Rock N’Roll Dream Come Throug
…๑๘…
ห้องนอนส่วนตัวที่ทาด้วยสีเหลืองอ่อนคล้ายสีเปลือกไข่ไก่ เสียงเพลงจากมือถือกำลังร้องบอกเตือนให้เจ้าของได้รู้ว่ามีคนกำลังโทร.มา ซึ่งเจ้าของโทรศัพท์ดังกล่าวนั้นกำลังง่วนอยู่กับการแต่งตัวอยู่ที่หน้ากระจกบานใหญ่ที่มองเห็นได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ซึ่งผนึกติดอยู่ด้านในของฝาตู้ไม้ที่ใส่เสื้อผ้า พอได้ยินเสียงเรียกดังนั้นเขาจึงละจากกระจกตรงหน้า เดินจ้ำอ้าวเลี้ยวผ่านเตียงนอนไปยังโต๊ะทำงานเขารีบหยิบมันขึ้นมาดูหมายเลขที่โชว์อยู่บนหน้าจอว่าใครที่โทร.ติดต่อเข้ามาหาเขา แต่เช้าเช่นนี้
เมื่อเห็นเลขหมายของคนที่คุ้นเคย เขากดรับสายพร้อมกับชิงขึ้นพูดก่อนที่ปลายสายจะพูดอะไรออกมา
“สวัสดี ว่าไงหมู่แม็ค” เจ้าของโทรศัพท์กล่าวทักลูกน้องของตน ด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด แต่ก็แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวล
“ผู้กอง ผู้กองอยู่ไหนเนี่ย” หมู่แม็คพูดรวดเร็วปรื๋อ เมื่อได้ยินเสียงของคนที่กำลังโทร. หา
“ผมกำลังจะเตรียมตัวออกไปทำงานน่ะสิ มีอะไรถึงได้โทร. มาแต่เช้า”
“เกิดเรื่องบางอย่างขึ้น ที่โรงพยาบาลครับ ผู้กอง”
“แล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นล่ะ ฮึ” เขารู้สึกอิดหนาระอาใจกับการรายงานของลูกน้อง
“คนไข้สองคน ที่ผู้กองบอกให้พวกเราเฝ้าดูอยู่นั้น ตอนนี้มีอาการดูแปลก ๆ ไปครับ ผู้กอง”
พอเจ้าตัวได้ยินดังนั้นถึงกับสะดุ้งเฮือก แววตาของเขาในตอนนี้ นั้นดูเขม็งขึ้นมาในทันที จึงรีบถามกลับไปยังคนของเขาด้วยความรู้สึกที่ร้อนรน “อาการของทั้งสองคนเป็นยังไงบ้าง หมู่บอกมาให้ละเอียดทีสิ”
“เท่าที่เห็นนะครับ อาการของคนทั้งสองนั้นนอนตาค้าง จ้องมองเพดานอ้าปากหวอเชียวครับ ทั้ง ๆ ที่ยังสวมเครื่องช่วยหายใจอยู่เลย ตอนนี้หมอและพยาบาลกำลังตรวจดูอาการกันอยู่ครับ”
“งั้นเดี๋ยวผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหล่ะ และช่วยบอกทางคุณหมอด้วย” ผู้เป็นหัวหน้าออกคำสั่งไปยังลูกน้อง พร้อมกับกดปุ่มวางสาย สักพักเขาจึงกดหาหมายเลขโทรศัพท์ของคนสนิทด้วยความรู้สึกที่ร้อนรน เมื่อปลายทางปรากฏเสียงของคนรับสาย เขาจึงรีบชิงขึ้นพูดก่อน
“หมวดวีระ ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน”
“ผมกำลังขับรถไปทำงานอยู่ครับผู้กอง มีอะไรเกิดขึ้นหรือครับถึงได้โทร.มาแต่เช้า”
“มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นที่โรงพยาบาล คนของเรารายงานมาว่าคนไข้มีอาการดูแปลก ๆ ไป
เพื่อน…ดนตรี…วันที่รอคอย
คุณช่วยรีบล่วงหน้าไปดูเหตุการณ์ก่อนแล้วเดี๋ยวผมจะรีบตามไป”
“ได้ครับ ผู้กอง”
สิ้นเสียงทางปลายสาย ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าจัดแจงเก็บโทรศัพท์มือถือใส่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์สีดำ พร้อมกับเอื้อมหยิบลูกกุญแจรถบนโต๊ะทำงานอย่างว่องไว พอใกล้มาถึงตรงประตูทางออกเขาจึงหยุดฝีเท้า หันไปคว้าเสื้อคลุมแขนยาวที่แขวนอยู่บนราวตะขอไม้ ซึ่งมีตราสัญลักษณ์ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ติดอยู่บนหน้าอกเสื้อขึ้นมา สวมทับเสื้อยืดคอปกสีเขียวเข้มที่มีตราสัญลักษณ์รูปคนขี้ม้ากำลังตีกอล์ฟอยู่ทางหน้าอกด้านซ้าย เมื่อสวมใส่เสื้อคลุมเรียบร้อยแล้ว เขาก็เปิดประตูก้าวเดินออกจากห้องนอนอย่างรวดเร็ว
“นี่นั่งลงสักทีได้ไหมไอ้คุณแม็ค เดินหมุนไปหมุนมาเหมือนหนูติดจั่นอยู่นั้นแหล่ะ” จ่าเปี๊ยกปรารภขึ้นด้วยความหงุดหงิด ขณะที่กำลังนั่งพิงเก้าอี้ที่หน้าห้องพยาบาล ส่วนเพื่อนตำรวจที่มาเปลี่ยนเวรในตอนนี้ นั้นได้ขอตัวไปหาซื้อของกินมาให้คนทั้งสองและกำลังเดินกลับมาพอดี ก็ได้ยินเสียงการปะทะคารมกันเกิดขึ้น
หมู่แม็คได้ยินดังนั้นเขาจึงหยุดยืนด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด จ้องมองหน้าจ่าเปี๊ยกด้วยความหงุดหงิด “โห จ่าสถานการณ์อย่างนี้จะให้นั่งอยู่ได้ยังไง แล้วแถมเรื่องที่มันเกิดขึ้นก็เป็นช่วงเวลาของผมกับจ่าซะด้วย แล้วทีนี้จะเขียนรายงานกันยังไงดีล่ะ หึ”
“เอ่อใช่” จ่าเปี๊ยกถึงกับสะดุ้งดีดตัวขึ้นนั่งตรงแน่ว พร้อมกับอาการที่ดูกระสับกระส่ายยิ่งนัก สักพักก็ถอนหายใจออกมา พร้อมกับผ่อนลำตัวลงพิงเก้าอี้ตามเดิมเหมือนกับคิดอะไรไม่ออก
“เอานี่กินอะไรกันซะก่อนดีกว่าไหม ทั้งสองน่ะ” เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งส่งยื่นถุงใส่แซนวิซสองห่อพ ร้อมกับกาแฟสองกระป๋องที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อให้กับจ่าเปี๊ยกและหมู่แม็ค
“ขอบใจมากเล็ก” จ่าเปี๊ยกพูดพร้อมกับยื่นมือออกไปรับของที่เพื่อนซื้อมาให้
“อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย อะไรกันมากนักเลย รอผลการตรวจของหมอก่อนจะดีกว่า ก่อนที่เราจะมาสรุปอะไรกันเองแบบนี้” คนที่ยืนอยู่ข้างนายตำรวจที่ชื่อเล็กพูดขึ้น เตือนสติคนทั้งสองในขณะที่กำลังจะนั่งลงข้าง ๆ จ่าเปี๊ยกถัดไป เป็นนายตำรวจที่ชื่อเล็กที่กำลังจะนั่งลงตาม ซึ่งหมู่แม็คยังคงยืนมองคนทั้งสามที่นั่งอยู่ สักพักเขาจึงก้มหน้าลงอย่างอ่อนใจหมุนตัวเตรียมจะนั่งลงยังเก้าอี้แต่ยังไม่ทันที่จะได้นั่งเสียงของใครคนหนึ่งก็ร้องทักขึ้น “สวัสดีทุกคน” หมู่แม็คถึงกับยืดตัวตรงหมุนตัวหันกลับไปมองตามเสียง ที่ได้ยินเมื่อตะกี้นี้ทันที เมื่อเห็นหน้าคน ๆ นั้น เขาจึงรีบทำการแสดงความเคารพต่อผู้ที่กำลังเดินเข้ามา ส่วนคนที่นั่งกันอยู่สามคนเห็นดังนั้นต่างก็รีบลุกพรวดพราดขึ้นยืนพร้อมกับทำท่าตามหมู่แม็ค
Rock N’Roll Dream Come Throug
“สวัสดีครับ ผู้หมวดวีระศักดิ์” เสียงพูดทำความเคารพของคนทั้งสี่ ที่พูดตามกันอย่างต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่หนุ่มตัดผมรองทรงต่ำ ผิวขาวส่วนสูงของเขาอยู่ที่ประมาณเกือบหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร มาในชุดนอกเครื่องแบบเช่นกัน แต่ใส่เสื้อคลุมแขนยาวของทางกรมตำรวจคลุมทับอีกที “เกิดอะไรกันขึ้นเหรอ”
“คนไข้มีอาการดูแปลก ๆ ไปครับ เหมือนกับว่า…” ยังไม่ทันที่หมู่แม็คจะรายงานสถานการณ์ คุณหมอก็เปิดประตูก้าวเดินออกมาจากห้องของคนไข้ด้วยสีหน้าที่ดูไม่สู้ดีนัก ส่วนนางพยาบาลและบุรุษพยาบาล ยังคงอยู่ในห้องของคนไข้ต่างคนต่างช่วยกันเก็บอุปกรณ์ช่วยชีวิตคนไข้ บรรดาคนที่ยืนอยู่หน้าห้อง ต่างคนต่างหยุดยืนกันนิ่งจับตามองมาที่คุณหมอเพียงคนเดียวกัน คล้ายเหมือนกับว่าเป็นอะไรที่ดูแปลกใหม่ในสายตาของพวกเขา
“ผลเป็นยังไงบางครับ คุณหมอ” ผู้หมวดวีระศักดิ์ถามขึ้น แทนคนของเขาด้วยท่าทางและคำพูดที่สุขุม
“คือคน…” คุณหมอหยุดพูดนิดนึง ด้วยสีหน้าที่ดูนิ่ง ๆ ท่ามกลางกลุ่มคนที่ยืนจับตามองเขาอยู่ จากนั้นคุณหมอจึงสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด พร้อมกับพูดรายงานผลให้ทุกคนได้ทราบโดยพร้อมเพียงกัน “คนไข้ทั้งสอง…เสียชีวิตลงแล้วครับ” เมื่อหมอรายงานถึงสถานการณ์ของคนไข้จบเล่นเอาคนทั้งหมด ถึงกับยืนกันนิ่งเงียบไปพักใหญ่ แต่คนที่ดูห่อเหี่ยวกว่าใครทั้งหมด คงจะเป็นสองคู่หูที่เฝ้าเวรยามเมื่อคืนนี้ เล่นเอาเพื่อนร่วมงานทั้งสองถึงกับต้องประคองคนทั้งสองค่อย ๆ นั่งลงที่เก้าอี้ ท่ามกลางสายตาของหมอและผู้หมวด
“ผมขอเข้าไปดูข้างในได้ไหมครับ คุณหมอ” ผู้หมวดวีระศักดิ์พูดขึ้น
“เชิญครับ” คุณหมอพูดพร้อมกับเบี่ยงตัวหลบให้พ้นประตู และหันมาพูดกับทางทีมงานของเขาให้ออกไปข้างนอกก่อน ทีมงานผู้ช่วยคุณหมอต่างเดินเรียงแถวเป็นตอนเดียวตามกันออกไป
เมื่อคณะทั้งหมดของโรงพยาบาลออกไปจากห้องของคนไข้หมดแล้ว คุณหมอก็เดินนำผู้หมวดวีระศักดิ์เข้าไปยังที่เตียงของคนไข้ ที่ตอนนี้ได้นอนหลับตาและปากที่ปิดลงอย่างสนิทแล้วซึ่งไม่เป็นไป ตามภาพที่คนของเขารายงานให้ฟัง สักพักกลุ่มเจ้าหน้าที่ทางการทั้งสี่คนก็เดินกรูกันเข้ามาในห้องด้วยเช่นกัน ผู้หมวดวีระศักดิ์และหมอหันไปมองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ผู้หมวดวีระศักดิ์จึงหันไปจ้องมองยังร่างของผู้เสียชีวิตทั้งสอง พร้อมครุ่นคิดไปต่าง ๆ นา ๆ จากนั้นเขาจึงเอ่ยถามคุณหมอที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“คนไข้ทั้งสองเสียชีวิตลงได้ยังไง พอจะทราบสาเหตุไหมครับ คุณหมอ”
“เท่าที่สังเกตดูเหมือนคนไข้ จะมีอาการช็อคจากอะไรบางอย่างที่เข้าไปกระตุ้นการทำงาน
เพื่อน…ดนตรี…วันที่รอคอย
ภายในร่างกายของคนไข้ และจากนั้นก็ทำให้อวัยวะภายในอย่างปอดและหัวใจค่อย ๆ หยุดการทำงานลง ซึ่งตรงนี้ทางหมอเอง ก็ต้องขอตรวจสอบดูให้แน่ชัดอีกครั้งครับ”
“แล้วคุณหมอคิดว่า เอ้อ…คนทั้งสองเพิ่งเสียชีวิตลงหรือว่ายังไงครับ” ผู้หมวดวีระศักดิ์ยังคงยิงคำถามต่อไป
“ผลจากการตรวจสอบในเบื้องต้นนั้น หมอคิดคนว่าไข้น่าจะเสียชีวิตมาตั้งแต่ประมาณ…” คุณหมอหยุดพูดพร้อมกับคิดไตร่ตรองสถานการณ์ผลการตรวจให้แน่ชัดก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทราบ “น่าจะประมาณเที่ยงคืน หรือไม่ก็ประมาณตีหนึ่งของวันนี้”
สิ้นเสียงการรายงานของคุณหมอ เล่นเอาคู่หูทั้งสองที่เข้าเวรเมื่อคืนนี้ถึงกับสะดุ้งเฮือกและมองหน้ากันอย่างเล่อลั่ก สักพักมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งที่หน้าห้องเรียกให้คนทั้งหมดที่อยู่ในห้องของคนไข้ ต่างหันไปมองที่ตรงประตูพร้อมกันหมดว่ามีใครกำลังจะเข้ามา เจ้าหน้าที่สองนายที่ยืนอยู่ข้างคู่หูต่างรีบเดินตรงไปที่ประตูนั้นเพื่อจะเปิดดูว่าเป็นใครมา แต่มันก็ถูกเปิดออกก่อนที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองนายจะเดินไปถึง ภาพที่ปรากฎตรงหน้าของทุกคนนั้นคือผู้ชายร่างสูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร อายุย่างเข้าสามสิบห้า ผิวขาวตัดผมรองทรงสูง เซ็ทผมตั้งจากการทาเจล ดวงตากลมโตจมูกโด้งเข้ารูปกับใบหน้า คิ้วหนาดกดำหน้าตาหล่อเหลาชนิดที่เป็นนายแบบหรือนักแสดงหนังได้อย่างสบาย ลำตัวของเขาหนาลำสั่นจากการออกกำลังกายประเภทพวกชอบยกของหนัก ๆ ยิ่งเขาใส่เสื้อคลุมทับด้วยแล้วยิ่งทำให้ดูตัวใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ห้อยตราสัญลักษณ์ของทางกรมตำรวจที่หน้าอก กำลังเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่ดูสุขุม นามของเขาเป็นที่เรียกติดปากของใคร ๆ ต่อใครว่า
“สวัสดีครับ ผู้กองพล” เจ้าหน้าที่สองนายที่หยุดยืนอยู่ที่ประตูทำการแสดงความเคารพต่อหัวหน้าของเขา ส่วนคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ข้างในห้องเมื่อเห็นชายคนดังกล่าว ก็แสดงท่าทางในการแสดงความเคารพตามด้วยเช่นกัน มีเพียงคุณหมอที่ผงกศีรษะให้เป็นเชิงทำความเคารพให้กับเขา ส่วนชายคนดังกล่าวที่เดินเข้ามาก็ยกมือไหว้ คุณหมอเป็นการแสดงความเคารพตอบด้วยเช่นกัน
“ผมมาทันการรายงานผล ที่เกิดขึ้นหรือเปล่าครับ” ผู้กองพลวัฒน์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ขณะที่เดินเข้าไปยืนมองคนไข้ที่นอนอยู่บนเตียง โดยหยุดยืนอยู่ระหว่างกลางเจ้าหน้าที่ของเขากับคุณหมอประจำโรงพยาบาล
“คุณหมอพึ่งจะกำลังรายผลการตรวจเบื้องต้นให้ฟังเมื่อกี้เองครับ ผู้กอง” ผู้หมวดวีระศักดิ์ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ รายงานถึงเหตุการณ์ให้กับผู้เป็นหัวหน้าในการทำคดีนี้ให้ได้ทราบ ในขณะที่ตัวผู้กองพลวัฒน์กำลังก้มลงไปมองพิจารณาร่างของผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ ๆ
เมื่อพิจารณาถึงลักษณะของผู้ตายแล้ว ผู้กองพลวัฒน์ยืดตัวขึ้นยืนตัวตรงตามเดิมเขาถอน
Rock N’Roll Dream Come Throug
หายใจนิดนึง จากนั้นจึงหันไปพูดกับคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “เก็บเรื่องที่คุณรู้ไว้ด้วยนะ เพื่อทำการเขียนรายงานถึงผู้บังคับบัญชา” พอผู้กองพลวัฒน์พูดคุยกับคนของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้หันมาทางคุณหมอที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา “คุณหมอจะทำการเคลื่อนย้ายร่างของผู้เสียชีวิตไปตรวจสอบตอนไหนครับ”
“ก็ทำได้เลยครับ” คุณหมอตอบกลับทันที
“ถ้าผมอยากจะขอให้คนของทางกรมตำรวจ มาช่วยในการชันสูตรศพครั้งนี้ด้วยได้ไหมครับ” ผู้กองพลวัฒน์เอ่ยถาม
“ได้ครับ ทางผมไม่มีปัญหาอะไร”
“จ่าเมื่อคืนนี้มีใครเข้ามาที่ห้องของคนไข้อีกไหม” ผู้กองพลวัฒน์หันไปพูดกับคนของเขาที่เข้าเวรเมื่อคืนนี้
“มีนางพยาบาล มาเปลี่ยนขวดน้ำเกลือและจดบันทึกอาการของคนไข้หนึ่งคนครับ” จ่าเปี๊ยกยืดตัวพร้อมแขนทั้งสองข้างแนบเข้าหาลำตัว รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด
ผู้กองพลวัฒน์หันหน้ามาพูดกับคุณหมอ เมื่อคนของเขารายงานจบ “คุณหมอคงทราบแล้วและถ้าผมอยากจะขอสอบปากคำของนางพยาบาลคนเมื่อคืนนี้ด้วยได้ไหมครับ”
“อ๋อ คุณพยาบาลนิดหน่อย ได้ครับ เดี๋ยวผมจะให้เพื่อนของเธอติดต่อไปเรียกมาให้ครับ เพราะเธอเพิ่งออกเวรไปครับ”
“ขอบคุณครับ คุณหมอ”
ผู้กองพลวัฒน์คุยกับคุณหมอเสร็จ เขาก็หันไปสั่งการกับนายตำรวจสองคนที่มาเปลี่ยนเวรแทนคนเมื่อคืน “เดี๋ยวคุณสองคน ตามคุณหมอไปเพื่อติดต่อกับนางพยาบาลคนเมื่อคืน”
“ครับ” นายตำรวจสองคนที่ยืนอยู่ใกล้หมู่แม็ค รับคำพร้อมกับตบเท้าเข้ามาชิดกัน แขนทั้งสองข้างแนบเข้าหาลำตัว
“ผู้กองครับ ให้ผมช่วยด้วยได้ไหมครับ” จ่าเปี๊ยกพูดขึ้นเพื่อขอมีส่วนร่วมในงานครั้งนี้ โดยที่หมู่แม็คเอง ก็แสดงสีหน้าเป็นเชิงลักษณะเว้าวอนด้วยเช่นกัน
“ความจริงคุณสองคน ก็หมดภารกิจที่จะต้องทำและกลับไปพักผ่อนได้แล้ว และอีกอย่างผมก็ไม่ได้โทษว่าเป็นความผิดของคุณทั้งสองด้วย ส่วนเรื่องอื่นนั้นเราค่อยคุยกันทีหลัง” ผู้กองพลวัฒน์หันมาพูดกับคนของเขา
“คือว่าอย่างนี้ครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันอยู่ในช่วงเวรยามของผมพอดี ผมมีความรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบน่ะครับ” จ่าเปี๊ยกพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เหมือนกับคนที่กำลังสารภาพความผิด
ผู้กองพลวัฒน์หันหน้าไปมองผู้หมวดวีระศักดิ์เป็นเชิงขอคำตอบ
“ถ้าเขาขอมาอย่างนั้นก็ให้เขาเถอะครับ” ผู้หมวดวีระศักดิ์พูดด้วยความเห็นใจ
เพื่อน…ดนตรี…วันที่รอคอย
เมื่อคนของเขาเห็นด้วยตามนั้น ผู้กองพลวัฒน์จึงหันหน้ามาพูดกับคู่หูทั้งสองด้วยน้ำเสียงที่เป็นเชิงทีเล่นทีจริง “ก็ได้ตามนั้น แล้วอย่าหาว่าผมใช้งานพวกคุณหนักไปล่ะ เอาพวกคุณทั้งหมดตามคุณหมอไปได้แล้ว”
“ขอบคุณครับ ผู้กอง” สองคู่หูกล่าวขอบคุณด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มพร้อมกับยืนตัวตรง จากนั้นจึงเดินตามคุณหมออกจากห้องไป
ผู้หมวดวีระศักดิ์เดินเข้ามาใกล้ ผู้กองพลวัฒน์ที่กำลังยืนมองร่างไร้วิญญาณทั้งสองอย่างพินิจพิจารณาอีกครั้ง “ผู้กองจะให้ใคร มาช่วยร่วมในการตรวจสอบครั้งนี้ครับ”
ผู้กองพลวัฒน์ยืนหลับตาครุ่นคิด เมื่อได้คำตอบแล้วเขาจึงลืมตาพร้อมกับพูดขึ้น “คงต้องให้ผู้หมวดสาวสวยของเรามาช่วยแล้วล่ะ”
ผู้กองพลวัฒน์เอ่ยออกมาเช่นนั้น เล่นเอาคู่สนทนาถึงกับแอบอมยิ้มนิด ๆ บนใบหน้า ผู้หมวดวีระศักดิ์ พยายามซ่อนความรู้สึกพร้อมกับเอ่ยถามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า “ผู้กองจะติดต่อเองหรือว่าจะให้ผมติดต่อให้ครับ”
“อืม…งั้นเดี๋ยวผมติดต่อเธอเองแล้วกัน”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น