที่จะจัดแจงแต่งตัวตามแบบของเขาเสื้อยืดสีดำแขนสั้นกางเกงยีนส์สีดำ กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบ ๆ แต่ก็ทำให้ผู้ฟังฟังแล้วรู้สึกอบอุ่น แซนด้า ถ้าวันนี้จะออกไปข้างนอกก็ให้จินดาตามไปเป็นเพื่อนด้วยก็แล้วกัน
                นี่คุณจะไปทำงานนานขนาดนั้นเลยเหรอ
                ใช่!” คำพูดที่ดูราบเรียบธรรมดา ๆ แต่ฟังแล้วเฉียบขาดที่พูดออกมาจากปากชายผมยาวเล่นเอาสาวงามที่นอนอยู่บนเตียงถึงกับนิ่งเงียบอย่างไม่กล้าที่จะถามประโยคใดต่อไป

จบประโยคของชายหนุ่มเขาเอื้อมมือไปหยิบเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์สีดำที่แขวนอยู่มาสวมใส่แล้วก้าวเดินออกจากห้องไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไรอีกมีแต่ความนิ่งเงียบเท่านั้นที่เข้ามาแทนที่และปล่อยทิ้งให้สาวแหม่มนอนอยู่บนเตียงตามลำพัง เธอเองก็ไม่กล้าที่จะถามอะไรเขามากมายนัก เพราะเกรงว่าจะไปเจ้ากี้เจ้าการเขามากจนเกินไป หญิงสาวค่อย ๆ ขยับกายนั่งชันเข่าบนเตียงระลึกถึงเหตุการณ์ที่เธอคบกับชายคนนี้มาดูเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยในเรื่องของลักษณะท่าทางที่ดูสุขุมเงียบขรึมพูดน้อยและดูลึกลับไม่ว่าจะผ่านไปกี่เดือนกี่ปี   มีเพียงการกระทำเท่านั้นที่บ่งบอกได้ว่าเขาเป็นคนแบบไหนในมุมมองของเธอ ครั้งแรกที่เธอพบชายคนนี้ที่ผับแห่งหนึ่งในพัทยา ขณะที่กำลังโซโล่กีต้าร์อย่างเร่าร้อนบนเวทีกับวงดนตรีที่เล่นเพลงร็อคสากลในยุค 70’s ก็ทำให้เธอตกหลุมรักอย่างปักใจและติดตามเขาเรื่อยมา แซนด้าได้แต่ครุ่นคิดว่ากามเทพหรือซาตานตนไหนกันแน่นะที่แผงศรทำให้เธอไม่สามารถเปลี่ยนใจจากเขาไม่ได้เสียที และไม่อาจรู้ได้เลยว่าตั้งแต่ที่เธอคบกับเขามานั้นเขารักเธอบ้างไหม แต่สำหรับตัวเธอนั้นรู้เพียงแต่ว่าเธอรักเขาจนหมดหัวใจ หรือจะเป็นไปอย่างประโยคที่คนเรามักพูดกันว่าความรักทำให้คนตาบอด




เพื่อน...ดนตรี...วันที่รอคอย
...๔...
งานเลี้ยงย่อม ๆ ที่ชิดชัยได้จัดให้กับคนของเขานั้นได้จบลงแล้ว ไม้กับหมึกต่างขอตัวลากลับกันไปแล้วนั้น จินดาหญิงสาวคนเดิมจึงเดินเข้ามาในห้องเพื่อจัดการเก็บของต่างๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะในห้องรับแขกโดยที่ชิดชัยยังคงนั่งอยู่เพียงลำพังพลางถือแก้วเบียร์ของตน ด้วยอาการที่เหม่อมองออกไปนอกบ้าน ในขณะนั้นเองชายหนุ่มผมยาวได้ก้าวเดินลงมาจากบนบ้านชั้นสอง อย่างเงียบ ๆ ด้วยท่าทางเคร่งขรึมเข้ามาหาชิดชัย
การมาของชายผู้นี้ทำให้ชิดชัยตื่นจากภวังค์อย่างรีบเร่งหันไปมองชายคนดังกล่าวอย่างเร่งด่วน แม้แต่จินดาเองก็ยังต้องหยุดมือจากการทำงานด้วยเช่นกัน เธอยืนอยู่ในมุมตรงกันข้ามกับชิดชัย เพื่อรอฟังคำสั่งของชายที่เดินลงมาจากชั้นบน
ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม นั่นคือคำพูดของชายที่ปรากฎตัวเข้ามาถามไปยังชิดชัยที่นั่งรออยู่
ครับคุณ ทุกอย่างเรียบร้อยดี
เยี่ยมมาก ชายผมยาวตอบกลับไปด้วยความรู้สึกพึงพอใจโดยมิได้ซักไซร้เหตุการณ์อะไรเพิ่มเติมเพราะต่างก็รู้กันอยู่แก่ใจไม่ต้องพูดอะไรให้มันมากความกับแผนการที่วางเอาไว้ ในขณะนั้นชายผมยาวหันไปทางจินดาที่อยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง ดูแลแซนดร้าด้วยนะ ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่นี่หรือออกไปไหนมาไหนให้ติดตามเธอไปด้วย
ค่ะ จินดารับคำ ขณะที่ยืนมองชายผมยาวอย่างข่มเก็บอาการความรู้สึกบางอย่างเอา

สิ้นเสียงสั่งการชายหนุ่มผมยาวจึงก้าวเดินออกจากบ้านไป โดยมีชิดชัยที่รีบลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่งอยู่เดินตามหลังออกไป ทิ้งจินดาให้ยืนมองตามอยู่อย่างนั้น ด้วยแววตาที่แสดงความน้อยใจในเรื่องอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความรู้สึกลึก ๆ ที่เธอมีต่อชายผมยาวผู้นั้น
รถเก๋งฮอนด้า ซีวิคสีดำขับเคลื่อนออกจากบ้าน โดยมีชิดชัยเป็นผู้ขับส่วนชายหนุ่มผมยาวที่ถูกเรียกขนานว่า ลูกพี่ นั้นนั่งอยู่ทางตอนหลังของรถสวมแว่นตาเรย์แบนด์สีดำด้วยท่าทางเคร่งขรึม ขณะที่รถเคลื่อนมาถึงประตูทางออกชายชราผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตูเดินออกจากป้อมตรงมายังรถคันดังกล่าวที่จอดรอให้เปิดประตูอยู่นั้นชายหนุ่มผมยาวจึงทำการลดกระจกลง
จะกลับดึกไหมครับ ชายชราเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ตอนหลังที่หันหน้าออกมามอง
ไม่ต้องรอเปิดประตูให้หรอก เพราะคืนนี้ยังไงคงจะไม่กลับ ถ้าหากว่าลุงจะนอนก็นอน

Rock N’Roll Dream Come Through

ได้เลยไม่ต้องกังวล
ครับคุณผู้ชาย ยามชราขานรับคำสั่งจากนั้นจึงละจากชายหนุ่มผมยาวเดินไปเปิดประตู
ส่วนชายหนุ่มผมยาวจึงปิดกระจกขึ้นตามเดิม ถึงแม้ชายชราผู้นี้จะรับปากชายหนุ่มยังไงก็ตามแต่ แต่แกก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองเหมือนเดิมโดยการเฝ้ารอการเปิดประตูต้อนรับการกลับมาให้กับชายหนุ่มผมยาวอยู่เสมอเพราะมันเหมือนเป็นการทดแทนบุญคุณที่ชายหนุ่มมีพระคุณที่ให้โอกาสตนได้มีที่ซุกหัวนอนไม่ต้องเร่ร่อนไปไหนอีก
เมื่อประตูบ้านถูกเปิดออกรถฮอนด้า ซีวิคสีดำจึงขับเคลื่อนออกไปอย่างช้า ๆ ทิ้งให้คนที่เปิดประตูเฝ้ามองอยู่รวมทั้งใครอีกคนหนึ่งที่กำลังยืนมองตามหลังรถคันดังกล่าวด้วยสายตาที่อาลัยอาวรณ์ อยู่ตรงหน้าต่างชั้นบนของบ้านด้วยความซึมเศร้า




















เพื่อน...ดนตรี...วันที่รอคอย
๕...
ในห้องทำงานที่อยู่ภายในตึกที่สูงตระหง่านที่มีทุกอย่างเพียบพร้อมไปด้วยเครื่องมือเครื่องใช้ต่างในงานออฟฟิศและแอร์ที่ให้ลมเย็นสบายแบบว่าความร้อนนั้นไม่สามารถเข้ามาย่ามกายได้เลย แต่ผู้ที่นั่งอยู่ในห้องทำงานนั้นกับมีอาการร้อนรนเป็นอย่างมากเหมือนกับว่าเครื่องทำความเย็นไม่สามารถทำให้จิตใจที่ร้อนรุ่มของเขานั้นเย็นลงได้เลย
                ชายผู้นี้เป็นบุคคลที่พนักงานภายในตึกต่างให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง เพราะตำแหน่งที่เขาดำรงอยู่นั้นเป็นถึงประธานบริษัทนายหน้าในการรับขนส่งสินค้าทั้งทางบกและทางน้ำที่ทำกำไรให้เขาอย่างมหาศาล บุคคลทั่วไปจะเรียกเขาว่าเจ้าพ่อแห่งการส่งออกและในอีกนามหนึ่งว่า เสี่ยนรสิงห์ เป็นธุรกิจที่เขาทำอย่างเปิดเผยต่อหน้าสาธารณะชนแต่เบื้องหลังก็ยังมีธุรกิจลับ ๆ ที่ขัดต่อกฎหมายที่แอบทำกันอย่างลับ ๆ อยู่ด้วย ซึ่งในขณะนี้เขากำลังรอการติดต่อกลับมาจากลูกน้องคนสนิทที่เขาส่งให้ไปสืบเรื่องรถยนต์ที่ขนสินค้าส่งออกที่บรรทุกของล้ำค้าประเภทยาเสพติดที่ทำกำไรให้เขาอย่างมหาศาลนั้นกลับถูกขโมยไปเมื่อคืนนี้โดยมือดีที่เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ตามข่าวที่รายงานหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์นั้นเป็นคนงานของเขาที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการแย่งชิงของคู่กรณีซึ่งตอนนี้ได้ถูกทางการนำตัวส่งไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ เขาได้แต่นั่งครุ่นคิดอยู่เพียงลำพังว่าการกระทำนั้นเป็นฝีมือของใครที่กล้ามากระทำการอุกอาจเช่นนี้ช่างไม่รู้เลยหรือว่าเขาเป็นใคร
เสี่ยนรสิงห์นั่งนึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งที่เขากับเพื่อนคนหนึ่งที่ได้ร่วมมือกันทำธุรกิจขนส่งสิ่งผิดกฎหมายทางตอนเหนือของไทย แต่กลับถูกมือดีมาดักแย่งชิงเอาไปได้ ครั้งนั้นทำให้เสี่ยนรสิงห์ต้องเสียเงินไปร่วมนับหลายล้านบาท และครั้งนี้ก็เหมือนกับเหตุการณ์เมื่อครั้งที่แล้ว จะเป็นไปได้ไหมที่เพี่อนร่วมธุรกิจจะหักหลัง เพราะพักหลังมานี้ธุรกิจที่เขาทำกับเพื่อนร่วมหุ้นนั้นชักเริ่มขาดทุนบ่อยขึ้น

สักพักก็มีเสียงเตือนจากโทรศัพท์ในระบบดิจิตอลที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานข้างเครื่องโน้ต
บุ๊คบอกเตือนให้รู้ว่ามีคนโทร.เข้ามาเพื่อต้องการจะคุยด้วย ปลุกเสี่ยนรสิงห์ให้ออกมาจากความคิดหันไปกดปุ่มตอบรับเพื่อฟังเสียงคู่สนทนาที่กำลังโทร.เข้ามาอย่างรีบเร่ง
ว่าไง ได้เรื่องไหมไอ้เถิด เสี่ยนรสิงห์ชิงถามก่อนขึ้นมาทันที ด้วยน้ำเสียงที่ดูขึงขัง
ครับ นาย

Rock N’Roll Dream Come Through
 ว่ามาซิ
                ในที่เกิดเหตุมีปลอกกระสุนหล่นอยู่เต็มไปหมด รถยนต์ที่ใช้ขนสินค้าก็หายไปด้วย มีแต่มอเตอร์ไซค์ที่จอดทิ้งไว้ ผมส่งข้อมูลทะเบียนรถให้คนของเราสืบดูแล้วว่าเป็นรถของทางเสี่ยวรเทพครับนาย             
บังอาจมากไอ้เทพ เสี่ยนรสิงห์แสดงอาการเดือดดาลทันทีที่รู้ตัวผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้
                แล้วคนของนายที่ถูกทางการนำตัวส่งโรงพยาบาล นายจะทำยังไงต่อไปครับ จะเก็บมันเลยไหมครับผมจะได้จัดการเลย
                เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังขืนทำอะไรไปตอนนี้คงจะไม่ดีแน่ เดี๋ยวข้าจัดการเอง แล้วเรื่องเมลล์ลึกลับที่ให้ไปสืบน่ะว่ายังไง
                ผมสืบดูแล้ว มันถูกส่งมาจากร้านที่ให้บริการทาง Internet ทั่วไปอีกทีครับนาย
                นับว่ามันฉลาดมากที่ป้องกันตัวเอง งั้นเอ็งไปตามดูไอ้วรเทพว่าทางมันมีการเคลื่อนไหวอะไรบ้างในตอนนี้
                ครับ นาย

                เมื่อเสร็จสิ้นการสนทนากับลูกน้องคนสนิท ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอยู่ใกล้เครื่องโน้ตบุ๊ค ส่งเสียงพร้อมกับปรากฎรูปจดหมายขึ้นที่มุมจอด้านขวามือครั้นเสี่ยนรสิงห์จะไม่เปิดดูก็ไม่ได้เผื่อมีลูกค้าที่เป็นเอเยนต์ในเครือข่ายติดต่อเข้ามา แต่เมื่อเปิดดูก็ยังคงเป็นข้อความแบบเดิมๆที่ปรากฎขึ้น อีกไม่นาน วันแห่งการล้างแค้นจะมาถึง ชื่อผู้ส่งยังคงเป็นชื่อเดิม คิลเลอร์ ซึ่งเป็นจดหมายฉบับที่ 10 แล้วที่มีการส่งเข้ามาสร้างความปั่นป่วนให้เสี่ยนรสิงห์ต้องขบคิดว่าผู้ส่งเป็นใครที่ใช้นามแฝงนี้
อย่าให้กูรู้นะมึงว่าเป็นใคร พ่อจะสับให้เละเลยคอยดู เสี่ยนรสิงห์สบถคำอย่างหัวเสียกับ -ข้อความที่เปิดอ่าน โดยไม่อาจรู้ได้เลยว่าศัตรูของเขาเข้ามาในฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ของเขาได้อย่างไร

                การรายงานสถานการณ์กับผู้เป็นนายจบลงแล้ว สักพักโทรศัพท์มือถือของเถิดก็ดังขึ้นเขากดรับสายสัญญาณนั้นที่บลูฑูธที่เหน็บอยู่ข้างหูของเขาพร้อมกับพูดคุยที่อยู่ทางปลายสายอย่างอารมณ์ดีเพราะเขารู้ว่าบุคคลที่โทร.เข้ามาหาเขานั้นเป็นใคร
สวัสดีครับ ลูกพี่
สถานการณ์ ด้านไอ้เสี่ยนรสิงห์เป็นอย่างไร
ตอนนี้สั่นเป็นเจ้าเข้าเลยครับ
เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

 เยี่ยม! และงานต่อไปที่มันให้ทำคืออะไร
                ให้ผมไปสืบการเคลื่อนไหวทางเสี่ยวรเทพครับ
                ดี ทำตามที่มันสั่ง แล้วยังไงจะติดต่อกับไปอีกที
                เอ่อ ลูกพี่ ว่าแต่เรื่อง เถิดเอ่ยถามทางปลายสายด้วยความรู้สึกที่ลังเล
                เรื่องที่เคยคุยกันไว้น่ะเหรอ รับรองได้ว่าไม่เบี้ยวแน่นอน ถ้าเรื่องเงินขาดเหลือก็บอกได้ จะโอนเข้าบัญชีให้ทันที ขอเพียงโค่นล้มไอ้เสี่ยนรสิงห์ได้เมื่อไร สิ่งที่ตกลงกันไว้จะเป็นของนายทันที
สิ้นเสียงของผู้พูดทางปลายสายสัญญาณก็เงียบหายไป เถิดได้แต่นั่งยิ้มหวานอยู่อยู่ในรถของตน ครุ่นคิดถึงมโนภาพในวันข้างหน้าที่กำลังรอเขาอยู่ในอีกไม่ช้ากับการที่จะได้นั่งแท่นของการเป็นผู้บริหารธุรกิจส่งออกแทนเสี่ยนรสิงห์ที่ตัวเขาเฝ้ารออยู่นั้นจะไม่ไกลแค่เอื้อมอีกต่อไปแล้ว เถิดหยุดยั้งความฝันของตนไว้ชั่วขณะจากนั้นจึงขับรถออกจากจุดที่เขาเฝ้าสังเกตุการณ์อยู่มองหาเส้นทางในการขับรถกลับเข้าไปยังตัวเมืองเพื่อเริ่มทำภารกิจที่ได้รับคำสั่งมาจากคนสองคนที่มีแนวทางเหมือนกัน ซึ่งเป็นผลดีที่เขาไม่ต้องเหนื่อยในการทำงานให้มันซ้ำซ้อนอะไรมากนัก


















Rock N’Roll Dream Come Through
...๖...
สวัสดีครับ พี่บุญมี เสียงของชายที่ขี่มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าแพนท่อมเข้ามาขนาบด้านข้างประตูทางเข้าโรงเรียนศาสนาคริสต์แห่งหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามกับโบสถ์ดอนบอสโก บนถนนสายเพชรบุรีตัดใหม่
สวัสดีคร๊าบ รปภ.ขานรับคำพร้อมกับหันไปมองตามเสียงที่เรียกมา แหม่! นึกว่าใครคุณเก่งคนเดิมนั่นเอง มาตรงเวลาเป๊ะ ๆ เหมือนทุกวันเลยนะครับ
“คือไม่ได้กำหนดเรื่องเวลาหรอกครับ เก่งตอบปัดอย่างยิ้ม ๆ ขนาดมาเรื่อยๆแล้วนะเนี๊ยะ”
“เมื่อไหร่จะมีข่าวดีสักทีล่ะครับ เห็นคบกันมาตั้งนาน” รปภ.บุญมีถามเชิงทีเล่นทีจริงกับชายหนุ่มผมยาวตรงหน้า
กับใครหรือครับ  
แม้จะกับใครล่ะครับ รปภ.บุญมีพูดพร้อมกับหรี่ตามองเก่ง เห็นมารับกันทุกวี่ทุกวัน
“อ๋อ นึกว่าใครคงอีกสักพักใหญ่ล่ะครับ ผมยังไม่อยากรีบร้อนนัก” เก่งตอบกลับไปแบบยิ้มเล็กยิ้มน้อยในท่าทางที่เขินอาย
“หรือยังไม่อยากจะมีห่วงกันแน่ครับ” รปภ.หนุ่มยังคงยิงคำถามต่อไปด้วยสายตาที่มองอย่างมีลับลมคมในเล่นเอาคู่สนทนาตรงหน้าถึงขนาดพูดอะไรไม่ออก “เอ้าเชิญขับรถเข้ามาข้างในก่อนครับ ขอโทษด้วยครับที่ชวยซะนานเลย”
เก่งไม่ได้โต้ตอบคำพูดใดกลับไปมีเพียงแต่รอยยิ้มที่เขามอบให้กับชายรปภ.ตรงหน้าซึ่งคนที่รู้จักกันมาจนสนิทและคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่ทุกวัน บางวันเขาก็มีอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากให้กับรปภ.คนนี้ด้วย
พอทำเลจอดรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจเข้าที่ตามจุดที่กำหนดไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เก่งเดินย้อนกลับไปทางประตูที่ผ่านเข้ามาเพื่อนำบัตรประชาชนไปแลกเป็นบัตรผ่านทางเพราะคุยกันเพลินเลยลืมแลกบัตร
“นี่ครับ พี่บุญมี” เก่งยื่นบัตรประชาชนของตนส่งให้รปภ.
“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณเก่งมาทุกวันอยู่แล้วแถมเป็นศิษย์เก่าของที่นี่ด้วยตามสบายครับ”
“รับไว้เถอะครับเหมือนทุกครั้งนั้นแหล่ะ กฎก็ต้องเป็นกฎสิครับ”
 “ได้ครับตามเดิม” รปภ.บุญมีส่งยื่นบัตรผ่านเข้า-ออกให้กับเก่งพร้อมกับยืนตะเบ๊ะให้ด้วย

เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

รอยยิ้ม เก่งรับบัตรพร้อมกับส่งรอยยิ้มและหัวเราะนิด ๆ ส่งแทนกลับไป
เก่งรับบัตรที่แลกมาติดไว้ที่บริเวณแถวคอเสื้อยืดสีดำ จากนั้นเขาจึงออกเดินจากตัวโรงเรียนตรงไปยังสะพานลอยที่อยู่เยื้อง ๆ กับประตูหน้าโรงเรียนที่เขากำลังยืนอยู่ เพราะเห็นว่าโรงเรียนยังไม่เลิกเขาจึงตรงไปยังวัดดอนบอสโกที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเพื่อสวดอธิษฐานเป็นการส่วนตัวระหว่างเขากับชายที่ถูกตรึงอยู่บนไม้กางเขนที่อยู่ตรงกลางข้างในวัด เก่งมักจะทำอย่างนี้เป็นประจำทุกครั้งที่เขามารอรับหญิงสาวผู้เป็นหวานใจ
พอเดินเข้าไปภายเสร็จกิจธุระภายในวัดดอนบอสโกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เก่งก้าวเดินมาที่ประตูทางออกยื่นมือขวาไปจุ่มน้ำเสกทำเครื่องหมายกางเขนพนมมือไหว้พระที่อยู่ตรงกลางห้องแล้วเขาจึงก้าวเดินจากวัดไป เพราะได้เวลาที่เขาต้องพบกับใครบางคนได้แล้ว
ในขณะที่เก่งกำลังเดินมาใกล้ถึงประตูทางออกของบริเวณวัดเสียงใครคนหนึ่งเรียกเข้ามาจากข้างหลัง เก่งหันไปตามเสียงเรียกที่คุ้นเคยนั้นเป็นอย่างดี บาทหลวงศุภโชคผู้เคยทำหน้าที่เป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้กับเก่งสมัยที่เขายังเรียนอยู่ชั้นม.ต้นและเป็นบาทหลวงที่เขาสนิทและคุ้นเคยเป็นอย่างดี
                สวัสดีครับ คุณพ่อศุภโชค เก่งยกมือไหว้พร้อมกับทักทายชายผู้เป็นบาทหลวง ที่ยืนอยู่ตรงหน้า
                สวัสดีเก่ง
                นี่คุณพ่อกลับมาจากต่างประเทศเมื่อไหร่กันครับ
                พ่อกลับมาได้สักประมาณสองสัปดาห์แล้วล่ะเก่ง บาทหลวงทักทายลูกศิษย์คนคุ้นเคยด้วยรอยยิ้มขณะที่ยกฝ่ามือข้างขวาเหมือนเป็นการทักทายเก่งกลับไป
                เห็นว่าคุณพ่อไปประเทศฟิลิปปินส์มา ไปทำอะไรเหรอครับ
                อ๋อ พ่อไปประชุมมาน่ะ
                ไปนานไหมครับ
                ก็เกือบเดือนได้ล่ะนะ เอานี่พ่อมีอะไรมาฝากให้เก่งด้วยนะ ชายผู้เป็นบาทหลวงหยิบไม้กางเขนที่ทำจากไม้ขนาดไม่ใหญ่มากนักจากกระเป๋าเสื้อเชิ๊ตสีฟ้าที่มีแถบสีขาวที่คอปกเสื้อ ส่งให้กับเก่ง เก่งยกมือไหว้ ขอบคุณครับคุณพ่อ พร้อมกับยื่นมือออกไปรับไม้กางเขนด้วยด้วยความยินดี
ของฝากเล็ก ๆ น้อยๆ นะเก่ง
 ครับ คุณพ่อ
๓.บาทหลวงหรือพระสงฆ์ในทางศาสนาคริสต์ ผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการประกาศข่าวดีจากพระคัมภีร์ไบเบิลและให้การอบรมตักเตือนคริสตชนแทนองค์พระเยซูคริสตเจ้า หรืออีกหนึ่งชื่อที่คริสตชนมักจะใช้เรียกกันว่า คุณพ่อ

Rock N’Roll Dream Come Through

                พอเห็นเธอทีไรพ่อมักจะนึกถึงใครอีกคนหนึ่งเสมอเลย ที่หน้าตาละหม้ายคล้ายกับเราบาทหลวงศุภโชคพูดพร้อมกับทำท่าทางครุ่นคิด
แจ็คเหรอเปล่าครับ
                ใช่ ๆ แจ็คหายหน้าหายตาไปเลย ได้ติดต่อกันบ้างไหม
ผมเองก็ไม่ได้พบเจอกับแจ็คมานานหลายปีแล้วเหมือนกัน หลังจากงานศพพ่อเขาเสียไป เวลาไปร้องเพลงกลางคืนในบางที่ผมก็หวังเหมือนกันที่จะได้พบเจอแจ็ค แต่กลับไม่มีวี่แววเลยครับ
                ไม่เป็นไรหรอกเก่ง แจ็คเป็นคนดีพระเจ้าย่อมปกป้องและคุ้มครองอย่างแน่นอนบาทหลวงศุภโชคกล่าวปลอบประโลมเก่งด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น
                ครับคุณพ่อ ผมก็หวังให้เป็นเช่นนั้น และผมเองได้แต่เพียงเฝ้าอธิษฐานให้แจ็คอยู่รอดและปลอดภัย เก่งก้มหน้าก้มตาครุ่นคิดถึงเพื่อนสนิท
                บาทหลวงศุภโชคมองเห็นเก่งดูเงียบไปจึงเปลี่ยนเรื่องในการสนทนา และนี่มารอรับสาวคนเดิมล่ะสิท่า
                ครับ เก่งพูดพร้อมกับยิ้มตอบกลับไป ขณะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองบาทหลวงที่ยืนอยู่ตรงหน้า
                พ่อเห็นเราคบกันมาหลายปีแล้วนะ เมื่อไหร่จะมีข่าวดีล่ะ
                คงอีกสักพักครับ ตอนนี้ผมเพียงแค่ทำงานเก็บเงินอยู่ครับ
                ดีแล้วเป็นลูกผู้ชายมันก็ต้องมีความรับผิดชอบ รู้จักสร้างเนื้อสร้างตัวมีทุกอย่างเมื่อพร้อมพ่อแม่ฝ่ายหญิงเขาจะได้เบาใจ ที่ลูกสาวเขามีคนที่สามารถดูแลได้”
“ครับ คุณพ่อ”
                “ยังไงเดี๋ยวพ่อต้องขอตัวก่อนเพื่อไปเตรียมตัวทำมิสซารอบเย็น ขอพระเจ้าอวยพรให้เราประสบความสำเร็จในสิ่งที่คิดและในสิ่งที่กำลังจะลงมือทำนะเก่ง” บาทหลวงศุภโชคกล่าวร่ำลาและอวยพรให้กับเก่งด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่ยื่นมือขวาออกไปสัมผัสที่ช่วงหัวไหล่ขวาของเก่ง
                “ขอบคุณครับคุณพ่อ” เก่งก้มศรีษะลงพร้อมกับยกมือไหว้รับคำอวยพรจากบาทหลวง
การสนทนาได้สิ้นสุดลงต่างคนต่างเดินไปตามจุดหมายของตน เก่งบ่ายหน้าเดินออกจากประตูวัด เขาเดินไปตามฟุตบาทเพื่อจะเดินตรงกลับไปยังโรงเรียนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ในระหว่างที่เดินอยู่นั้นเขายังคงครุ่นคิดถึงเรื่องของเพื่อนที่ชื่อแจ็คไปด้วย เพื่อนที่เคยเรียนมาด้วยกัน,เคยเที่ยว,เคยเล่นดนตรี,เคยหัวเราะและร้องไห้และอะไรต่างๆ อีกมากมายที่เพื่อนเคยทำมาด้วยกัน และไม่อาจรู้ได้เลยว่าเพื่อนคนที่สนิทที่สุดในตอนนี้จะมีชะตากรรมเป็นเช่นไร เก่งเงยหน้ามองท้องฟ้า
เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

เหมือนเขากำลังจ้องมองหาคำตอบอะไรบางอย่างเผื่อจะมีประโยคใดจากบนนั้นบอกมาให้เขาได้รู้ว่าเพื่อนของเขายังไม่ตาย แต่ท้องฟ้ามันก็ยังคงเป็นอะไรที่ว่างเปล่า แต่ในความรู้สึกลึก ๆ เก่งก็ยังคงหวังว่าเพื่อนของเขาคนนั้นจะกลับคืนมา
เก่งค่อย ๆ สลัดความคิดในเรื่องของเพื่อนคนสนิทที่อยู่ห่างไกล เปลี่ยนมาคิดถึงอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เขากังวลใจอยู่ในตอนนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของหญิงสาวที่คบหากันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายจนถึงตอนนี้ แม้ว่าอาจจะเคยผิดใจกันและแยกทางกันไปในช่วงเวลาหนึ่งที่ต่างคนต่างไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในสถาบันที่ต่างกัน แต่เพราะความที่บ้านอยู่ไม่ไกลกันมากนักการที่ต้องพบเห็นหน้ากันมันก็มีบ้างที่ไปกระตุ้นความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย จากที่เคยเมินเฉยก็หันมาสบตากันบ้างในบางครั้ง สุดท้ายก็กลับมาคบหากันใหม่เพราะน้องสาวของเก่งเป็นคนกลางที่เชื่อมความสัมพันธ์ให้เขาทั้งคู่คืนดีกัน สิ่งที่เก่งครุ่นคิดและหนักใจไม่ใช่ว่าเขากับหญิงสาวจะผิดใจกันอีกหรือไปด้วยกันไม่ได้ในตอนนี้ แต่ปัญหาหนักใจเก่งเป็นที่สุดคงหนีไม่พ้นทางบ้านของฝ่ายหญิงลำพังผู้เป็นแม่นั้นไม่เท่าไหร่เพราะพอจะคุยกับตัวเขาค่อนข้างสนิทและเป็นกันเองและมิได้ตำแหน่งติเตียนอะไรในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ แต่ที่หนักใจก็ตรงที่พ่อของเธอยังไม่ยอมรับในตัวตนของเขาสักเท่าไหร่มันผิดตรงที่งานที่เขาทำเป็นงานที่ต้องหากินในตอนกลางคืนนั่นก็คือการร้องเพลงและอยู่กับวงดนตรีที่เล่นเพลงกันค่อนข้างหนักหน่วง มันเป็นอาชีพที่สุจริตก็จริงในความคิดของเกง แต่ก็ถูกมองว่ามันไม่มั่นคงเป็นเหมือนพวกเต้นกินรำกิน ส่วนโครงการบางอย่างที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้ร่วมกับเพื่อน ๆ ในวงดนตรีของเขานั่นคือการทำผลงานเพลงที่พวกเขาใฝ่ฝันมาด้วยกัน ซึ่งพ่อของฝ่ายหญิงก็ยังไม่รู้เรื่องนี้มีแต่เพียงหญิงสาวเท่านั้นที่รู้ แต่เขาก็กำชับฝ่ายหญิงว่าอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใครเพราะเขาอยากจะทำให้มันเสร็จเป็นผลออกมาเสียก่อน
                ด้วยความที่คิดอะไรเพลินจนลืมนึกไปว่าตอนนี้เขามาหยุดยืนที่ทางเข้าโรงเรียนเสียแล้ว เสียงเรียกของชายรปภ.คนเดิมที่ช่วยปลุกเขาตื่นขึ้นมาจากภวังค์ เหม่อไปถึงไหนแล้วคร๊าบคุณเก่ง เขาไม่ได้โต้ตอบอะไรกับไปตามเสียงนั้นมีเพียงแต่รอยยิ้มที่ให้ไปเป็นการตอบรับเสียงกระเซ้าเย้าแหย่นั้นแทน จากนั้นจึงเดินไปยังที่นั่งที่เขาคุ้นเคยในการมารอรับหญิงสาวคนเดิมที่เคยมารับทุก ๆวัน

ไงจ๊ะ รอนานไหม เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งรูปร่างผอมสูงผิวขาว ผมยาวถึงกลางหลัง สวมเสื้อแขนยาวสีครีมสวมกระโปรงสีน้ำเข้มที่ยาวถึงหัวเข่าเอ่ยถามขึ้นในขณะที่เก่งยังคงนั่งหันหลังอ่านหนังสือที่ถูกวางทิ้งไว้บนม้าหินอ่อนภายในโรงเรียน
รู้ด้วยว่าเป็นใคร เก่งพูดยอกย้อนกับไปหาต้นเสียงที่เดินเข้ามายืนทักทายอยู่ข้างหลัง

Rock N’Roll Dream Come Through

จะไม่รู้ได้ยังไงในโรงเรียนนี้มีผู้ชายเขาตัดผมสั้นกันหมด มีแปลกปลอมอยู่คนเดียวที่ไว้ผมยาว แต่งตัวก็ผิดระเบียบ หญิงสาวผู้มาเยือนยังคงต่อปากต่อคำอย่างไม่ลดละ
                เจอหน้าทีไรโดนแทะทุกทีเลยเราเก่งพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนหันหน้าไปหาเจ้าของเสียงที่อยู่ด้านหลัง
                นี่ไม่ใช่หมานะ เดี๋ยวเถอะ หญิงสาวหน้างอและเริ่มไม่สบอารมณ์กับคำพูดของเขา
โอ๋ ๆๆๆๆ ใจเย็นๆ ขอโทษ ๆๆ อย่างอนไปเลย เดี๋ยวหน้าแก่ก่อนวัยไม่รู้ด้วย เก่งยังคงพูดกระเซ้าเย้าแหย่เพื่อให้หญิงสาวตรงหน้าลดอาการขุ่นเขือง ในขณะที่ลุกขึ้นเดินไปจูงมือเธอนั่งลงที่โต๊ะ
                เก่งนะทุกทีเลยนะ ชอบยั่วโมโหอยู่เรื่อย วัน ๆ รบกับเด็ก ๆ ก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้วยังต้องมารบกับผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักโตอีก หญิงสาวบ่นอย่างน้อยอกน้อยใจขณะเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อน
นี่ดื่มน้ำเย็น ๆ ก่อนจะได้ชื่นใจ จะได้หายกริ้ว นี่ไม่คิดจะเปลี่ยนสีผมบ้างหรือเห็นทำสีทองอยู่เรื่อย
                ขืนเปลี่ยนใครบางคนแถวนี้จะไม่พอใจเอาอีก
                กลัวไม่หลงเสน่ห์ใช่ไหมล่ะ
                คิดยังไงก็เชิญเถอะย่ะ ขี้เกียจต่อปากต่อคำด้วยแล้วรำคาญรู้ไหม
                นี่ไผ่ เก่งมีข่าวดีจะบอกให้เอาไหม
                ไม่เอา ไม่อยากรู้ ไม่อยากฟัง หงุดหงิด ๆ
                เออ ก็ได้จำไว้ไม่พูดแล้ว
                ตัวก็โตขี้น้อยใจชะมัด อ่ะ ๆๆไหนมีเรื่องอะไรจะเล่าให้ฟังหรือ
                เก่งคลายสีหน้าหงุดหงิดลงและเริ่มเล่าเรื่องที่เขาได้รู้มาให้กับใบไผ่ฟัง คืออย่างนี้ มีร้านขายเครื่องดนตรีแห่งหนึ่งเปิดสอนดนตรีด้วยนั้นพี่ปลั๊กเขารู้จักและอยากได้ครูสอนร้องเพลง พี่ปลั๊กก็เลยแนะนำผมให้รู้จักกับเจ้าของร้านขายเครื่องดนตรีอีกที จำพี่ปลั๊กเจ้าของผับที่เก่งไปร้องเพลงอยู่บ่อย ๆ ได้ใช่ไหมไผ่
                จำได้สิพูดแปลก ๆ ทำไมจะจำไม่ได้ก็ไปดูเก่งร้องเพลงที่ร้านพี่เขาอยู่บ่อย ๆ แล้วยังไงต่อล่ะจ๊ะ ไผ่พูดลากเสียงยาวและท่าทางยียวนใส่เก่งอย่างไม่ลดราวาศอก
                ก็ไม่ยังไง ต่อไปก็จะได้เป็นครูกับเขาแล้ว
ใครกันนะช่างตาถั่วจ้างให้ไปสอน ไผ่พูดพร้อมกับยกหลอดกาแฟขึ้นดื่มน้ำในขวดอย่างลอยหน้าลอยตา
 พูดอย่างนี้ เดี๋ยวมีเคือง เก่งพูดสำทับขึ้นด้วยสีหน้าที่เขาเองก็ไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย              

กล้าหรือ
                กล้า จะบอกให้
                จ้า ๆ ยอมก็ได้
กลัวใช่ไหมล่ะ
                เปล่าหรอก เกรงใจสถานที่บ้างว่าที่นี้มันที่ไหน ใบไผ่พูดตัดบทการปะทะคารมณ์ลงแต่ก็ยังพูดต่อไป จะไหวหรือร้องเพลงกลางคืน ช่วยงานทางบ้าน แล้วต้องไปสอนอีก
                ไหวอยู่แล้ว ลูกผู้ชายชื่อเก่งซะอย่าง
                ให้เก่งสมชื่อเถิด อาเมน ว่าแต่ขยันทำงานซะขนาดนี้มิทราบจะเก็บเงินไว้ทำอะไรกันค่ะ
                ไว้ขอสาวคนหนึ่งแต่งงานด้วยคร๊าบ เก่งพูดด้วยน้ำเสียงระรื่นพร้อมกับจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าเขา
ใครเขาจะไปแต่งด้วย มิทราบ ใบไผ่พูดยิ้ม ๆ และหันหน้าไปทางอื่นอย่างเขินอายแต่ก็ซ่อนความรู้สึกเอาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
ได้นั่งรถเมล์กลับบ้านเองแล้วกัน สิ้นคำพูดของเก่งเขาก็ลุกเดินออกไปจากโต๊ะม้าหินอ่อนไปทันทีด้วยสีหน้าบึ้งตึงโดยไม่ได้หันหลังกับมามองคู่สนทนาของเขาอีกเลย
                จ้า ๆ ขอโทษนะ ใบไผ่ร้องตะโกนตามหลังเก่งด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มในขณะที่ลุกเดินตามชายหนุ่มผมยาวไปอย่างติด ๆ
เมื่อคู่หนุ่มสาวปรับความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่างก็ขึ้นนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ออกไปด้วยกันโดยมีเก่งทำหน้าที่เป็นผู้ขับ ส่วนใบไผ่นั้นนั่งซ้อนอยู่เบาะหลัง แต่มิวายยังมีเสียงแซวของรปภ. คนรู้จักขณะที่เก่งขับมอเตอร์ไซค์ผ่านทางออกประตูโรงเรียน เพื่อมุ่งหน้าไปยังที่ที่เขากับหญิงสาวตกลงว่าจะไปที่ไหนกันต่อ










Rock N’Roll Dream Come Through
เก่งใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะขับรถมอเตอร์ไซค์พาใบไผ่ที่นั่งซ้อนท้ายอยู่ข้างหลังฝ่าวิกฤตรถที่ติดกันอยู่อย่างเนืองแน่นบนถนนสายเพชรบุรีตัดใหม่ระหว่างทางเขาชี้ให้ใบไผ่ดูโรงเรียนที่เป็นทั้งสถานที่สอนดนตรีและขายอุปกรณ์เครื่องดนตรีหลากหลายชนิดและยังเปิดให้บริการห้องซ้อมดนตรีสำหรับบรรดานักดนตรีและผู้คนทั่วไปที่อยากจะมาใช้บริการตัวอาคารเป็นตึกลักษณะสามชั้นห้องสองคูหาติดกันมีชื่อร้านว่า “Music Solution” ที่เก่งนั้นจะต้องมาสอนในวันอาทิตย์ช่วงบ่ายซึ่งจะเริ่มในเดือนถัดไป ใบไผ่รับฟังด้วยความรู้สึกที่ยินดีและปลาบปลื้มไปกับชายคนที่เธอหลงใหลและให้ความสำคัญเกินกว่าคำว่าเพื่อนที่ช่างเป็นคนมุ่งมั่นและขยันในการทำงานเป็นอย่างมาก ด้วยความประทับใจจึงทำให้วงแขนข้างขวาของเธอที่โอบรอบเอวเขาอยู่นั้นกระชับมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่ว่าเธอกลัวที่จะตกรถลงไปและอีกอย่างด้านหลังที่เธอนั่งก็มีถังใส่ของสีดำติดอยู่ที่ท้ายรถด้วยจะใช้เป็นที่พิงก็ได้ แต่สิ่งที่เธอทำเป็นเพราะความตื้นตันใจที่ยากเกินจะบรรยายที่เธอมีต่อเขา ในขณะที่เก่งกำลังขับขี่มอเตอร์ไซค์อยู่นั้นเขาสัมผัสได้ถึงกำลังแขนที่โอบรอบเอวอยู่นั้นมันรู้สึกแน่นขึ้นกว่าเดิมและมันก็ทำให้เขารู้สึกดีใจขึ้นมาอีกเป็นกองอดที่จะแอบอมยิ้มอย่างปลื้มปีติเสียมิได้ในขณะที่สองมือประคองรถและสายตาที่มองทอดออกไปยังท้องถนนตรงหน้า
หลังผ่านพ้นมรสุมรถติดมาได้และเมื่อเก่งนำรถมอเตอร์ไซค์เข้าสู่ถนนเส้นทางสายศรีนครินทร์ได้แล้วเขาก็เร่งความเร็วของรถเพิ่มขึ้นเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าที่ตั้งอยู่บนถนนสายนี้เพื่อมายังร้านขายซีดีที่ตัวเขาและใบไผ่มักมาด้วยกันเป็นประจำ
เฮ้อ! เมื่อยจังเลย ไผ่เอยขึ้นขณะก้าวขาลงไปยืนบริเวณที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ที่ทางห้างฯได้จัดเตรียมไว้ และกำลังถอดหมวกกันน็อคออก เก่งหันไปมองและรับหมวกกันน็อคจากมือใบไผ่มาแขวนไว้ที่แฮนด์รถมอเตอร์ไซค์อีกที และตัวเขาเองก็ถอดหมวกกันน็อควางไว้บนฝาถังน้ำมันและใช้สองมือเสยผมที่ยาวทัดหูทั้งสองข้าง
                เอ๋ แปลกแฮะเรากับไม่ยักกะเมื่อยเลย เก่งพูดขณะกำลังล็อคคอรถมอเตอร์ไซค์และลุกขึ้นเดินนำหมวกกันน็อคทั้งสองใบมาเก็บไว้ที่ถังใส่ของท้ายรถมอเตอร์ไซค์
จะเมื่อยได้อย่างไรล่ะไม่ได้นุ่งกระโปรงขับนี่ คนใส่กระโปรงนั่งซ้อนท้ายเขยิบมากก็ไม่ได้ก็ต้องเมื่อยเป็นธรรมดา ใบไผ่ยังคงยืนกรานเถียงพร้อมกับชักสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจคำพูดของชายหนุ่มนัก
นี่ขนาดยังไม่แก่ยังบ่นซะขนาดนี้ แล้วถ้าแก่ตัวไปจะบ่นขนาดไหนนะเนี่ยแค่คิดก็สยอง

เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

น่าดูแล้ว บึ๋ย เก่งพูดพร้อมกับทำท่าสั่นไปทั้งตัว
                ใบไผ่ไม่ได้โต้ตอบอะไรกับไปได้แต่ส่งสายตามองค้อนให้เก่งแล้วจึงสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง แต่ในส่วนลึก ๆ เธอพึ่งพอใจที่ได้นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์มากับเก่ง ถ้าไม่ใช่เขาเธอก็ไม่มีทางนั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ใครง่าย ๆ ในทางตรงกันข้ามเก่งกับทำหน้าระรื่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สักพักเขาก็เดินเข้ามาหาใบไผ่พร้อมกับจับมือของเธอเบา ๆ และเอียงศีรษะโขกหัวเธอนิดนึงเพราะเขาตัวสูงกว่าเพื่อให้ใบไผ่หายงอน ใบไผ่เองก็มักจะโอนอ่อนลงกับท่าทางที่ดูเหมือนเอาอกเอาใจของเก่งที่คล้ายกับลูกแมวที่เข้ามาเคล้าคลอเคลีย จากสีหน้าที่ดูบึ่งตึงกับเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เธอหันกับมามองหน้าเขาที่ยังคงยืนยิ้มแบบทะเล้น ๆ ด้วยความเขินอายเธอจึงเอียงใบหน้าหลบสายตา จากนั้นเก่งจึงจูงมือพาใบไผ่เดินเคียงข้างกันเข้าไปในตัวห้างฯ ที่เขาและเธอมาถึง
ช่วงที่ทั้งคู่ต่างแยกกันไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ แต่ผู้ชายมักทำอะไรว่องไวกว่าผู้หญิง เก่งจึงเป็นฝ่ายออกมายืนรอใบไผ่อยู่ตรงบริเวณด้านนอกเยื้อง ๆ ตรงทางเข้าห้องน้ำไม่ไกลนัก สองตาของเขายังคงเฝ้ามองการมาออกมาจากห้องน้ำของใบไผ่ โดยที่สองมือยังคงไขว้หลังเหมือนแอบซ่อนอะไรบ้างอย่างเอาไว้
ใบไผ่เดินออกมาจากห้องน้ำหญิงเห็นเก่งยืนรออยู่ เธอส่งยิ้มน้อย ๆ ให้เขาแล้วจึงเดินตรงเข้าไปหา ขณะที่เธอเดินใกล้เข้ามาถึงเก่งยกสองมือที่ไขว้หลังออกมาพร้อมกับส่งกล่องใส ๆ รูปหัวใจที่มีดอกกุหลาบสีขาวเพียงดอกเดียวที่ทำด้วยพลาสติกอยู่ภายในกล่อง ส่งยื่นให้กับใบไผ่ สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับผม เก่งพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้กับหญิงสาวตรงหน้า
ใบไผ่ยื่นมือออกไปรับของขวัญวันวาเลนไทน์มาจากมือเก่งด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มพร้อมกับกล่าวขอบคุณ ในขณะที่สองสายตากำลังพิจารณาสิ่งของนั้นอยู่สักพักจากนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้นมองเขา ส่วนไผ่น่ะไม่มีอะไรให้หรอกนะ แบร์ ใบไผ่พูดพร้อมกับแลบลิ้นให้เขาแล้วจากนั้นจึงหันหลังให้เก่งด้วยความเขินอายและด้วยความปลื้มใจ  แม้เหตุการณ์นี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามอบของขวัญวันวาเลนไทน์ให้กับเธอ แต่เขามักจะทำอย่างนี้เป็นประจำทุกปีเสมอ ๆ ถึงปากเขาจะพูดและแสดงความคิดเห็นอะไรต่าง ๆ นานา เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์แต่ก็มักจะมีอะไรมาให้เสมอ ใบไผ่เก็บเจ้ากล่องรูปหัวใจนั้นเข้าไปในกระเป๋าที่สะพายไว้ข้างแขนที่ผู้หญิงมักจะชอบใช้กัน
                เขิน ใช่ไหม เก่งเดินเข้าไปยืนพูดกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูของใบไผ่ โดยที่ใบไผ่ยังคงยืนยิ้มก้มหน้าก้มตาโดยไม่กล้าสบตาเขาเลยสักนิดเดียว
                บทเขินอายก็ดูน่ารักดี แต่บทเป็นงอนนี่สิอย่างกับ…”
                ใบไผ่เงยหน้าขึ้นนิดนึงและพูดกับเขา แล้วแต่จะพูดเถอะย่ะ พร้อมกับแสดงสีหน้าเฉยเมยและท่าทางที่ดูนิ่ง ๆ พร้อมกับก้าวเท้าเดินจากไป โดยทิ้งเก่งให้ยืนอยู่ที่เดิมเพียงลำพัง แต่เธอก็เบน
Rock N’Roll Dream Come Through

สายตาหันมาช่ำเลืองมองเขานิด ๆ ในขณะที่เก่งยังยืนยิ้มและส่ายหน้าไปมา จากนั้นจึงเดินตามเข้าไปประกบด้านข้างของใบไผ่เดินเคียงข้างมองโน้นมองนี่ภายในห้างฯ กันไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีใครเขาแอบช่ำเลืองมองเขาอยู่เรื่อย ๆ
เปิดร้านเหรอยังน่า พี่แว่น เก่งเอ่ยขึ้นขณะมองไปยังร้าน ‘House Of  CD’  ที่เปิดบริการอยู่ชั้น 3 ของห้างฯ ร้านแห่งนี้จะขายซีดีเพลงหลากหลายแนวเพลง มีให้เลือกทั้งในแบบมือหนึ่งที่ยังซีลซองพลาสติกจากโรงงานและในแบบมือสองที่มีผู้ฟังที่เบื่อแล้วหรือไม่อยากเก็บผลงานนั้นเอาไว้ก็จะนำมาฝากขายกับทางร้านอีกที เก่งและใบไผ่ต่างก็เป็นลูกค้าขาประจำกับทางร้านและมักจะแวะเวียนมาดูมาชมและหาซื้อผลงานเพลงที่ตนต้องการกลับไปฟังหรือไม่บางทีก็ซื้อไปฝากคนที่รู้จักกันที่ฝากมาดูผลงานที่เขาเหล่านั้นตามหาบางผลงานกันอยู่ แต่บางทีไม่รู้จะไปดูที่ไหนชายหญิงคู่นี้มักจะรับอาสามาดูผลงานนั้นให้อยู่เป็นประจำและทางเจ้าของร้านเองได้โทรฯ ติดต่อเก่งให้มาดูซีดี เพลงที่เขากำลังตามหาอยู่ให้มาดูสภาพว่าเป็นที่พอใจไหมในความเป็นสินค้ามือสอง เมื่อคู่หนุ่มสาวเดินมาใกล้ถึงร้าน ชายเจ้าของร้านเชื้อสายจีนสวมแว่นสายตาทรงกลมตัดผมรองทรงสูงเห็นเข้าจึงเอ่ยทักขึ้นก่อนที่เก่งกับใบไผ่จะเดินมาถึงร้านของตน
หวัดดี เก่ง ไผ่
คู่หนุ่มสาวยกมือไหว้ขณะที่กำลังเดินเข้าไปหาเจ้าของร้าน สวัสดีครับ/ค่ะทั้งคู่เอ่ยคำทักทายเจ้าของร้านพร้อม ๆ กัน เหมือนนัดกันไว้จากนั้นจึงเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าร้าน
ควงคู่กันมาเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง เจ้าของร้านยังคงพูดแซวเล่นด้วยรอยยิ้มให้กับคู่หนุ่มสาวตรงหน้าอย่างคุ้นเคย
อยากเปลี่ยนเหมือนกันครับพี่ แต่ยังไม่เจอที่ถูกใจ เก่งพูดออกไปในลักษณะทีเล่นทีจริงโดยที่ไม่ได้ยั้งคิดเลยสักนิด สักพักก็มีอะไรบางอย่างกระทบลงที่เท้าของเขาอย่างแรง ทำให้เขาถึงกับต้องออกมาร้องอย่างเสียงดัง โอ๊ย!”
                เป็นอะไรไปเหรอ เจ้าของร้านถามเก่งด้วยสีหน้าตื่น ๆ
                อะไรไม่รู้หล่นมาทับเท้าของผม เจ็บชะมัดเลยพี่เก่งพูดจบก็ก้มลงไปเอาสองมือลูบเท้าของตัวเองไปมาปากก็ยังพูดปรารภออกไป ขนาดใส่รองเท้าผ้าใบนะเนี่ยยังเจ็บซะขนาดนี้ ถ้าเป็นรองเท้าฟองน้ำจะเป็นอย่างไงบ้างเนี่ยะ
ชายผู้เป็นเจ้าของร้านรีบชะโงกหน้าออกไปดูเผื่อกล่องที่ใส่ซีดีที่วางอยู่หน้าร้านบางส่วนจะหล่นลงไปทับที่เท้าของเขา ก็ไม่เห็นมีอะไรหล่นลงไปทับนี่นะ พูดจบชายผู้เป็นเจ้าของร้านก็เงยหน้าขึ้นมาก็เอะใจได้ทันทีที่เห็นสีหน้าของหญิงสาวที่มาด้วยนั้นดูไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่              ในขณะที่ใบไผ่ยังคงก้มหน้าก้มตาเลือกซีดีที่วางเรียงเป็นแถวอยู่ในกล่องที่ทำการแยกประเภทแนวดนตรีอยู่ตรงหน้าร้าน ส่วนหนึ่งในความคิดของเจ้าของร้านนั้นเลิกสืบไปได้เลยว่าคน
เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

ที่ทำเก่งนั้นเป็นฝีมือไม่ใช่สิเป็นฝีเท้าของใคร เจ้าของร้านทำได้เพียงยืนหัวเราะในลำคอ แต่ตาก็ยังคงมองเก่งด้วยความเวทนา
ด้วยความไม่พอใจในคำพูดของเก่ง ใบไผ่จึงได้สั่งสอนเขานิดหน่อยไม่รู้ว่านิดหรือเปล่ากับคำพูดของเขาที่พูดเมื่อกี้นี้คิดดูกันเอาเองแล้วกันว่าปลายรองเท้าส้นสูงที่เหยียบลงไปสุดแรงเกิดเพราะความโมโหผู้ถูกกระทำจะตกอยู่ในอาการเช่นไร ใบไผ่ยังคงแสดงท่าทางเฉยเมยไม่สนใจคนข้าง ๆ เลยสักนิดว่าจะเป็นอย่างไร ในขณะที่เธอยังคงเลือกดูแผ่นซีดีแนวเพลงแจ๊สที่วางเรียงซ้อนกันอยู่เป็นแถวในกล่องที่ทางร้านได้ทำการจัดเรียงไว้ตามหมวดอักษรภาษาอังกฤษ
ขนาดแค่คบกันยังขนาดนี้ ถ้าแต่งงานกันไปสังสัย เจ้าของร้านยังคงพูดหยอกล้อขณะที่มองไปยังที่เก่งเอาสองมือลูบเท้าไปมา
                สงสัยอะไร พี่ เก่งถามกับไปพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของร้านทันที
                ลูกถ้าจะดก สิ้นเสียงเจ้าของร้านเก่งก็หัวเราะก๊ากออกมาอย่างลืมอาการเจ็บที่ปลายเท้าพร้อมกับลุกขึ้นยืนยิ้มให้กับเจ้าของร้าน เจ้าของร้านก็ยิ้มตอบกลับให้เขาด้วยเช่นกัน
                พี่ช่างพูดถูกใจผมจริง ๆ เก่งพูดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง
เกิดอาการกระตุกนิด ๆ ที่ตัวใบไผ่และยังคงก้มหน้าก้มตาด้วยความเขินอายใช้นิ้วมือไล่แผ่นซีดีที่อยู่ตรงหน้าอย่างเร็วขึ้นกว่าเดิม ทั้งที่ใบหน้าของเธอนั้นดูแดงระเรื่อยิ่งนัก
นี่น้องไผ่ ไม่ลองพิจารณาดูทีละอัลบั้มก่อนเหรอครับ ว่าอัลบั้มไหนหน้าสนใจเล่นเลือกซะเร็วอย่างนั้น เจ้าของร้านถามแบบยิ้ม ๆ ไปทางใบไผ่
ก็พี่แว่นน่ะ พูดอะไรกันก็ไม่รู้ ใบไผ่พูดขึ้นด้วยท่าทีที่เขินอาย
อย่าไปถือสาเลยพี่ คนไม่ยอมรับความจริง  เก่งก็พูดสำทับตามเจ้าของร้านอย่างสนุกปากเพราะเห็นว่าบรรยากาศเริ่มเป็นของเขาแล้ว
ใบไผ่หันขวับไปทางเก่งโดยที่ไม่พูดอะไรเพียงแค่ใช้สายตาสยบเจ้าลิงทโมนที่มากับเธอ ถึงขนาดทำให้เก่งต้องเปลี่ยนเรื่องคุยทันทีเมื่อเจอสายตาพิฆาตคู่นั้น มิฉะนั้นเหตุการณ์สยองขวัญบางอย่างอาจจะเกิดขึ้นกับเขาอีกแน่ ๆ
ไหนครับพี่อัลบั้มของ Bon Jovi ที่คุยกันไว้
นี่ไงชุด Slippery When Wet สภาพเป็นยังไงบ้าง เจ้าของร้านพูดพร้อมกับหยิบแผ่นซีดีในสภาพที่ใส่ซองพลาสติกที่พอจะแกะออกดูได้เพราะมันเป็นของมือสองส่งยื่นให้เก่ง แผ่นอเมริกาเชียวนะ
ยังแล่มอยู่เลยพี่ ขอลองฟังหน่อยครับ
ได้อยู่แล้ว เอ้อ! แผ่นที่ให้พี่หาให้อีกวงหนึ่งชื่ออะไรนะ พี่ลืมไปแล้วว่าจะถามเก่งดูอีกที อะไรเปอร์ๆ
Rock N’Roll Dream Come Through

 อ๋อ Stryper๔ ครับพี่
เออ ใช่ ๆ หายากมากยอมรับ วันนั้นลองถามลูกค้าดูและทางเพื่อนๆพี่แล้ว พวกเขาก็ไม่ค่อยรู้จักเหมือนกัน
เข้าใจครับ เพราะวงที่เล่นในแบบแฮร์ เมทัลมีเยอะมาก มีทั้งวงที่ดังและวงที่ไม่ค่อยดังเท่าไหร่ ในบ้านเราส่วนใหญ่จะรู้จักแต่วงที่ดัง ๆ เพราะค่ายเพลงเห็นว่าคนฟังรู้จักและสนใจถึงจะผลิตออกมา อีกอย่างถ้าไม่อยู่ในสังกัดใหญ่ ๆ ทางบ้านเขาด้วยแล้ว ค่ายเพลงในบ้านเราก็คงไม่ทำออกมาเพราะอาจจะขายไม่คุ้มทุน ยิ่งประเภทพวกวงที่ทำงานกันเองขายเองหรืออยู่ในสังกัดเล็ก ๆ อันนั้นก็คงยากที่จะเห็นผลงานของวงนั้น ๆในบ้านเรา มีทางเดียวคงต้องสั่งซื้อโดยตรงผ่านทางเว็บไซค์ของสังกัดนั้นอีกทีราคาก็คงจะแพงน่าดูชม และที่ผมอยากซื้อเก็บไว้เพราะวงนี้เนื้อหาของบทเพลงจะพูดถึงพระผู้เป็นเจ้าในทางที่ดี ส่วนในเรื่องบทเพลงรัก ๆ ก็ทำได้อย่างหวานซึ้ง
อืม เพราะอย่างนี้นี่เอง และอ้ออีกอย่างเห็นเก่งก็นับถือศาสนาคริสต์ด้วยนี่เน๊อะ
ดนตรีมันก็เก่ามากแล้ว คนเรายังคร่ำครึฟังอยู่ได้ น่าจะฟังอะไรที่สบาย ๆ แบบพวกเพลงแจ๊สดีกว่าความนิยมไม่เคยตกรุ่นหาฟังก็ง่ายแถมหาซื้อก็สะดวก ใบไผ่พูดแทรกขึ้นเพื่อต้องการที่จะประชดประชันเก่ง ในขณะที่สองมือเธอก็หยิบแผ่นซีดีแนวเพลงแจ๊สของวงหนึ่งขึ้นมาพิจารณาดูหน้าปกโดยที่ไม่ได้หันไปมองทางเก่ง
เขาเรียกว่าอนุรักษ์ไว้ ของมันหายาก ไผ่เองก็เคยฟังแถมยังบอกว่าชอบเพลงช้าของวงนี้มากไม่ใช่เหรอ  เก่งพูดโต้ตอบกับไปขณะที่หันไปมองหน้าใบไผ่ และไผ่เองก็หันมามองหน้าเขาทันทีขณะที่สิ้นเสียงของเก่ง
เจ้าของร้านเห็นสถานการณ์ชักไม่สู้ดีและก่อนที่สงครามย่อม ๆ จะเกิดขึ้นจนบานปลายยากแก่การที่จะควบคุมและอาจจะทำให้ร้านของตนเหลือเพียงแค่ชื่อให้คนจดจำ เจ้าของร้านจึงได้หาเรื่องคุยขึ้นใหม่
เอาน่า ๆ จะดนตรีอะไรก็ช่างเถอะ ฟังแล้วรู้สึกชอบก็ฟัง ๆ กันไปเพราะแต่ละแนวดนตรีก็ย่อมที่จะมีแนวทางในตัวของมันเอง ในขณะที่คนทั้งสองยังคงยืนจ้องหน้ากันอยู่ เกือบลืมนี่เก่งผลงานของ Shania Twin ที่สั่งไว้อีกแผ่นแต่พี่ได้เป็นงานรวมฮิตนะ


.STRYPER เป็นคำที่อยู่ในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมหรืออีกชื่อที่ใช่เรียกว่า Old Testament ในบทของอิสยาห์ บทที่ 53 ข้อที่ 5 Salvation Through Redemtion Yielding Peace Encouragement  (and) Righteousness : การพิทักษ์ดวงวิญญาณด้วยการไถ่บาป การปฎิบัติตามคำสอน สันติภาพ การช่วยเหลือผู้อื่น (และ) ความเที่ยงธรรม อ้างอิงจากนิตยสาร Metal Mag Issue 9


เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

เก่งลดอารมณ์ที่ตึงเครียดลงหันมาพูดคุยกับเจ้าของร้านต่อไปด้วยอารมณ์ที่เป็นปกติ ไม่เป็นไรครับพี่ น้องสาวผมไม่ซีเรียส อัลบั้มอะไรก็ได้ส่วนทางใบไผ่เองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อสักพักจึงหันกลับไปเลือกดูแผ่นซีดีตรงหน้าด้วยท่าทีที่เรียบเฉยโดยปล่อยให้ชายหนุ่มทั้งสองคนพูดคุยกันเองต่อไป สักพักใบไผ่ก็หันมาพูดกับเก่งด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเหมือนเป็นเชิงง้อเขาไปในตัว ก้อยให้หางานของศิลปินคนนี้หรือ
ใช่ เห็นบอกว่าฟังมาจากวิทยุชอบน้ำเสียงของนักร้องคนนี้ ก็เลยฝากให้หางานของศิลปินคนนี้ให้หน่อยก็เลยลองโทร. มาคุยกับพี่แว่นดู พี่แกก็เลยหามาให้ เก่งพูด
เจ้าของร้านมองหนุ่มสาวคู่นี้ด้วยท่าทีที่ดูเงียบ ๆ มีเพียงความคิดที่งุนงงนิด ๆ เพราะเห็นว่าบทคุยกันดี ๆ ก็คุยกันได้ แต่เพียงเพราะว่าเจ้าเก่งมันชอบยั่วประสาทล่ะมั้งใบไผ่ถึงได้โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงก็สมควรแล้วที่โดนดีไป
พี่แว่นขอลองฟังหน่อยนะค่ะ ฟังร็อคมาก ๆ มันหนวกหู ใบไผ่พูดแกมหยอกกับเก่งก็จริง แต่ตัวเธอเองก็ชอบฟังดนตรีพวกแฮร์แบนด์เหมือนกันตรงที่เพลงช้าทำออกมาได้ไพเราะดี
เจ้าของร้านไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ส่งยิ้มและผงกศรีษะให้กับใบไผ่ จากนั้นจึงหยิบกล่องซีดี ของศิลปินที่ชื่อ Shania Twin ขึ้นมาเปิดฝากล่องออกจากนั้นจึงนำแผ่นซีดีใส่เข้าไปในเครื่องเล่นอีกที
ขณะที่เครื่องเล่นบรรเลงเพลงอยู่นั้นใบไผ่ก็มีคำถามเกิดขึ้นทันที จังหวะดนตรีแบบนี้จัดว่าเป็นแนวยังไงหรือค่ะ
                เก่งอธิบายสิ เจ้าของร้านยกหน้าที่ให้เก่งเป็นคนพูดแทน
จัดเป็นประเภทแนวเพลง County Pop และมีความเป็น Rock ผสมอยู่บ้างนิด ๆ และเพลงที่พี่แว่นเปิดอยู่นี้คือเพลง UP ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในอเมริกาและบ้านเรา ส่วนเพลงช้าหวานซึ้งต้องยกให้เพลงนี้เลย สักพักเก่งหยิบกล่องซีดีขึ้นมาผลิกไปทางด้านหลังเพื่อต้องการที่จะดูรายชื่อเพลงที่เขาต้องการจะบอกกับใบไผ่เมื่อเห็นชื่อเพลงที่หาเจอแล้วเขาจึงพูดต่อไป “From This Moment และ You’re Still The One จ้า
                รู้เยอะจริ๊ง ไผ่พูดกระเซ้าขึ้น
                อ่านมาจากนิตยสารดนตรีอีกทีครับผม เก่งตอบใบไผ่ด้วยสีหน้าและท่าทีที่กระหยิ่มยิ้มย่อง




Rock N’Roll Dream Come Through
หลังจากได้ซีดีเพลงที่ต่างฝ่ายต่างต้องการแล้ว เก่งกับใบไผ่ก็ได้ร่ำลาพี่แว่นเจ้าของร้านไปหาอะไรกินกันต่อด้วยความหิวถือเป็นการกินอาหารมื้อเย็นกันไปในตัวด้วยเลย เพราะถ้าจะหิ้วท้องกลับไปหาอะไรกินที่บ้านนั้นคงไม่ไหวแน่ ๆ เพราะต่างฝ่ายต่างก็หมดพลังงานไปกับเรื่องจิปาถะและวีรกรรมที่เขาและเธอต่างแสดงต่อกันและกัน บางครั้งเขาและเธอก็พากันไปนั่งกินอาหารในบริเวณที่ทางห้างฯ จัดให้บริการหรือไม่บางครั้งก็จะพากันเดินออกไปหาดูร้านอาหารตามสั่งที่อยู่บริเวณหน้าศูนย์การค้าขึ้นอยู่ที่ว่าสาวเจ้าอยากจะกินอะไรซึ่งตัวเก่งเองไม่มีปัญหาเพราะเขาเป็นคนที่กินง่ายไม่เรื่องมากมักจะตามใจใบไผ่อยู่เสมอ
                เมื่ออิ่มกับอาหารที่อยู่ตรงหน้าแล้ว เก่งก็พาใบไผ่กลับไปส่งที่บ้าน ซึ่งบ้านของใบไผ่และเก่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน แต่บ้านของใบไผ่จะถึงก่อนเก่งเพราะอยู่เลยปากทางเข้าหมู่บ้านไม่ไกลนัก บ้านของใบไผ่เป็นลักษณะตัวบ้านสองชั้นคล้ายกับเก่ง ส่วนด้านล่างของตัวบ้านจะเปิดเป็นร้านขายของสะดวกซื้อเพื่อขายคนภายในหมู่บ้านและผู้คนที่สัญจรไปมา
เก่งนำรถมอเตอร์ไซค์จอดเยื้องบริเวณหน้าร้านของใบไผ่พอประมาณ ซึ่งภายในร้านมีพ่อแม่ของใบไผ่นั่งดูข่าวทางโทรทัศน์และพูดโต้เถียงกันไปมาอยู่ภายในร้าน เมื่อได้ยินเสียงรถมอเตอร์มาจอดที่หน้าร้านต่างฝ่ายต่างหันไปมองว่ามีใครมาที่ร้าน ใบไผ่เดินนำเก่งเข้ามาก่อนกล่าวทักทายพ่อแม่ด้วยสุ่มเสียงที่ใสกังวานแทบทุกครั้งที่พบหน้าคนทั้งสอง กลับมาแล้วค่ะ ป๊าม๊า
พ่อแม่ของใบไผ่เห็นลูกสาวของตนกลับมาบ้านต่างก็ดีใจ พ่อของเธอลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานกล่าวทักลูกสาวเพียงคนเดียวของเขาในขณะที่ผู้เป็นแม่ก็นั่งมองหน้าลูกสาวด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข
ว่าไง หิวไหมลูกผู้เป็นพ่อกล่าวถามขึ้นทันที
ไม่หิวหรอกจ๊ะ ป๊าเพราะหนูพึ่งจะกินอะไรมาบ้างแล้วก่อนจะกลับมาบ้าน
สองพ่อลูกมักจะทักทายกันอย่างนี้เป็นประจำทุกครั้งที่ไผ่กลับมาถึงบ้าน แม้ว่าลูกสาวของตนจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม ด้วยความประสาคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็มีบ้างที่ยังคงต้องห่วงใยใส่ใจกันเป็นธรรมดาเหมือนกับว่าลูกยังคงเป็นเด็กเล็ก ๆ ในสายตาอยู่เสมอ
ทำไมถึงต้องไปกินอะไรนอกบ้านอยู่เรื่อยเลยก็ไม่รู้ สู้กลับมาบ้านก็มีอะไรให้กินเยอะแยะไป ไม่เห็นต้องไปสิ้นเปลื้องโดยใช่เหตุเลย
นี่ป๊า ลูกมันก็ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันครั้นหิวก็ให้หาอะไรกินมาเองเถอะน่า กว่าจะหิ้วท้อง

เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

กลับมาถึงบ้าน เป็นลมตายกันพอดี แม่ของใบไผ่หันมาพูดสำทับกับพ่อของใบไผ่
ม๊าก็ ป๊าเองก็แค่อยากให้ลูกมันรู้จักประหยัด จะได้รู้จักเก็บเงินเก็บทองไว้ใช้เผื่อในภายภาคหน้าไม่มีเราสองคนอยู่ด้วยแล้วลูกมันจะได้ไม่ลำบาก
ไม่ต้องไปห่วงลูกมันหรอก มันเอาตัวเองรอดได้อยู่แล้ว และอีกอย่างก็มีผู้ชายดี ๆ คนนึงเขาคอยดูแลอยู่แล้วด้วยก็หน้าที่จะอุ่นใจได้น่า
สิ้นเสียงของแม่ใบไผ่เก่งก็เดินเข้ามาภายในร้านพอดี พ่อแม่ของใบไผ่ต่างหันไปมองเก่งพร้อมกัน เก่งยกมือไหว้พ่อกับแม่ของใบไผ่เป็นประจำทุกครั้งที่เขามาส่งใบไผ่กลับถึงบ้าน
พากันไปอดตายสิไม่ว่าพ่อของใบไผ่พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนไม่ค่อยพอใจนัก ที่เห็นหน้าเก่ง เพราะเดิมทีพ่อของใบไผ่ก็ไม่ค่อยชอบเก่งเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันรู้แต่เพียงว่าไม่ต้องการให้ลูกสาวไปคบค้าสมาคมกับคนคนนี้เลย แม้จะเคยเห็นกันมาตั้งแต่เล็กจนโต พ่อของใบไผ่ก็ยังไม่รู้สึกถูกโฉลกด้วยอยู่ดีแถมพื้นเพเก่งนั้นมีความเป็นมายังไงก็ไม่รู้ ถึงจะรู้จักคุ้นเคยกับคนที่บ้านของเก่งเป็นอย่างดีก็เถอะ และอีกอย่างงานที่เก่งทำนั้นยิ่งทำให้พ่อของใบไผ่รับไม่ได้อยู่ดีมองเหมือนพวกไม่มีอนาคตไว้ผมก็ยาวรกรุงรัง ครั้นจะห้ามลูกสาวไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวแต่แม่ของใบไผ่ก็เหมือนกับช่วยยุยงส่งเสริมด้วยอีก คนเป็นพ่อบางทีก็พูดอะไรไม่ค่อยออกเหมือนกัน
ได้ยินดังนั้นเก่งเองก็รู้สึกไม่ค่อยดีนัก เขาทำได้เพียงแต่ยืนก้มหน้ามองพื้นด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย ซึ่งตรงกันข้ามกับพ่อของใบไผ่ที่มองเขาด้วยสีหน้าที่ขุนเคือง สักพักพ่อของใบไผ่จึงเดินออกไปทางหลังร้านอย่างไม่สนใจว่าคนภายในร้านจะมองและคิดอย่างไรกับการกระทำของตน ใบไผ่เองก็รู้ความจริงในเรื่องของเก่งด้วยเช่นกันว่าเขามีความเป็นมาอย่างไรด้วยความห่วงใยจึงเขยิบเดินเข้ามาใกล้เก่งยื่นมือออกไปสัมผัสกับปลายนิ้วมือของเก่งเพื่อเป็นการให้กำลังใจ เก่งสัมผัสได้ถึงมือที่อ่อนนุ่มของใบไผ่ ทำให้เขามีกำลังใจเพิ่มขึ้นและค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามองไผ่ที่กำลังยืนยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
ถึงแม่ของไผ่จะเห็นใจเก่งแต่ก็ใช่ว่าจะไม่หวงลูกสาว เธอจึงกระแอมกระไอขึ้นเพื่อเป็นการเตือนทั้งสองคน ใบไผ่จึงปล่อยมือเก่งออกด้วยสีหน้าที่เขินอายนิด ๆ ส่วนเก่งเองก็ทำได้เพียงแต่ยืนยิ้มอย่างเก้อเขิน
นี่เก่ง อยากจะกินน้ำอะไรในตู้เย็นหรือขนุกขนมนมเนย ก็หยิบกินได้ตามใจชอบเลยนะ หรือจะอยู่คุยกันไปก่อนก็ตามใจ เดี๋ยวน้าขอตัวก่อน
                ขอบคุณครับ น้าทิพย์ เก่งพูดพร้อมกับก้มหัวยกมือไหว้แม่ของใบไผ่ แม่ของใบไผ่ยิ้มให้เก่งแล้วจึงเดินเข้าไปด้านหลังร้านเพื่อไปดูพ่อของใบไผ่
                อย่าคิดมากไปเลยนะ เก่ง ใบไผ่หันมาพูดกับเก่งที่ยังยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ห่วงใย
                Rock N’Roll Dream Come Through

ไม่หรอกจ๊ะ ชินซะแล้วล่ะ เก่งพูดขึ้นเพื่อให้ใบไผ่สบายใจและจึงพูดต่อไปด้วยท่าทีที่ดูมุ่งมั่นและเอาจริงเอาจังพร้อมกับกำหมัดขวาชูขึ้น ในเมื่อเข้าถ้ำเสือแล้ว ก็ต้องจับลูกเสือไปให้ได้ คอยดูสิ ฮึ!”
                เอ้า นี่มาว่าพ่อคนอื่นเขาเป็นเสือได้ยังไง จะฟ้องป๊าให้คอยดู ใบไผ่พูดจบก็หันหน้าหนีเก่งเตรียมจะเดินเข้าไปด้านหลังร้าน แต่ก็มีมือหนึ่งมาจับที่ท่อนแขนของเธอเหนี่ยวรั้งเอาไว้ไม่ให้จากไป ใบไผ่หันกลับมามองตามแรงดึงของมือนั้น
                ล้อเล่นจ้า เหมือนกันเล้ยพ่อลูกคู่นี้
                ใบไผ่ยิ้มให้เก่งนิดนึงกับสีหน้าทะเล้น ๆ และคำพูดที่เขาพูดขึ้นใบไผ่จึงสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด พร้อมกับเปลี่ยนสีหน้าและคำพูดที่ดูจริงจังขึ้น คิดจะแตะอั๋งกันอีกนานไหมนายเก่ง
                เก่งได้ยินดังนั้นจึงรีบปล่อยมือจากแขนของใบไผ่ด้วยสีหน้าตื่น ๆ หิวน้ำจังกินน้ำอะไรดีนะ เก่งเปลี่ยนเรื่องคุยพร้อมกับเดินไปที่ตู้เครื่องทำความเย็นที่ตั้งอยู่เยื้องจากทางเข้าร้านมานิดนึง เพื่อเลือกหาน้ำสักขวด จะรับน้ำอะไรดีครับ คุณผู้หญิง เก่นหันมาพูดกับหญิงสาวที่เดินตามมายืนอยู่ข้าง ๆ
                ขอน้ำซ่าๆ เย็นๆ แรงๆ สักขวดสิพ่อหนุ่ม ใบไผ่พูดพร้อมกับวางท่าเหมือนกับคุณหญิงคุณนายมาสั่งซื้อของจากชายหนุ่มที่กำลังเปิดตู้เครื่องทำความเย็นเพื่อให้หยิบน้ำขวดมาให้
                เอ้านี่ ครับคุณผู้หญิง เก่งหยิบขวดโซดายื่นส่งให้กับใบไผ่
                นี่ใครเขากินโซดากันเปล่า ๆ กันห่าใบไผ่พูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ดุดันใส่เก่งทันทีที่เห็นการกระทำที่พิเรนทร์ ๆ นั้น
                ล้อเล้นจ้า เก่งพูดขึ้นด้วยเสียงที่ดูเว้าวอนเหมือนกับจะขอความเห็นใจจากคู่สนทนาของตนในขณะที่ในมือยังถือขวดโซดาที่ยังไม่ได้เปิด

เก่งส่งใบไผ่กลับถึงบ้านและอยู่พูดคุยด้วยสักพักเขาก็ขอตัวลากลับบ้านของตนเพื่อกลับไปช่วยงานแม่ที่บ้าน เมื่อกลับมาถึงบ้านร้านค้าย่อม ๆ ก็ได้ทำการปิดตัวลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เก่งจอดมอเตอร์ไซค์เดินลงไปเปิดประตูบ้านและจากนั้นก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดในบริเวณบ้าน พอปิดประตูบ้านเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินหิ้วของที่ซื้อมาเข้าไปภายในบ้านเพื่อไปช่วยแม่ทำงานบ้านต่าง ๆ นา ๆ เท่าที่แม่จะใช้ให้เขาทำทั้งในเรื่องของงานบ้านจิปาถะหรือไม่ก็ให้จัดเตรียมข้าวของที่จะใช้ในการค้าขายก๋วยเตี๋ยวในวันถัดไป เขาทำเช่นนี้อยู่เป็นประจำทุกครั้งจนเหมือนกับว่ามันเป็นงานประจำอีกอย่างหนึ่งที่เขาไม่เคยพลาด
ภารกิจที่แม่มอบหมายให้เก่งทำเสร็จสิ้นแล้ว เขาก็จะขอปลีกตัวขึ้นไปที่ห้องนอนของตน

เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

เพื่อทำงานส่วนตัวของเขา ในขณะที่กำลังง่วนอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับการทำทำนองเพลงที่เขากำลังแต่งอยู่สักพักความเงียบในโลกส่วนตัวก็ได้ถูกทำลายลงด้วยฝีมือของใครสักคนที่พักอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันกับเขา
ทำอะไรอยู่น่ะ แอบดูหนังลามกอีกแล้วล่ะสิ เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นขณะเดินเปิดประตูเข้ามา
เก่งหันหน้าไปตามเสียงนั้นพร้อมกับหมุนเก้าอี้ที่นั่งอยู่กลับหลังทันที นี่ยายก้อย ทีหลังน่ะหัดเคาะประตูซะบ้างไม่ใช่คิดอยากจะเข้าห้องคนอื่นเขาก็เข้ามาได้เลย ถ้าพี่กำลังโป๊อยู่จะทำยังไง
ก็ดี เผื่ออาจจะได้เห็นพี่ชายตัวเองทำอะไรพิเรนทร์ ๆ อยู่
นี่! ยายก้อย เก่งพูดด้วยเสียงที่แหลมสูง อย่างเขินอาย
ไหนล่ะแผ่นซีดีที่พี่เก่งบอกว่าจะซื้อมาให้น่ะอยู่ไหน
อยู่ในถุงสีขาวที่วางอยู่บนเตียงนอนพี่นั้นไงล่ะคร๊าบ
ก้อยหญิงสาวผมตรงยาวดำสนิทเกือบถึงกลางหลังเดินมานั่งลงบนเตียงนอนของพี่ชายแล้วหยิบถุงสีขาวขึ้นมาเปิดออกแล้วหยิบแผ่นซีดีออกมาดู ว้าว! ยังใหม่อยู่เลยขนาดเป็นของมือสองนะเนี่ย ถ้าใส่ซองผนึกดี ๆ เอาไปขายเป็นของมือหนึ่งได้เลย
ความคิดเธอนี่เจ้าเล่ห์จริง ๆ เฮ้อ เก่งพูดพร้อมกับส่ายหน้าไปมา
งั้นฟังกันเลยดีกว่า พูดจบก้อยก็วิสาสะลุกขึ้นจากเตียงพี่ชายเดินตรงไปที่เครื่องเล่นซีดีที่ตั้งอยู่ตรงหน้าเพื่อเปิดเพลงฟังโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตพี่ชายผู้เป็นเจ้าของห้องเลยแม้แต่นิดเดียว ส่วนผู้เป็นพี่ชายเองทำได้เพียงนั่งมองพฤติกรรมของน้องสาวอยู่อย่างนิ่ง ๆ บนเก้าอี้ล้อหมุน เพราะเขาเองก็ชินซะแล้วกับการกระทำของน้องสาวที่ดูแก่นแก้วมาตั้งแต่เล็ก ๆ และตัวเขาเองก็  ตามใจน้องสาวคนนี้มาแต่ไหนแต่ไร
สักพักสายตาของก้อยก็มองแว่บไปเห็นกรอบรูปของพี่ชายเธอที่ถ่ายพร้อมกับเพื่อนๆสมาชิกในวงดนตรีสมัยเรียนมัธยมปลายมีที่รู้จักบ้างไม่รู้จักบ้างและอีกกรอบรูปหนึ่งนั้นก็มีพี่ใบไผ่คนที่เธอรู้จักเป็นอย่างดีที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างพี่ชายของเธอที่ยืนจับไมค์ร้องเพลงและมีผู้ชายอีกคนที่มีใบหน้าละหม้ายคล้ายกับพี่ชายเธอซึ่งมีชื่อว่า แจ็ค ที่กำลังยืนสะพายกีต้าร์ไฟฟ้าอยู่ ภาพนี้ถ่ายที่ห้องซ้อมดนตรีแห่งหนึ่งในตอนเย็นหลังเลิกเรียน และเสื้อผ้าที่ทุกคนกำลังสวมใส่อยู่นั้นก็ยังอยู่ในชุดนักศึกษา ซึ่งภาพนี้เธอก็เห็นอยู่บ่อย ๆ เวลาที่มานั่งเล่นที่ห้องพี่ชาย แต่ทุกครั้งเวลาที่เธอมองภาพนี้ก็ยิ่งทำให้เธออดคิดถึงใครคนนึงที่เธอแอบชอบมานานคงไม่ใช่ใครก็คือ แจ็ค  แต่ชายผู้นั้นกับให้ความรู้สึกกับเธอเพียงแค่น้องสาวเท่านั้น และอีกอย่างเธอเองก็รู้อยู่แล้วว่าผู้ชายที่เธอแอบชอบนั้นเขามีพฤติกรรมที่แอบชื่นชอบใครสักคนอยู่ซึ่งก็เป็นคน ๆ เดียวกันกับคนที่พี่ชายของเธอ

Rock N’Roll Dream Come Through

กำลังคบหากันอยู่ ตัวพี่ชายของเธอนั้นไม่รู้ แต่ก้อยที่เฝ้าจับสังเกตุการณ์นั้นจะรู้ดีกว่าใครลำพังตัวเธอเองรู้ทั้งรู้แต่ก็ยังรู้สึกผูกพันกับชายที่ชื่อแจ็คมากเพราะเขาเป็นคนที่จิตใจดี มีความเป็นกันเองไม่ถือตัว เรียบง่ายสบาย ๆ และมักจะชอบมาคุยมาเล่นกับเธอเป็นประจำทุกครั้งเวลาที่พี่แจ็คมาหาพี่ชายของเธอที่บ้าน เขาก็มักจะมีอะไรติดไม้ติดมือมาฝากทุกคนที่บ้านเสมอ ๆรวมทั้งตัวเธอเองด้วย มันจึงเป็นอะไรที่ทำให้เธอฝังใจอยู่กับเขาเรื่อยมาตั้งแต่เด็กจนโต แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีโอกาสได้พบเจอกันแล้วก็ตาม แต่เธอก็ยังหวังลึก ๆ ในใจที่จะได้พบกับคนที่เธอชื่นชอบอีกครั้งที่ไหนสักแห่ง
พี่แจ็คจะเป็นยังไงบ้างนะในตอนนี้ ก้อยพูดขึ้นพร้อมกับนั่งลงยังเตียงนอนของเก่ง
                นั่นสินะ ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้างก็ไม่อาจรู้ได้เก่งพูดสำทับ
                กี่ปีแล้วนะพี่เก่ง ที่พี่แจ็คหายตัวไป
                มันก็นานหลายปีแล้วล่ะ ตั้งแต่ที่เรียนจบม.ปลายด้วยกันมา
                ไม่ว่าจะดูรูปนี้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก้อยว่าหน้าพี่เก่งกับพี่แจ็คดูไปก็คล้ายเหมือนเป็นพี่น้องกันเลย พี่ว่าไหม
                เก่งหันไปมองกรอบรูปที่เขาถ่ายคู่กับใบไผ่และแจ็ค เรื่องนี้มักจะมีคนพูดอยู่หลายคนเหมือนกัน แม้แต่คุณพ่อของแจ็คเองก็ยังพูดเหมือนกันว่าหน้าตาของพี่คล้ายกับแจ็คมากเวลาที่พี่ไปเที่ยวที่บ้าน เก่งหยุดพูดสักพักพร้อมกับหมุนตัวและเก้าอี้ที่นั่งอยู่หันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างเขาทอดสายตามองออกไปยังนอกหน้าต่างอย่างใช้ความคิด สักพักจึงพูดขึ้น มันคงเป็นความบังเอิญซะมากกว่า คนเราเดี๋ยวนี้หน้าตาคล้ายกันมีถมเถไป แม้จะไม่ได้เกิดจากพ่อแม่เดียวกัน
                หวังว่าพี่แจ็คเขาคงสบายดีเน๊อะ
คิดถึงเหรอ ผู้เป็นพี่ชายหันกลับมาถามน้องสาว แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดจากความคิดเห็นก้อย
สภาพของห้องในตอนนี้ทั้งคู่ต่างดูเงียบไปคงมีแต่เสียงเพลงที่ถูกเปิดจากเครื่องเล่นซีดี ที่เข้ามาแทนการสนทนาของสองพี่น้อง เสียงเคาะประตูหน้าห้องของเก่งดังขึ้น ทำให้สองพี่น้องหันไปมองพร้อมกัน
พ่อเข้าไปได้ไหม
                ได้ครับ เก่งตอบรับกับเสียงที่ถามมา และจัดแจงเตรียมลุกขึ้นจะไปเปิดประตูห้องของตน
                สักพักคุณพ่อของเก่งและก้อยผู้ประกอบอาชีพทนายความเปิดประตูเดินก้าวเข้ามาในห้องเสียเองในขณะที่เก่งกำลังจะเดินถึงประตูพอดี
                ไงยายก้อยมากวนอะไรพี่เก่งเขาอีกล่ะฮึ ผู้เป็นพ่อพูดพร้อมกับนั่งลงที่เตียงนอนใกล้ ๆ บุตรสาว ส่วนลูกสาวก็โผเข้ากอดพ่อของตน แล้วเริ่มรายงานสถานการณ์อย่างเจื๋อยแจ่วอย่างรีบด่วน
เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย
               
พ่อค่ะ พี่เก่งแอบดูหนังลามกอยู่ค่ะ แถมกำลังจะทำอะไรพิเรนทร์ ๆ หน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยค่ะ หนูเห็นกับตาเลย
                ยายก้อย เอาอีกแล้วนะ เก่งตวาดน้องสาวของตนด้วยสีหน้าเขินอาย
                ผู้เป็นพ่อหัวเราะในลำคอพร้อมกับยกมือเขกหัวลูกสาวคนเล็กเบาๆ ชอบแกล้งพี่เขาอยู่เรื่อยเลยนะเรา ผู้เป็นพ่อพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความมอบอุ่น จากนั้นจึงหันไปทางลูกชายคนโต ไหนขอพ่อดูหน่อยสิเก่ง
                เก่งทำหน้าตาเลิกลั่ก
                พ่อล้อเล่น ผู้เป็นพ่อพูดยิ้ม ๆ ให้กับเก่งและหันมาทางลูกสาวอีกครั้ง พี่เก่งน่ะเขาเคร่งคัดต่อคำสอนจากพระคัมภีร์มาก ไม่ทำอะไรพิเรนทร์ ๆ แน่ แถมรูปพระก็ยังตั้งอยู่ตรงหลังตู้โน้นแน่ะ มีแต่เรานะที่ชอบป่วนอยู่เรื่อยขาดวัดแทบทุกอาทิตย์เลย
                ก็หนูติดงานที่แล็ปนี่ค่ะ ก็เลยไม่ว่างไปโบสถ์
                หาข้อแก้ตัวไปเรื่อย เก่งพูดเสริม เสาร์ อาทิตย์เป็นวันหยุดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ
                ใครเขาจะศรัทธาแรงกล้าเหมือนท่านพี่ล่ะค่ะ ไปวัดแทบทุกอาทิตย์แถมช่วยงานวัดไม่เคยขาดน่าจะบวช ๆไปได้เลยยิ่งดี ก้อยพูดพร้อมกับทำสีหน้าเหมือนกับว่ากลืนของข่ม ๆ เข้าไปในปาก
ครอบครัวทรงคุณธรรมที่เก่งเข้ามาพักพิงอยู่นั้นเป็นครอบครัวที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก  ซึ่งทุก ๆ วันอาทิตย์จะต้องไปวัดหรือโบสถ์เพื่อฟังเทศน์จากพระสงฆ์หรือบาทหลวง รื้อฟื้นความเชื่อในหลักคำสอนจากพระคัมภีร์ไบเบิล ร่วมกับบรรดาพี่น้องคริสตชนคนอื่นๆ ที่มีความเชื่อเดียวกัน ตามหลักความเชื่อที่ถูกบันทึกไว้ในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมในบทที่ชื่อว่า ปฐมกาล ที่พระผู้เป็นเจ้าทรงสร้างโลกภายใน 6 วัน และวันที่ 7 พระองค์ทรงหยุดพักผ่อนและพระองค์ทรงตั้งให้วันนี้เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ จึงเป็นเหมือนกฎเกณฑ์ที่วางไว้ให้มนุษย์ทำงานแค่ 6 วัน วันที่ 7 ของสุดสัปดาห์เป็นวันหยุดพักจากภาระหน้าที่การงานเพื่อมาประกอบพิธีมิสซา บูชาขอบพระคุณพระผู้เป็นเจ้า

                ถึงแม้เก่งจะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของครอบครัวทรงคุณธรรม แต่เขาก็ปฏิบัติตัวตามคำสอนของพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเขามาเหมือนลูกชายแท้ ๆ ซึ่งเขาเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเขาเป็นใคร

.Catholic (คาทอลิก) มาจากภาษากรีกแปลว่า สากล
.พิธีมิสซา : เป็นสัญญาณและนิมิตหมายศักดิ์สิทธิ์ สัมผัสด้ด้วยประสาททั้งห้า ซึ่งนำเอาความจริงทุกสิ่งทุกอย่างที่สัมผัสไม่ได้เกี่ยวกับพระเยซูเจ้ามาสู่ทุกคน


Rock N’Roll Dream Come Through

เก่งทราบความจริงที่ว่าเขาไม่ใช่ลูกของพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเขามาก็ตอนที่เขาประสบอุบัติเหตุโดนรถชนเมื่ออายุประมาณได้สัก 15 ปี เขาเสียเลือดมากจึงต้องใช้เลือดจากบุคคลภายในบ้านมาช่วยให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป แต่ผลลัพธ์กับไม่เป็นเช่นนั้น พ่อแม่และน้องสาวกับไม่มีกรุ๊ปเลือดที่ตรงกันกับเขาเลยสักคนเดียว แต่ฟ้าก็ยังเมตตาที่ก่อนหน้านี้ที่เก่งจะประสบอุบัติเหตุพอดีมีนักธุรกิจคนหนึ่งได้มาทำการบริจาคโลหิตให้กับทางโรงพยาบาลในช่วงที่ทางโรงพยาบาลมีการเปิดรับบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนเลือดในกรุ๊ปนั้น ๆ ผู้บริจาครายนี้ไม่พึงประสงค์ที่จะบอกชื่อเสียงเรียงนามของตน เก่งจึงได้เลือดของชายคนนี้มาช่วยชีวิตเอาไว้ ทางพ่อแม่ของเก่งสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลว่าบุคคลผู้นั้นเป็นใครเพื่อที่จะได้ทำการขอบคุณคน ๆ นั้น แต่ข้อมูลที่ได้รับกับไม่พบคำตอบใด ๆ คำขอบคุณของพ่อแม่เก่งจึงเป็นดั่งคำอธิษฐานขอให้พระเจ้าอวยพรให้กับชายคนนั้นและครอบครัวของเขาประสบพบเจอแต่ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตหน้าที่การงานและความเป็นอยู่
เมื่อเก่งฟื้นขึ้นมาเป็นปกติดีแล้วพ่อกับแม่ของเขาจึงได้ตัดสินใจเล่าความจริงให้เขาฟัง ถึงเรื่องที่เก่งไม่ใช่ลูกที่แท้จริง ได้มีคนนำเขามาวางทิ้งไว้ที่หน้าบ้านในช่วงกลางดึกคืนใกล้ช่วงฤดูหนาว เมื่อได้ยินเสียงเด็กมานอนร้องไห้อยู่ที่หน้าบ้านพ่อกับแม่จึงวิ่งออกไปดูก็เห็นเขาอยู่ในสภาพที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูพื้นเดียวนอนร้องไห้อยู่กับพื้น ภรรยารีบอุ้มเด็กน้อยทารกนั้นขึ้นมาไว้ในอ้อมอกเพื่อทำการปลอบประโลมให้เด็กนั้นเงียบลง ส่วนสามีทำการมองไปรอบ ๆ บริเวณบ้านแถว นั้นเผื่ออาจจะมองเห็นใครสักคนที่เอาเด็กคนนั้นมาทิ้งเอาไว้แต่ก็ไม่พบเจอกับอะไรเลยสักอย่างมีแต่ความมืดสลัวที่ปกคลุม
                ทีแรกทั้งสองตัดสินใจที่จะนำเด็กคนนี้ไปส่งยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่ภรรยากับรู้สึกผูกพันในตัวเด็กคนนี้ และตัวเด็กเองก็เหมือนจะยอมรับในตัวของผู้หญิงคนนี้ด้วยเช่นกันเพราะเวลาที่เด็กน้อยร้องกระจองอแงผู้หญิงที่ทำหน้าที่เหมือนแม่เลี้ยงอุ้มขึ้นมาขับกล่อม เด็กน้อยก็หยุดร้องไห้แทบทุกครั้งที่อยู่ในอ้อมอกเธอ เมื่อทั้งคู่ไม่สามารถมีบุตรได้หลังจากที่แต่งงานอยู่กินกันมาหลายปีจึงได้ตัดสินใจทำการอุปการะเลี้ยงดูเด็กผู้ชายคนนี้เอาไว้เป็นลูกบุญธรรม แต่พอเวลาผ่านไปได้สัก 3 ปี แม่เลี้ยงของเขาได้ให้กำเนิดบุตรสาวคนหนึ่ง และได้ตั้งชื่อว่า ก้อย
ถึงแม้ความจริงจะปรากฏขึ้นมาในภายหลังก็ไม่ได้ช่วยทำให้คนในครอบครัวต้องสั่นคลอน แต่ตรงกันข้ามทุกคนในครอบครัวกับรักกันมากยิ่งขึ้น เพราะความรักคือหัวใจสำคัญที่ทางศาสนาได้พร่ำสอนไว้และคนในครอบครัวก็ได้ยึดถือปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมทั้งความเข้าใจ ความอบอุ่นและการเลี้ยงดูที่ให้ความเสมอภาคเท่าเทียมกันมาโดยตลอดที่ช่วยประคับประคองให้ครอบครัวยังคงเป็นครอบครัวเรื่อยมา

เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

ใจเย็น ๆ ทั้งคู่นั่นแหละ พ่อพูดขึ้นเพื่อตัดบทการวิวาทของสองพี่น้องคู่นี้ ถ้าอาทิตย์ไหนไม่ติดธุระอะไรก็ไปวัดแก้บาปรับศีล บ้างแล้วกันรู้ไหม
เจ้าค่ะ เสด็จพ่อ ก้อยลุกขึ้นพูดพร้อมกับทำท่าถวายบังคมเหมือนอย่างนางสนมในหนังจักร ๆ วงศ์ ๆ ของไทย
 จริง ๆ เลยลูกคนนี้ทะเล้นไม่มีใครเกิน ปีหน้าก็จะเรียนจบเป็นเภสัชกรเต็มตัวอยู่แล้วรู้ไหม
 เพราะเป็นอย่างนี้ จึงไม่มีใครกล้ามาจีบสักที เก่งพูด
ใครบอกล่ะมีมาตั้งเยอะ แต่เขาไม่เลือกเองต่างหากล่ะ ก้อยพูดสวนพร้อมกับแสดงท่าทางแลบลิ้นปลิ้นตาให้พี่ชายของเธอ
เอาหล่ะ ๆ พอกันได้แล้วทั้งคู่นั่นแหล่ะพ่อเริ่มห้ามทัพของทั้งคู่ แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ
ก็พี่เก่งน่ะซิเขาชอบว่าหนูอยู่เรื่อย ก้อยพูดบ่นอุบอิบไปทางพ่อของเธอ
ผู้เป็นพ่อมองดูอาการของลูกสาวที่กระเง้ากระงอดอยู่สักพักก็เกิดอาการตกใจพร้อมกับร้องอุทานออกมา ลืมไปเลยแม่ให้ขึ้นมาตามเก่งกับก้อยลงไปกินบัวลอยมะพร้าวอ่อน แม่เขาอุตส่าห์ลงมือทำเองเลยนะ
เย้! สวรรค์โปรด ปะพ่อไปกินกันทิ้งพี่เก่งไว้นี่แหล่ะ สิ้นเสียงก้อยเธอก็ควงแขนพ่อของเธอลากถูให้เดินลงไปข้างล่าง
เดี๋ยวสิยายก้อย เก่งอย่าลืมลงไปนะลูก ผู้เป็นพ่อหันมาพูดกับเก่งขณะที่กำลังจะเดินออกจากห้องไป
ครับพ่อ เดี๋ยวผมขอเซฟงานและปิดเครื่องเล่นซีดีก่อนครับ แล้วจะตามลงไป






. การแก้บาปรับศีล คือ การสารภาพความบาปผิดที่ได้กระทำผิดต่อกฎเกณฑ์ที่พระผู้เป็นเจ้าทรงวางเอาไว้ จะเป็นลักษณะที่จะต้องเข้าไปยังห้องแก้บาปที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้ภายในจะมีฉากกั้นกลางระหว่างผู้มาขอแก้บาปกับบาทหลวง จุดประสงค์ของการแก้บาปคือ 1.เป็นการระลึกถึงพระเมตตาจากพระผู้เป็นเจ้าที่มีต่อเราตั้งแต่การแก้บาปในครั้งแรกจนมาถึงการแก้บาปในครั้งต่อมา 2. เป็นการข้อขมาต่อพระผู้เป็นเจ้าที่ได้ทำผิดต่อพระองค์  3.ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าที่ได้โปรดเมตตาให้อภัยและขอพรจากพระองค์ในการดำเนินชีวิต
Rock N’Roll Dream Come Through
รถยนต์ฮอนด้าซีวิคสีดำหลังจากที่เคลื่อนตัวออกมาจากบ้านพักและกำลังมุ่งหน้าไปตามถนนเส้นทางสายบางนา-ตราด เพื่อที่จะไปแถวเขตย่านบางพลีซึ่งเป็นที่หมายของคนที่นั่งมาในรถได้ตกลงกันไว้ว่าจะไปโรงงานร้างแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในย่านนี้ซึ่งเป็นเสมือนบ้านหลังที่สองของพวกเขาหรือแหล่งซ่องซุ่มเพื่อทำภาระกิจอะไรบางอย่างที่พวกเขาแอบซุกซ่อนเอาไว้ในค่ำคืนที่ดวงจันทร์ที่ปรากฎเพียงแค่เศษเสี้ยว
ชิดชัยนำรถเก๋งขันดังกล่าวพร้อมกับชายหนุ่มผมยาวที่นั่งอยู่ตอนหลังของรถในท่าทีที่เงียบสงบ เข้ามาจอดด้านหน้าโรงงานซึ่งค่อนข้างที่จะอยู่ไกลหูไกลตาผู้คนสักนิด โรงงานร้างแห่งนี้เดิมทีเคยเป็นโรงงานที่ผลิตเสื้อผ้าชั้นนำที่ทำขายทั้งในไทยและต่างประเทศซึ่งมีนายทุนเป็นชาวอินเดีย พอถึงช่วงหน้าเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นวันหยุดยาวคนงานบางส่วนกลับบ้านในต่างจังหวัด แต่ก็ยังมีคนงานบางส่วนที่ไม่ได้ลาหยุดในช่วงเทศกาลและยังคงทำงานเหลืออยู่บ้างประปราย จู่ ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ระหว่างที่คนงานกำลังทำงานกันอยู่ในช่วงกลางดึกของคืนหนึ่ง แผงตู้ควบคุมไฟฟ้าเมนหลักได้เกิดระเบิดขึ้น เปลวไฟลุกลามเผาไหม้เศษผ้าซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีได้คร่าชีวิตคนงานบางส่วนที่หนีไม่ทันถูกไฟคลอกตายคาที่ เดือดร้อนถึงนายทุนรายใหญ่จนถึงกับต้องบินมาจากต่างประเทศเพื่อมาตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นและจ่ายค่าชดเชยต่างๆ นาๆ ให้กับคนงานที่เสียชีวิตในคืนนั้น เมื่อเรื่องสงบลงทางบริษัทได้ทำการซ่อมแซมปรับปรุงโรงงานใหม่เพื่อให้พร้อมกับการทำงานที่มีออร์เดอร์หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ใช่ว่าทุกอย่างจะดูเรียบร้อยไปได้ด้วยดีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอไม่นานก็มีเรื่องเกิดขึ้นอีกคล้ายเป็นอาถรรณ์โรงงานยังคงมีปัญหาเรื่องนั้นเรื่องนี้เกิดตามมาอีกหลังจากที่เปิดทำงานได้ไม่นาน เรื่องนี้ทำให้คนงานที่มีความเชื่อแตกต่างกันต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าต้องมีผีสางเกิดขึ้นแน่ ๆ คนงานบางส่วนตัดสินใจลาออกเพราะไม่อยากเป็นรายต่อไปที่ต้องจากไปก่อนวัยอันควร เมื่อธุรกิจถึงขั้นทรุดหนักเพราะขาดคนทำงาน เจ้าของกิจการจึงตัดสินใจประกาศขายโรงงานย้ายฐานในการการผลิตไปที่แห่งใหม่ ครั้นมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาติดต่อขอซื้อพื้นที่โรงงานเพื่อผลิตสินค้าในรูปแบบที่ต่างกันออกไป ก็มีอันต้องปิดตัวอีกเพราะอาถรรณ์ต่างๆ ที่พนักงานนั้นต้องเจอะเจอและปากต่อปากที่พูดกันอย่างไม่ขาดสายสร้างความกลัวให้เกิดขึ้นในหมู่เพื่อนที่ทำงานอยู่ด้วยกันถึงขนาดต่างพากันลาออกไป ถึงแม้ผู้เป็นนายจ้างจะทำพิธีทางศาสนาแล้วก็ตามก็ยังไม่มีทีท่าว่าเหตุการณ์ที่เคยเลวร้ายจะเปลี่ยนแปลงหรือดีขึ้นได้ เจ้าของกิจการรายใหม่ก็ต้องจากไปอีกเช่นกัน

เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

ทิ้งโรงงานไว้เพื่อรอนายทุนคนใหม่มาทำการซื้อโรงงานไปอีกที แต่ก็ไม่มีใครกล้าพอแม้แต่จะขอเข้ามาขอซื้อพื้นที่โรงงานแห่งนี้เพราะเรื่องที่ล่ำลือกันไปปากต่อปากยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ว่าเห็นคนงานที่ตายไปแล้วจำนวนหนึ่งกำลังเดินไปเดินมาอยู่ในโรงงาน บางคืนก็มีเสียงร้องโหยหวนของผู้คนจำนวนมากที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือเหมือนกับคนที่กำลังโดนเผาทั้งเป็น บางคืนโรงงานก็สว่างไสวไปด้วยแสงไฟเหมือนกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ได้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
แต่ผู้มาเยือนทั้งสองคนหากลัวไม่กับข่าวลือที่แพร่สะพัด กับรู้สึกเฉยๆ กับเหตุการณ์ที่ได้ยินได้ฟังมา คงเป็นเพราะคนทั้งสองเคยผ่านเหตุการณ์ที่มันหนักหนากว่านี้มาแล้ว เรื่องบางเรื่องมันก็กลายเป็นเรื่องที่ธรรมดา ๆ ไปและกลับมองว่าดีเสียอีกที่เวลาทำอะไรจะได้ไม่มีใครมาวุ่นวายกับแผนการของพวกเขา จึงได้ทำการเข้ามาจับจองพื้นที่แห่งนี้เป็นฐานที่มั่นเพื่อทำอะไรบางอย่าง
เมื่อชิดชัยนำรถเก๋งมาจอดอยู่หน้าโรงงานได้สักพักประตูบานใหญ่ก็ได้เลื่อนเปิดออกจากแรงผลักของคนที่อยู่ข้างใน เมื่อประตูเปิดออกเป็นที่เรียบร้อยแล้วชิดชัยจึงนำรถยนต์แล่นเข้าไปภายในโรงงาน ประตูบานใหญ่ก็ค่อย ๆ ปิดตัวลงและชายผู้ทำหน้าที่เปิดประตูเมื่อตะกี้นี้จึงรีบเดินเข้ามายืนที่ข้างรถคันที่มาเยือนเขากำลังจะเปิดประตูให้กับคนที่นั่งอยู่ทางตอนหลัง แต่ชายหนุ่มผมยาวกลับทำการเปิดประตูรถลงมาเสียเอง
                ขอบใจมากเข่ง ชายผมยาวเอ่ยทักบุคคลตรงหน้าเขา รถที่ขนของมาอยู่ที่ไหน
                จอดอยู่ทางโน้นครับลูกพี่ ชายร่างหนาล่ำสันส่วนสูงอยู่ในระดับแค่หัวไหล่ของคู่สนทนาผิวขาวพูดไทยไม่ค่อยชัดหน้าตาออกทางชาวเขาทางตอนเหนือตอบรับคำถามอย่างทันท่วงทีพร้อมกับชี้มือไปทางบริเวณอาคารหลังเล็กที่รกร้างเพราะรถคันดังกล่าวจอดอยู่โดยมีผืนผ้าใบคุมตัวรถอยู่อีกทีเขาทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายมาอย่างละเอียดยิบ
เป็นยังไงบ้างครับคุณเห็นจามในรถมาเกือบตลอดทาง เดี๋ยวจะเป็นหวัดได้นะครับ ชิดชัยเดินเข้ามาถามไถ่ถึงอาการของชายหนุ่มผมยาว ด้วยสีหน้าที่ห่วงใยหลังจากที่เขานำรถไปจอดเก็บในที่ที่ต้องจอดเรียบร้อยแล้ว
                คงไม่เป็นไรหรอกมั้งก็แค่จามช่วงนี้อากาศก็ยังอยู่หน้าร้อนอยู่เลย ชายหนุ่มผมยาวพูด
แล้วเรื่องรถจะเดินไปดูไหมครับคุณ ชิดชัยยังคงซักถามต่อไป
ฝากเป็นธุระด้วยแล้วกันพี่ชิด สิ้นเสียงของชายหนุ่มผมยาว เขาก็เดินจากคนทั้งสองมุ่งหน้าเข้าไปยังตัวโรงงานร้างที่มืดสลัวอย่างเคยชินและได้หากลัวกับความมืดที่อยู่ตรงหน้าไม่
ชิดชัยและเข่งเดินจากจุดที่ยืนคุยกันอยู่มุ่งหน้าเดินไปยังอาคาหลังเล็กที่อยู่ตรงหน้าเพื่อเข้าไปดูรถยนต์คันดังกล่าวที่คนของชิดชัยได้ไปทำการขโมยมาจากคู่กรณีของเขา
เมื่อชิดชัยและเข่งเดินเข้ามาในภายในอาคารหลังเล็กแล้ว เข่งก็รีบเดินไปเปิดสวิทต์ไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่สองดวงที่ติดตั้งอยู่ใต้เพดานทั้งสองด้าน ซึ่งเป็นไฟสำรองที่ทำขึ้นจากฝีมือ
Rock N’Roll Dream Come Through

ของเขาเองเพราะถ้าจะใช้ไฟจากตัวโรงงานนั้นคงจะไม่ได้เพราะหลังจากที่โรงงานแห่งนี้ได้ถูกปล่อยทิ้งร้างไฟฟ้าก็ได้ถูกตัดไปด้วย เข่งจึงทำการติดตั้งไฟขึ้นมาเองโดยใช้แบตเตอรี่ลูกใหญ่หลายลูกเหมือนกันที่เขานั้นหาพบภายในตัวโรงงานและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่พอจะใช้ในการปั่นไฟได้
ความสว่างของแสงสปอตไลท์ทำให้มองเห็นรถที่อยู่ในผ้าคลุมได้อย่างถนัดตา ชิดชัยไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปยังตัวรถกระชากผ้าเต็นท์สีเขียวที่ใช้คุมตัวรถออกทันที สภาพรถในช่วงตอนหน้าคนขับกับนั้นมีเศษกระจกแตกยับไปหมดพร้อมกับคาบเลือดที่ติดอยู่บนเบาะรถ และมันก็ส่งกลิ่นคาวให้ต้องรำคาญความรู้สึกพอสมควร สภาพที่มันเป็นเช่นนี้เพราะเป็นฝีมือของลูกน้องตน ซึ่งตัวเขาเองไม่ได้ติดใจอะไรและก็ไม่ได้คิดที่จะนำรถคันนี้ไปใช้งานเพื่อทำอะไรอีก แต่จุดหมายจริง ๆ แล้วอยู่ที่ทางกระบะท้ายรถต่างหากที่เขาให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
เข่งเห็นว่ายังไงชิดชัยก็คงจะต้องเดินไปยังท้ายรถกระบะเพื่อต้องการดูของที่อยู่ทางตอนท้ายอย่างแน่นอนจึงอาสารีบไปปลดเชือกที่ผูกติดอยู่กับผ้าเต็นท์ที่ใช้คุมท้ายรถกระบะออกให้
 เมื่อผ้าเต็นท์ถูกดึงออกจากท้ายกระบะก็ปรากฎให้เห็นลังไม้ขนาดไม่ใหญ่มากนักวางซ้อนกันไปมาอย่างเป็นระเบียบ ชิดชัยพยักหน้าให้กับเข่งเพื่อเป็นสัญญาณบ่งบอกให้เขารู้ว่าต้องทำอะไรกับลังไม้นั้น เข่งยกลังไม้ลงจากท้ายรถกระบะอย่างสบายมือเพราะมันไม่ได้หนักหนาอะไรมากมายนักและอีกอย่างร่างกายของเขาก็เหมือนกับคนที่ทำการเล่นเพาะกายมาอย่างดีของแค่นี้สบายมือเขามาก เข่งใช้สองมือของเขาออกแรงกระชากฝาลังออกอย่างง่ายด้ายคล้ายกับปอกกล้วยเข้าปาก เมื่อฝาลังถูกเปิดออกภายในลังไม้ปรากฏให้เห็นตุ๊กตากระต่ายสีขาวหน้าตาทะเล้น ๆ จำนวนมากมายที่อยู่ภายในถุงพลาสติกที่ทำการผนึกซองมาอย่างดีวางซ้อนกันอยู่ไปมา
ชิดชัยไม่รอช้าโน้มตัวลงไปหยิบถุงตุ๊กตาดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาดู ดวงตาของเขาโล้มเลียตุ๊กตาที่อยู่ในถุงไปมาพร้อมกับคุ้นคิดไปต่าง ๆ นา ๆ ว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ภายในตุ๊กตาตัวนี้อย่างแน่นอน จากนั้นเขาจึงฉีกถุงพลาสติกออกและใช้สองมือของเขากระชากหัวตุ๊กตาหน้าเป็นออกจากลำตัวของมันเผยให้เห็นยาบ้าที่ทำการบรรจุอยู่ในซองพลาสติกสีขาวหลายสิบเม็ดด้วยกัน
เหมือนตอนนั้นไม่มีผิดว่าไหมไอ้เข่ง ชิดชัยพูดขึ้นพร้อมกับหยิบถุงซองยาออกจากตัวตุ๊กตาเหมือนกับที่เขาเคยสัมผัสกับเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง
ใช่ครับ พี่ชิด  เข่งรับคำพร้อมกับจ้องมองอยู่ที่ซองยาที่ชิดชัยถืออยู่ในมือ



               
Rock N’Roll Dream Come Through
๑๐
ทางด้านของชายหนุ่มผมยาวพอแยกตัวจากคนของเขาแล้ว ก็มุ่งหน้าเดินเข้ามาที่ตัวโรงงานภายในตัวโรงงานร้างจากที่เคยมืดมิดสกปรกที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมาอย่างยาวนานนั้นบัดนี้ภาพนั้นไม่ใช่เป็นแบบนั้นอีกต่อไป แต่กับมีแสงไฟที่สว่างไสวจากการปั่นไฟสำรองจากแบตเตอรี่ และมีการสร้างห้องแล็ปขึ้นเพื่อใช้ในการทดลองทำอะไรบางอย่างตามแผนการที่ได้วางเอาไว้ในห้องทดลองมีชายคนหนึ่งอายุราว ๆ 40 ปีสวมแว่นสายตาทรงกลมผมสองสีขาวและดำกำลังนั่งผสมยาอยู่อย่างขะมักเขม้น เขานำสารกระตุ้นประสาทชนิดหนึ่งผสมเข้ากับกัญชาที่บดเป็นผงที่ใช้เข่งทำให้มาผสมเข้าด้วยกันกับสารกระตุ้นแล้วเทลงใส่ในหลอดแค็ปซูลสีขาวขนาดเล็กเพื่อทำการเตรียมออกจำหน่าย
ตอนนี้ได้กี่จำนวนแล้วหมอ ชายผมยาวเดินเข้ามายืนอยู่ข้าง ๆ คนที่กำลังเตรียมยาพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นขณะที่สายตาของเขานั้นจับจ้องมองแถวยาที่วางซ่อนกันอย่างเป็นระเบียบบนถาด
แสตนเลดและบางส่วนได้ทำการผนึกซองเป็นคู่เรียบร้อยแล้ว
น่าจะเพียงพอต่อการออกจำหน่ายได้บ้างแล้วส่วนหนึ่งครับ คุณแจ็ค คิลเลอร์ คนที่นั่งผสมยากล่าวขึ้นเขาสวมเสื้อกาวสีขาวที่สวมคลุมทับชุดทำงานอีกที ขณะหมุนเก้าอี้ล้อเลื่อนหันหน้ามาคุยกับชายผู้มาเยือน
ไม่ต้องเรียกเต็มยศอย่างนี้ก็ได้มั้งหมอ ชายผมยาวพูดขึ้นด้วยท่าทางที่เคร่งขรึมในขณะที่เดินเข้าไปหยิบแคปซูลสีขาวที่มีลวดลายรูปนางฟ้าติดปีกเหมือนกับกำลังโบยบินเข้ามาหาด้วยดวงตาที่อาลัยอาวรณ์อยู่ในมือของเขา หวังว่ามันคงจะเป็นที่นิยมของพวกนักลองยา
ชายผู้ทำหน้าที่ผสมยาแสยะยิ้มนิดนึงก่อนที่จะพูดขึ้นหึ รับรองได้เลยว่าเธอคนนี้ ‘Angel Eyes’ จะทำให้นักลองยาหน้าไหนก็ตามขาดเธอไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว และจะเรียกร้องหาแต่เธออยู่ตลอดเวลาว่า นางฟ้าของฉัน
ในขณะที่หมอและแจ็คกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นชิดชัยก็เดินเข้ามารายงานถึงเหตุการณ์บางอย่างที่เขาได้ไปพบเจอของบนรถคันดังกล่าวนั้นที่แจ็คให้เขาไปดูมา
สวัสดีครับหมอ ชิดชัยกล่าวทักทายขึ้นเมื่อตัวเขาก้าวเข้ามายืนอยู่ในแล็ป
                หวัดดีคุณชิด หมอกล่าวตอบกับไปหาคู่สนทนาที่มาเยือนในขณะที่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ล้อเลื่อนพิงหลังอย่างสบาย ๆ มองหน้าคู่สนทนาด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่แจ็คยังคงยืนมองอยู่อย่างเงียบขรึม

เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย
               
นี่เหรอครับยาตัวใหม่ที่หมอผลิตขึ้น ชิดชัยพูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปดูตัวยาที่วางอยู่บนโต๊ะซึ่งเขาผงกศีรษะนิดหนึ่งให้กับแจ็คเพื่อเป็นการขอผ่านทางเข้าไปดูตัวยา ซึ่งแจ็คเองก็ยอมกระเถิบถอยหลังให้แต่โดยดี
                ใช่แล้วล่ะคุณชิด มันจะเป็นของใหม่ที่นักลองยาทั้งหลายจะต้องจดจำอย่างไม่ลีมหูลึมตา
                งานนี้ก็คงจะรวยกันเละเลยนะครับ ชิดชัยพูดพร้อมกับหยิบซองยาขึ้นมาหมุนดูไปมาอยู่ในมือด้วยความรู้สึกชื่นชมและอยากจะลิ้มรสเจ้ายานี้อยู่เหมือนกันว่ามันจะเจ๋งสักแค่ไหน เพราะตัวเขาเองก็เคยลิ้มรสยามาก็หลายชนิดเหมือนกันเมื่อครั้งยังคงอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านทางตอนเหนือ
                แน่นอนมันจะต้องเป็นอย่างที่คุณชิดพูดอย่างแน่นอน
                แล้วเรื่องของที่พี่ไปดูมาเป็นยังไงบ้าง แจ็คพูดขึ้นเพื่อต้องการที่จะเปลี่ยนเรื่องในการสนทนาเพื่ออยากรู้เรื่องของที่ได้ขโมยมา
                ของอยู่ดีครบทุกอย่างครับ มีแต่สภาพรถที่ค่อนจะดูไม่จืด ชิดชัยพูดพร้อมกับค่อย ๆวางซองยาแคปซูลที่ถืออยู่ในมือลงยังที่เดิมพร้อมกับเดินเข้าหาแจ็คกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูเขาเพื่อไม่ต้องการแพร่งพรายเรื่องนี้ให้คนอื่นรู้มากนัก พวกมันจัดส่งของกันในแบบที่เคยทำมาแล้วครั้งหนึ่งสมัยที่ผมกับคุณและพ่อใหญ่เคยดักปล้นของ ๆ พวกมันมาไม่ทราบว่าคุณยังจำได้ไหม
                แจ็คได้ยินดังนั้นกับทำให้เขาถึงกับหวนคิดถึงชื่อคนที่ถูกเอ่ยขึ้นและก้าวเดินออกมายืนอยู่หน้าห้องแล็ปปล่อยให้หมอและชิดชัยพูดคุยกันอยู่ต่อไปส่วนตัวเขากลับยืนคิดถึงเรื่อง เมื่อครั้งสมัยที่เคยได้รับการช่วยเหลือจากชายคนนั้นในช่วงที่รถยนต์ส่วนตัวที่เขานั่งไปนั้นเกิดเสียหลักตกลงไปยังหน้าผาเพราะสายเบรคถูกตัดขาดในขณะที่เขากำลังจะเดินทางไปหาญาติที่เชียงรายหลังจากที่จัดการเรื่องงานศพพ่อของเขาเรียบร้อยแล้ว และคนที่ชิดชัยเอ่ยชื่อขึ้นมานั้นเป็นคนที่เคยช่วยเหลือและคอยดูแลเขาตอนที่กำลังเจ็บหนักโดยมีจินดาที่ในตอนนั้นยังดูเหมือนเด็กสาวอายุอานามสัก 15 ปีคอยเป็นผู้ช่วยดูแลเรื่องการรักษาพยาบาล หลังจากที่เขารอดมาได้จากสภาพรถที่พังยับเยินส่วนคนขับรถนั้นตายคา แจ็ครับรู้เรื่องนี้ตอนที่ฟื้นขึ้นมาจากอาการบาดเจ็บปางตายจากชายผู้นั้น และยังเป็นคนเดียวที่สอนให้เขามีความรู้ความสามารถในเชิงการต่อสู้ทั้งมือเปล่าและอาวุธหลากหลายชนิดและวิถีชีวิตความเป็นอยู่คอยให้ข้าวให้น้ำและที่ซุกหัวนอนดูแลห่วงใยใส่ใจเหมือนกับเขาเป็นลูกชายคนหนึ่ง จากที่เคยเป็นคนแปลกหน้าในหมู่บ้านแห่งนั้นพออยู่ไปอยู่มาด้วยความสนิทสนมคุ้นเคยทั้งชายคนนั้นและผู้คนในหมู่บ้านจึงทำให้เขาเรียกชายคนนั้นตามใครต่อใครในหมู่บ้านว่า พ่อใหญ่ ชายหนุ่มวัยกลางคนตัวสูงใหญ่ร่างกายกำยำผมหยิกคาดผ้าที่หน้าผากลายเสือไว้หนวดยาวถึงปลายคาง เป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใสโอบอ้อมอารีเป็นที่เคารพยำเกรงของคนในหมู่บ้าน และเมื่อฝีมือของเขาเข้าขั้นพอที่จะออกติดตามพ่อใหญ่ผู้นำหมู่บ้านแห่งพงไพรเพื่อทำการปล้นได้แล้วงานชิ้นแรกที่เขาลงมือทำดันตรงกับงานที่น้าของเขาเสี่ยนรสิงห์กำลังทำการขนของที่ผิดกฎหมายนั่นคือ
Rock N’Roll Dream Come Through

ยาบ้าจำนวนมากมายที่อยู่ในรูปตุ๊กตากระต่ายหน้าเป็น เขารู้เรื่องนี้เพราะว่าชิดชัยและเข่งผู้ร่วมทีมในการปล้นครั้งนั้นเป็นคนจับตัวคนขนของไว้ได้คนหนึ่งในขณะที่กำลังหลบหนีเพื่อเอาตัวรอดส่วนคนอื่น ๆ ถูกชาวบ้านตามเก็บเป็นราย ๆ ไปซึ่งคนที่ถูกจับได้นั้นก็คือเจ้าเถิดคนสนิทของเสี่ยนรสิงห์และตัวเขาเองก็จำหน้าเถิดได้เพราะมันคอยติดตามนายของมันไปทุกหนทุกแห่งแม้กระทั่งนายของมันมาหาพ่อของเขาที่บ้าน แต่เถิดกับจำแจ็คไม่ได้จากนั้นเขาจึงได้ทำการทรมานเถิดด้วยตัวเองด้วยวิธีที่เหี้ยมโหดจนพ่อใหญ่ต้องคอยเตือนสติเขาเพราะไม่ต้องการให้เหยื่อถูกฆ่าตายก่อนจะได้ความจริงจากปาก การทรมานที่รุนแรงจนเถิดทนไม่ไหวจึงได้ยอมสารภาพเรื่องราวทั้งหมดที่น้าของตนทำอะไรไว้กับครอบครัวของเขาบ้างเรื่องแรกเลยคือการขับไล่แม่ของเขาไปให้พ้นทางก่อนเพราะแม่ของเขาแอบรู้เรื่องแผนการอันชั่วร้ายที่น้าชายทำอยู่โดยเอาธุรกิจที่น้าทำร่วมกับพ่อมาบังหน้าในการทำเรื่องผิดกฎหมายเสี่ยนรสิงห์รู้เข้าจึงหาเรื่องใส่ร้ายว่าแม่ของเขาเป็นชู้กับเถิดหลักฐานคาหนังคาเขาจึงทำให้พ่อของเขาไล่แม่ออกจากบ้านไปพร้อมกับอุ้มลูกชายหนีไปด้วยอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นพี่น้องฝาแฝดกับเขา และเมื่อเวลาผ่านไปพ่อของเขาล้มป่วยลงด้วยโรคหัวใจเพราะการทำงานอย่างที่ไม่ยอมพักผ่อนและความเสียใจที่เฝ้าคิดถึงภรรยาและลูกชายอีกคนที่ต้องพลัดพรากจากกัน ไป เมื่อถึงเวลาที่เสี่ยนรสิงห์ต้องการทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่ชายเขาสร้างเอาไว้ถือเป็นกรรมสิทธิ์ครอบครองแต่เพียงผู้เดียวจึงได้ทำการพูดถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากฝีมือของตนให้กับพี่ชายที่นอนเจ็บอยู่บนเตียงต้องคิดมากจนอาการป่วยที่เป็นอยู่กำเริบเพราะคิดมากกับการกระทำของน้องชายที่คลานตามกันมาไม่น่าทำกันได้ลงคอและในที่สุดพ่อของเขาก็ต้องช็อคตายไปในที่สุดจากการเปลี่ยนตัวยาในการรักษา จากนั้นจึงได้ทำการวางแผนที่จะฆ่าหลานชายของตนที่เป็นทายาทคนสุดท้ายในครอบครัวของพี่ชายที่จะได้รับมรดกเกือบทั้งหมดที่พ่อของเขาและเสี่ยนรสิงห์ร่วมลำบากทำงานตรากตรำมาด้วยกันมาอย่างที่ไม่ได้ลงแรงอะไรเลยเสี่ยนรสิงห์จึงยอมไม่ได้จึงได้สั่งลูกน้องให้ทำการเปลี่ยนใส่สายเบรคที่ใกล้จะหมดอายุการใช้งานกับรถที่เขากำลังนั่งไปหาญาติฝ่ายแม่ที่เชียงรายเพราะต้องการทำให้การตายของเขานั้นเกิดจากอุบัติเหตุ เมื่อเขาสยบเถิดให้เป็นลูกน้องของเขาได้แล้วจึงได้นำข้อเสนอบางอย่างที่เขาจะมอบให้กับเถิดหลังจากที่เขากำจัดน้าของเขาเรียบร้อยแล้วโดยจะยกธุรกิจที่น้าของเขากำลังควบคุมอยู่ให้เป็นกรรมสิทธิ์พร้อมทั้งลูกสาวแสนสวยของเสี่ยนรสิงห์ทายาทเพียงคนเดียวด้วยเช่นกันที่กำลังศึกษาอยู่เมืองนอกซึ่งก็จัดได้ว่าเสมือนเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเขา

                แจ็คที่กำลังยืนครุ่นคิดถึงเรื่องเก่าอยู่นั้นเสียงหนึ่งปลุกเขาให้หลุดพ้นจากภวังค์ความคิดที่กำลังนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาและเขาจะไม่มีวันลืมความทรงจำและคำสอนต่าง ๆ นั้นไปอย่างเด็ดขาด แม้ว่าชายคนที่ชื่อพ่อใหญ่จะไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้วก็ตาม
เพื่อนดนตรีวันที่รอคอย

หยุดความทรงจำดี ๆ ไว้ก่อนชั่วคราวเถอะครับ คุณแจ็คไปทำภาระกิจที่กำลังรอเราอยู่ข้างหน้ากันก่อนจะดีกว่าไหม หมอพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉยดวงตาเหม่อมองออกไปข้างหน้าขณะที่ก้าวเดินเข้ามายืนอยู่ห่างจากเขาพอประมาณพร้อมด้วยชิดชัยที่ยืนอยู่ด้านหลัง
                แจ็คไม่ได้หันไปมองตามเสียงที่พูดมาแต่ตกปากรับคำเจ้าของเสียงที่พูดมานั้น ก็ได้งั้นเราไปดูภารกิจที่ทำสำเร็จไปแล้วอีกชิ้นหนึ่งด้วยกัน สิ้นเสียงของแจ็คเขาก็ก้าวเดินนำหน้าคนของทั้งสองตรงไปยังประตูทางออกของตัวโรงงานเพื่อมุ่งหน้าไปยังที่ที่ได้ของมาอย่างไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรมากนักในตัวอาคารอีกแห่งหนึ่งที่มันถูกซุกซ่อนอยู่
ในขณะที่เข่งกำลังขนลังไม้ลงจากหลังรถกระบะตามที่ชิดชัยผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องกันสั่งให้ทำสักพักเขาได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินเข้ามาค่อนข้างหลายเสียงและเขาก็รู้แล้วว่าเป็นใครที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้เข่งจึงหยุดมือในการขนของลงจากรถและเตรียมรอคอยต้อนรับของผู้มาเยือนด้วยลมหายใจที่เหนื่อยหอบและเนื้อตัวที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อแต่พลังในกายยังเหลือเฟือคนแรกที่เดินเข้ามาถึงก่อนคือแจ็คจากนั้นจึงตามมาด้วยหมอและชิดชัยที่เป็นคนรั้งท้าย เมื่อหมอได้มองเห็นจำนวนของที่อยู่ตรงหน้าถึงกับร้องออกมาด้วยความพึงพอใจเป็นอย่างมาก ว้าว! สุดยอดจริง ๆ
                แจ็คเดินเข้าไปหาเข่งพร้อมกับถามขึ้น ลังไหนที่เปิดฝาไว้แล้ว
ลังโน้นครับ ลูกพี่ เข่งพูดพร้อมกับชี้มือไปทางกล่องที่ถูกเปิดออกดูก่อนเป็นลังแรกที่แยกออกวางโดดเด่นเพราะชิดชัยสั่งให้เขาเปิดมันออกเพื่อดูของที่อยู่ภายในกล่อง
                แจ็คหันไปมองตามมือที่เข่งชี้จากนั้นเขาจึงเดินไปยังกล่องที่ถูกแยกไว้ต่างหากส่วนชิดชัยก็เดินเข้าไปหาเข่งพร้อมกับส่งน้ำเย็น ๆ ขวดหนึ่งให้กับเข่งชายผู้เป็นเสมือนน้องชาย
แจ็คเปิดฝาลังไม้ที่ทำการปิดไว้อย่างหลวม ๆ ออกข้างในเขามองเห็นตุ๊กตากระต่ายหน้าเป็นที่อยู่ในถุงพลาสติกมากมายวางซ่อนกันอยู่และหนึ่งในนั้นมีอยู่หนึ่งตัวที่อยู่นอกถุงพลาสติกนอนแอ้งแม้งลำตัวและหัวถูกฉีกแยกออกจากกันจากฝีมือของชิดชัย เขาหยิบลำตัวที่ของตุ๊กตากระต่ายที่ไม่มีหัวขึ้นมาดูพร้อมกับดึงซองที่ซุกซ่อนอยู่ภายในออกมา เมื่อเห็นซองยาบ้าเขาก็จับยัดซองถุงพลาสติกคืนกลับเข้าไปในตัวตุ๊กตาตามเดิมและหันหน้ากับไปทางผู้ที่ติดตามมา ซึ่งในขณะนั้นหมอกำลังเดินชื่นชมจำนวนของที่ได้มาอย่างพึงพอใจเหมือนกับว่าเขาเป็นเจ้าของมันเสียเองซะงั้น ส่วนทางด้านชิดชัยนั้นยืนอยู่กับเข่งโดยที่ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน เมื่อทั้งคู่เห็นแจ็คมองมาจึงหันหน้าไปทางเขาเพื่อรอฟังการสั่งการณ์กับเรื่องของที่ได้มา
 เป็นไงบ้างหมอ แจ็คเอ่ยขึ้นเพื่อต้องให้หมอหยุดอาการการชื่นชมจำนวนของที่ได้มาเสียทีเพื่อที่จะได้ว่ากันต่อไปว่าจะทำยังไงกับเจ้าของที่ได้มาพร้อมกับเดินเข้ามาหาชิดชัยและเข่งรวมทั้งหมอที่ยืนอยู่ไม่ห่างกันมากนัก
หมอหยุดการชื่นชมของที่อยู่ตรงหน้าแล้วหันมาทางแจ็คพร้อมกับใช้นิ้วชี้มือขวาดุนแว่นตา
Rock N’Roll Dream Come Through

ทรงกลมขี้นเพื่อให้อยู่ในระดับสายตา จากนั้นแจ็คจึงเริ่มพูดถึงแผนการว่าจะทำยังไงกับของที่ได้มา ผมต้องการจำหน่ายของพวกนี้ไปเพื่อนำเงินที่ได้มาใช้เป็นทุนในการทำยาของหมอเพิ่มและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกทุกคนคิดว่ายังไง
ผมเห็นด้วยเราจะได้มีเงินทุนไว้ใช้หมุนเวียน ชิดชัยพูดสมทบขึ้นหลังจากที่แจ็คพูดจบ
แล้วหมอล่ะแจ็คหันไปถามทางหมอที่เหมือนกำลังยืนครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
หมอมีความคิดว่าอยากให้แบ่งของเก็บไว้สักครึ่งหนึ่ง เพื่อนำมาใช้ในการทดลองทำยาไม่แน่อาจจะมียาสูตรใหม่เกิดขึ้นในวันข้างหน้าก็ได้ หมอแสดงความคิดเห็นด้วยท่าทางที่มั่นใจในสติปัญญาของเขา
เมื่อฟังความคิดเห็นของหมอแล้ว จากนั้นแจ็คจึงหันไปมองหน้าชิดชัยโดยที่ไม่ได้พูดอะไรมีแต่เพียงสายตาที่บ่งบอกเหมือนกับว่าต้องการคำตอบอะไรสักอย่างจากชิดชัยผู้เป็นเสมือนทั้งพี่ชายและผู้ปกครองของเขา
อืม! งานนี้ไม่ลองไม่รู้พี่เห็นด้วยกับความคิดของหมอนะครับคุณ
แล้วเข่งล่ะ แจ็คหันไปถามคนของเขาอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ เพื่อต้องการให้ทุกคนในที่นี้มีส่วนร่วมในการออกความคิดเห็นกับงานนี้
เข่งในตอนนี้ซึ่งกำลังยืนดื่มเย็นในขวดแบบรวดเดียวจนหมด ส่วนผมยังไงก็ได้ครับลูกพี่แล้วแต่จะบัญชาการมาได้เลย ผมพร้อมลุยงานให้เสมอ
จากที่ได้ยินได้ฟังประโยคที่ต่างคนต่างนำเสนอ ชายหนุ่มผมยาวที่มัดผมเป็นห่างม้ายืนนิ่งเงียบใช้มือขวากอดอกส่วนมือซ้ายยกขึ้นช้อนอยู่ที่ใต้คางหลับตาครุ่นคิดถึงแผนงานที่จะลงมือทำ ในขณะที่คู่สนทนาต่างยืนจับจ้องมองมาที่เขาเพียงผู้เดียว งั้นก็ตามมติในที่นี้แล้วกัน พี่ชิดฝากติดต่อไอ้ไม้กับไอ้หมึกในเรื่องการแบ่งของไปขายด้วยแล้วกัน
ได้ครับ เรื่องนี้เดี๋ยวพี่จัดการเอง
ส่วนหมอต้องการของจำนวนเท่าไหร่ก็บอกให้เข่งจัดการยกเข้าไปในห้องแล็ปให้ก็แล้วกัน
ได้คร๊าบ คุณแจ็ค หมอรับคำด้วยน้ำเสียงที่พึงพอใจ กับข้อเสนอของเขานั้นไม่เป็นหมั้น
เป็นธุระให้หน่อยนะเข่ง แจ็คเดินเข้าไปพูดกับเข่งด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและด้วยดวงตาที่จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเข่งพร้อมกับวางมือขวาลงบนบ่าบีบอย่างเบา ๆ มือเข่งไม่ได้พูดอะไรออกไปได้แต่เพียงผงกศีรษะรับคำสั่งจากชายผมยาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า
มติในที่ประชุมต่างเห็นพร้องต้องกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แจ็คจึงเดินออกจากกลุ่มคู่สนทนามุ่งหน้าตรงออกไปยังทางออกจากตัวอาคารเพื่อไปยังห้องพักผ่อนส่วนตัวของโดยที่ไม่ได้สนใจต่อเสียงโทรศัพท์มือถือที่กำลังเรียกเข้ามาซึ่งเขาตั้งระบบสั่นเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์สีดำ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น